คุมเข้ม ‘ดาต้าเซนเตอร์’ สูบทรัพยากรประเทศเกินจริง



คุมเข้ม ‘ดาต้าเซนเตอร์’ สูบทรัพยากรประเทศเกินจริง


กระแสลงทุนดาต้าเซนเตอร์ที่หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา นับเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนว่าไทยกำลังถูกมองเป็นฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งใหม่ของภูมิภาค

จากการอ้างอิงตัวเลขสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ระบุว่า มีคำขอรับการส่งเสริมลงทุนทะลุ 1 ล้านล้านบาท และมีโครงการดาต้าเซนเตอร์ได้รับอนุมัติแล้ว 16 โครงการ อย่างไรก็ตามตัวเลขลงทุนเพียงอย่างเดียว อาจไม่ใช่เครื่องชี้วัดความสำเร็จ ถ้าโครงการเหล่านี้ไม่สามารถเดินหน้าลงทุนได้จริง ใช้ทรัพยากรของประเทศอย่างคุ้มค่า หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยได้อย่างเห็นเป็นรูปธรรม และเป็นคำถามสำคัญว่า สุดท้ายแล้วประเทศไทยได้อะไรจากดาต้าเซนเตอร์กันแน่

ประสบการณ์หลายประเทศ สะท้อนบทเรียนที่ไทยไม่ควรมองข้าม “สิงคโปร์” เคยประกาศชะลอการอนุมัติดาต้าเซนเตอร์ชั่วคราว หลังพบว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าและที่ดินเพิ่มขึ้นรวดเร็ว ก่อนกลับมาเปิดรับโครงการใหม่ภายใต้เงื่อนไขด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความยั่งยืนที่เข้มกว่าเดิม ขณะที่ “มาเลเซีย” โดยเฉพาะรัฐยะโฮร์ กำลังเผชิญคำถามเรื่องการใช้ไฟฟ้าและน้ำปริมาณมหาศาลจากการขยายตัวของดาต้าเซนเตอร์ ส่วน “ไอร์แลนด์” ที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางดาต้าเซนเตอร์ยุโรป ต้องจำกัดการอนุมัติโครงการใหม่บางพื้นที่ เนื่องจากไฟฟ้ารองรับไม่เพียงพอ บทเรียนเหล่านี้ชี้ว่า หากการส่งเสริมการลงทุนเดินเร็วกว่าการวางแผนโครงสร้างพื้นฐาน ประเทศอาจต้องแบกรับต้นทุนด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และโอกาสเศรษฐกิจที่สูญเสียในระยะยาว

การที่รัฐบาลไทยเตรียมออกมาตรการกำกับดูแลดาต้าเซนเตอร์อย่างเข้มงวด เราเห็นว่าเป็นเรื่องที่ควรทำ และควรทำตั้งนานแล้ว โดยเฉพาะการพิจารณานำมาตรการ ‘แบงก์การันตี’ มาใช้เพื่อป้องกันการกว้านจองกำลังไฟฟ้าเกินความเป็นจริง ที่ผ่านมาหลายประเทศเกิดปัญหานักลงทุนบางรายจองกำลังไฟฟ้าหรือที่ดินไว้ล่วงหน้าเพื่อ “เก็งกำไร” หรือรอโอนสิทธิ ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่พร้อมลงทุนจริงเข้าไม่ถึงทรัพยากรสำคัญ การให้ผู้ลงทุนวางหลักประกันทางการเงินช่วยคัดกรองผู้ที่มีศักยภาพ และตั้งใจลงทุนจริง

ถึงกระนั้นก็ตาม การกำกับดูแลก็ยังไม่ควรหยุดอยู่เพียงเรื่องการใช้ไฟฟ้า หรือการอนุญาตก่อสร้าง แต่ต้องกำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนเรื่องการใช้พลังงานสะอาด ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การบริหารจัดการน้ำ การเชื่อมโยงกับซัปพลายเชนในประเทศ รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้และการพัฒนาบุคลากรด้าน AI เพื่อให้การลงทุนสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยอย่างกว้างขวางด้วย ดาต้าเซนเตอร์ที่พาเหรดเข้ามาลงทุนในไทย ควรเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ต่อยอดไปสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งคลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ การวิจัย การพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะการสร้างงานทักษะสูง หากไทยต้องการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ภูมิภาค การส่งเสริมลงทุนต้องอยู่บนหลัก “คุณภาพมากกว่าปริมาณ” คัดเลือกนักลงทุนที่ลงทุนจริง ใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ สร้างคุณค่าให้ประเทศมากกว่าการแข่งขันด้วยตัวเลขมูลค่าลงทุน..



ที่มา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่