เรือนหลังนั้น : คำมั่นเหนือกาลเวลา ตอนที่ 2

ตอนที่ 2 : เสียงฝีเท้าบนระเบียง

เสียงหน้าต่างไม้กระทบกรอบดัง...
ปัง!
ธีรัตน์สะดุ้งสุดตัว
สายตาจ้องไปยังหน้าต่างชั้นบนที่เพิ่งเปิดออกเองเมื่อครู่
ลมสงัด
ต้นพิกุลหน้าบ้านนิ่งสนิท
แม้แต่ใบไม้สักใบก็ไม่ไหวติง
แต่หน้าต่างบานนั้นกลับแกว่งช้า ๆ ราวกับมีใครเพิ่งผลักมันจากด้านใน
เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
เหตุผลในฐานะสถาปนิกบอกว่า...
"ไม้เก่าหดและขยายตัวเพราะความชื้น"
แต่หัวใจกลับตอบอีกอย่าง
"มีคนอยู่ในบ้าน"
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
แสงแดดอ่อนสาดลงบนเรือนไม้สัก กลบความน่ากลัวของเมื่อคืนไว้ชั่วคราว
คำปันเดินถือปิ่นโตเข้ามาแต่เช้า
"เมื่อคืน...ได้นอนหรือเปล่า"
ธีรัตน์ยิ้มจาง ๆ
"พอได้นิดหน่อยครับ"
คำปันพยักหน้าเหมือนรู้คำตอบอยู่แล้ว
ก่อนวางปิ่นโตลงบนโต๊ะไม้เก่า
"เห็นผู้หญิงถือโคมหรือยัง"
ธีรัตน์ชะงัก
"...ลุงรู้ได้ยังไง"
ชายชราไม่ได้ตอบ
เพียงตักข้าวใส่จานแล้วพูดเบา ๆ
"ทุกคนที่นอนคืนแรก...จะเห็น"
"เธอเป็นใคร"
คำปันถอนหายใจ
"ไม่มีใครรู้"
"แต่คนเฒ่าคนแก่เรียก..."
"แม่หญิงแห่งเรือนเทวัญ"
...
หลังอาหารเช้า ธีรัตน์เริ่มสำรวจเรือนอย่างละเอียด
เขาวัดขนาดเสา จดลายไม้ ถ่ายภาพทุกมุม
จนมาหยุดที่โถงชั้นบน
เมื่อคืนเขารีบลงไปหน้าบ้าน จึงไม่ได้สังเกตว่า...
ระเบียงชั้นบนยาวกว่าที่คิด
ทอดโค้งไปจนถึงปีกเรือนด้านตะวันออก
สุดทางเดินมีประตูไม้บานใหญ่
ถูกคล้องโซ่ไว้แน่น
กุญแจขึ้นสนิมจนแทบกลืนไปกับเหล็ก
เหนือวงกบมีป้ายไม้เล็ก ๆ
สลักตัวอักษรเก่าแก่ไว้ว่า
"ห้องรับแขก"
แต่เมื่อเขาลองดึงประตู
กลับไม่ขยับแม้แต่น้อย
เหมือนมีแรงบางอย่างดันไว้จากด้านใน
...
"อย่าเปิดห้องนั้น"
เสียงเด็กดังขึ้น
ธีรัตน์หันขวับ
เด็กชายอายุราวสิบขวบ ยืนอยู่กลางระเบียง
สวมกางเกงขาก๊วย เสื้อคอกลมสีขาวเก่า ๆ
เท้าเปล่า
ผิวขาวซีด
แต่ดวงตากลับสดใสอย่างประหลาด
"หนูเป็นใคร"
เด็กไม่ตอบ
เพียงชี้ไปยังประตูที่ถูกล่ามโซ่
"ยังไม่ถึงเวลา"
"บ้านนี้...ยังไม่อนุญาต"
ธีรัตน์ขมวดคิ้ว
"บ้านจะอนุญาตได้ยังไง"
เด็กยิ้ม
เป็นรอยยิ้มที่ดูอบอุ่น แต่กลับทำให้รู้สึกหนาวเย็น
"บ้านหลังนี้..."
"มีเจ้าของ"
สิ้นเสียงนั้น
เด็กชายก็วิ่งหายไปทางปลายระเบียง
ธีรัตน์รีบวิ่งตาม
แต่เมื่อถึงมุมเรือน
กลับไม่พบใคร
ทางเดินตรงนั้นไม่มีทางลง
ไม่มีที่ซ่อน
มีเพียงหน้าต่างบานหนึ่งเปิดแง้มรับแสงแดด
...
บ่ายวันนั้น
เขาถามคำปันเรื่องเด็กชาย
ชายชราหยุดมือที่กำลังรดน้ำต้นโมก
"เด็ก?"
"ครับ อายุประมาณสิบขวบ"
คำปันนิ่งไปครู่หนึ่ง
"ไม่มีเด็กอยู่แถวนี้มาหลายปีแล้ว"
"แต่ผมเห็นจริง ๆ"
คำปันมองเรือนด้วยสายตาเศร้า
ก่อนเอ่ยเพียงว่า
"ถ้าเขามาหา..."
"แปลว่าเรือนเริ่มยอมรับคุณ"
...
ตกเย็น
ฝนตกอีกครั้ง
กลิ่นดินเปียกโชยเข้ามา
ธีรัตน์นั่งเปิดหีบไม้เก่าที่พบใต้โต๊ะหมู่
ข้างในมีสมุดบัญชี
ภาพถ่ายสีซีเปีย
และซองผ้าสีแดงผูกเชือกไหม
เขาค่อย ๆ แกะออก
ข้างในเป็นจดหมายหลายสิบฉบับ
แต่ทุกฉบับไม่เคยถูกส่ง
ฉบับแรกลงวันที่
๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๘
ตัวอักษรหวัดงามราวกับคัดด้วยความตั้งใจ
"ถึงท่านหลวงพิทักษ์
วันนี้ต้นพิกุลออกดอกอีกแล้ว
ข้ายังเก็บดอกไม้ไว้ให้ท่านเหมือนทุกปี
ข้ารู้ว่าท่านสัญญาไว้
และข้าจะเชื่อในคำสัญญานั้น
ไม่ว่าต้องรอนานเพียงใด"
ธีรัตน์เผลอยิ้ม
แม้ไม่รู้จักคนเขียน
แต่ทุกถ้อยคำเต็มไปด้วยความรักอันมั่นคง
เขาหยิบฉบับต่อไป
และต่อไป
ทุกฉบับลงท้ายเหมือนกัน
"จาก...รำเพย"
แต่ไม่มีฉบับใดถูกเปิดอ่าน
ราวกับเจ้าของจดหมายไม่เคยได้รับมันเลย
...
เสียงนาฬิกาเรือนเก่าดังขึ้น
กึง...
กึง...
เที่ยงคืนพอดี
ทันใดนั้น
เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ตึก...
ตึก...
ตึก...
คราวนี้ไม่ใช่ชั้นบน
แต่มาจากระเบียงหน้าห้องของเขา
ช้า...
หนัก...
มั่นคง...
เหมือนผู้ชายตัวสูงกำลังเดินตรวจตราบ้าน
ธีรัตน์ดับตะเกียง
ค่อย ๆ แง้มประตูออกเพียงนิดเดียว
ระเบียงสลัวด้วยแสงจันทร์
และเขาก็เห็น...
ชายคนหนึ่งเดินผ่านหน้าห้อง
สวมเครื่องแบบขุนนางสีขาวแบบสมัยรัชกาลที่ 6
ดาบเหน็บอยู่ข้างเอว
แผ่นหลังสง่างาม
ทุกย่างก้าวหนักแน่น
ชายผู้นั้นเดินช้า ๆ ไปตามระเบียง มือขวาลูบราวไม้เรือนเบา ๆ ราวกับกำลังตรวจดูว่ามีส่วนใดชำรุดหรือไม่
ก่อนจะหยุดตรงเสาต้นหนึ่ง
ยกมือแตะเสาอย่างอ่อนโยน
แล้วกล่าวเบา ๆ
"ข้ายังรักษาเรือนของเราอยู่..."
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความคิดถึง
และความอาลัยที่ไม่สิ้นสุด
ธีรัตน์เผลอก้าวออกจากห้อง
พื้นไม้ลั่นเสียงดัง
ชายในชุดขาวหยุดเดิน
ช้า ๆ...
เขาหันกลับมา
แต่ก่อนที่ธีรัตน์จะเห็นใบหน้า
เสียงหวีดของลมก็ดังขึ้น
เปลวตะเกียงทุกดวงดับพรึบพร้อมกัน
ความมืดเข้าปกคลุมทั่วเรือน
เมื่อแสงจากสายฟ้าแลบสว่างวาบอีกครั้ง
ชายผู้นั้นก็หายไปแล้ว
เหลือเพียง...
รอยเท้าเปียกน้ำบนพื้นไม้
ทอดยาวไปยังประตูห้องต้องห้ามที่ถูกล่ามโซ่
แล้วสิ้นสุดลงตรงหน้าประตู
ราวกับเจ้าของรอยเท้า...
เดินทะลุเข้าไปข้างใน
ธีรัตน์ยืนตัวแข็ง
เสียงหนึ่งดังแผ่วจากหลังบานประตูไม้
เป็นเสียงผู้หญิงร้องไห้...
แผ่วเบา...
เศร้าสร้อย...
ก่อนจะมีเสียงกระซิบเพียงคำเดียว
"...ท่านหลวง..."
ธีรัตน์เอื้อมมือไปแตะลูกบิดประตูโดยไม่รู้ตัว
แต่ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสเหล็กเก่า
เสียงเด็กชายก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
"อย่า!"
เขาหันกลับทันที
เด็กชายยืนอยู่ปลายระเบียง ดวงตาที่เคยสดใสเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
"ถ้าเปิดตอนนี้..."
เด็กกลืนน้ำลาย
"...ทุกคนจะร้องไห้อีกครั้ง"
ทันใดนั้น โซ่ที่คล้องประตูไว้ก็สั่นเอง
กึง... กึง... กึง...
ราวกับมีใครบางคน...
กำลังพยายามเปิดออกจากด้านใน


         ภาพประกอบเรือนเทวัญ

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่