20 ด.ค.2569 เพจ SAKAD Scenic Trail โพสต์ข้อความไว้อาลัยต่อการจากไปของนักวิ่ง ความว่า ทีมงานขอแสดงความเสียใจ กับการสูญเสียของนักวิ่ง...
เรื่องของเรื่อง น้องโก้ เวลา 06.00 น. ปล่อยตัวนักวิ่งออกมาได้ 2.4 กม. จากนาฬิกาแอดนะครับ
ขณะที่วิ่งๆอยู่น้องเขาก็ล้มลง เป็นลมหมดสติ ช่วงนั้นทีมเราวิ่งเกาะกลุ่มกันไปข้างหลังน้องเขาพอดี
กลุ่มที่เกาะกันไปคือกลุ่มสุดท้ายประมาณ 14 คน น้องเขาอยู่ข้างหน้ากับเพื่อน 2 คน ฝนก็ตกปรอยๆตั้งแต่ปล่อยตัว
ถึงจุดตรงนั้นน้องเขาล้มลงคิดว่าเกิดจากการหน้ามืดเป็นลม ล้มฟุบหน้าลง
พวกเราก็ช่วยกันกันจับน้องนอนหงาย และหายาดมมาให้ดม พัดให้อากาศเคลื่อนที่เพื่อจะได้หายใจสะดวก
พี่คนที่มากับน้องโก้พยามปลุกน้อง ส่วนพวกเราก็หายาดมให้ดม และเอายาหม่องน้ำทาตามมือ และนวดมือนวดเท้าให้น้องเพื่อให้เลือดลมไหลเวียน
ระหว่างนี้ก็ให้น้องผู้ชาย2คนที่มาด้วยพยามติดต่อผู้จัดงานและติดต่อหน่วยฉุกเฉิน ส่วนผู้หญิงก็ให้เปลี่ยนกันนวดเท้านวดมือ
พักนึงพวกเราเห็นว่าน้องอาการไม่ดีชีพจรเริ่มอ่อนลง พี่ที่มากับน้องโก้ปั๊มหัวใจรอบที่ 1 จนน้องร้องโฮกขึ้นมา
เราก็ว่าน้องกลับมาแล้วก็หยุดปั้ม และพยามปลุกไม่ให้น้องหลับ แต่น้องก็น่าจะไม่ไหว พี่ที่มาด้วยก็เริ่มปั้มหัวใจอีก จนน้องเฮือกขึ้นมาอีก 2 ครั้ง
ระหว่างรอหน่วยงานมาช่วยก็พยายามปั๊มหัวใจรอ เปลี่ยนกันปั๊มหัวใจและเป่าปากน้อง
น้องก็ไม่ได้สติ จนเวลาผ่านไปตัวน้องจากซีดเริ่มคล้ำ ก็ยังไม่มีวี่แววว่าหน่วยงานไหนจะมาช่วย ถามน้องคนที่ติดต่อน้องบอกว่ากำลังมา
เวลาผ่านไป 38 นาที ระหว่างปั๊มหัวใจรอกู้ชีพมาช่วย ชีพจรน้องไม่มีแล้วน้องหมดลมหายใจ แต่เพื่อนๆนักวิ่งก็ยังคงพยามยื้อน้องต่อ
จนนาทีที่ 42 มีกู้ภัยมา 2 นายมาช่วยปั้มหัวใจต่อ แต่น้องก็ไม่กลับมาแล้ว จึงได้เอาน้องขึ้นเปล และหามขึ้นรถส่ง รพ.
ในใจแอดมินอยากถามว่าระยะทาง 2.4 กม. เส้นทางรถสามารถเข้ามาได้ทั้งมอเตอร์ไซต์และรถยนต์ ทำไมถึงต้องให้น้องนอนรอความช่วยเหลือตั้ง 42 นาที
ผู้จัดงานทำไมไม่มีการ์ด ไม่มีสวิปเปอร์ กู้ภัยมามือเปล่า ไม่มีอุปกรณ์ช่วยใดๆมาเลย รู้สึกผิดหวังกับผู้จัดนี้มากเลย ที่ปล่อยให้นักวิ่งต้องผจญภัยด้วยตัวเอง... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :
https://www.khaosod.co.th/sports/news_10330386
ขอแสดงความเสียใจ อีก ครั้ง
ขอแสดงความเสียใจ กับผู้เสียชีวิต ในงานวิ่งSAKAD Scenic Trail 2026 ระยะทาง 2.4 กม. แต่ต้องรอช่วยเหลือ
เรื่องของเรื่อง น้องโก้ เวลา 06.00 น. ปล่อยตัวนักวิ่งออกมาได้ 2.4 กม. จากนาฬิกาแอดนะครับ
ขณะที่วิ่งๆอยู่น้องเขาก็ล้มลง เป็นลมหมดสติ ช่วงนั้นทีมเราวิ่งเกาะกลุ่มกันไปข้างหลังน้องเขาพอดี
กลุ่มที่เกาะกันไปคือกลุ่มสุดท้ายประมาณ 14 คน น้องเขาอยู่ข้างหน้ากับเพื่อน 2 คน ฝนก็ตกปรอยๆตั้งแต่ปล่อยตัว
ถึงจุดตรงนั้นน้องเขาล้มลงคิดว่าเกิดจากการหน้ามืดเป็นลม ล้มฟุบหน้าลง
พวกเราก็ช่วยกันกันจับน้องนอนหงาย และหายาดมมาให้ดม พัดให้อากาศเคลื่อนที่เพื่อจะได้หายใจสะดวก
พี่คนที่มากับน้องโก้พยามปลุกน้อง ส่วนพวกเราก็หายาดมให้ดม และเอายาหม่องน้ำทาตามมือ และนวดมือนวดเท้าให้น้องเพื่อให้เลือดลมไหลเวียน
ระหว่างนี้ก็ให้น้องผู้ชาย2คนที่มาด้วยพยามติดต่อผู้จัดงานและติดต่อหน่วยฉุกเฉิน ส่วนผู้หญิงก็ให้เปลี่ยนกันนวดเท้านวดมือ
พักนึงพวกเราเห็นว่าน้องอาการไม่ดีชีพจรเริ่มอ่อนลง พี่ที่มากับน้องโก้ปั๊มหัวใจรอบที่ 1 จนน้องร้องโฮกขึ้นมา
เราก็ว่าน้องกลับมาแล้วก็หยุดปั้ม และพยามปลุกไม่ให้น้องหลับ แต่น้องก็น่าจะไม่ไหว พี่ที่มาด้วยก็เริ่มปั้มหัวใจอีก จนน้องเฮือกขึ้นมาอีก 2 ครั้ง
ระหว่างรอหน่วยงานมาช่วยก็พยายามปั๊มหัวใจรอ เปลี่ยนกันปั๊มหัวใจและเป่าปากน้อง
น้องก็ไม่ได้สติ จนเวลาผ่านไปตัวน้องจากซีดเริ่มคล้ำ ก็ยังไม่มีวี่แววว่าหน่วยงานไหนจะมาช่วย ถามน้องคนที่ติดต่อน้องบอกว่ากำลังมา
เวลาผ่านไป 38 นาที ระหว่างปั๊มหัวใจรอกู้ชีพมาช่วย ชีพจรน้องไม่มีแล้วน้องหมดลมหายใจ แต่เพื่อนๆนักวิ่งก็ยังคงพยามยื้อน้องต่อ
จนนาทีที่ 42 มีกู้ภัยมา 2 นายมาช่วยปั้มหัวใจต่อ แต่น้องก็ไม่กลับมาแล้ว จึงได้เอาน้องขึ้นเปล และหามขึ้นรถส่ง รพ.
ในใจแอดมินอยากถามว่าระยะทาง 2.4 กม. เส้นทางรถสามารถเข้ามาได้ทั้งมอเตอร์ไซต์และรถยนต์ ทำไมถึงต้องให้น้องนอนรอความช่วยเหลือตั้ง 42 นาที
ผู้จัดงานทำไมไม่มีการ์ด ไม่มีสวิปเปอร์ กู้ภัยมามือเปล่า ไม่มีอุปกรณ์ช่วยใดๆมาเลย รู้สึกผิดหวังกับผู้จัดนี้มากเลย ที่ปล่อยให้นักวิ่งต้องผจญภัยด้วยตัวเอง... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10330386
ขอแสดงความเสียใจ อีก ครั้ง