จากมนุษย์หัวร้อน สู่สายชิลล์: ผมใช้ Headspace เปลี่ยนชีวิตยังไง ให้สติมาปัญญาเกิด! (พร้อมวิธีใช้จริง)

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่รักทุกท่านครับ!

วันนี้ผมมีเรื่องอยากจะมาเล่าให้ฟังครับ เป็นประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมใช้แล้วชีวิตมันดีขึ้นจริงๆ จังๆ แถมยังรู้สึกว่าอยากจะแบ่งปันเคล็ดลับนี้ให้ทุกคนได้ลองสัมผัสดู นั่นก็คือการใช้แอป "Headspace" เพื่อฝึกการมีสติในระหว่างวันนี่แหละครับ

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า "สติ" หรือ "Mindfulness" มาบ้าง แต่ฟังดูอาจจะรู้สึกเป็นเรื่องไกลตัว หรือดูเป็นสายบุญจ๋าๆ แต่จริงๆ แล้วมันคือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตในโลกยุคดิจิทัลที่วุ่นวายได้อย่างมีความสุขและสงบนิ่งขึ้นได้เยอะเลยครับ

ผมเองเมื่อก่อนเป็นคนนึงที่ชีวิตโคตรวุ่นวายครับ ตื่นเช้ามาก็เช็กมือถือ ทำงานก็หลายอย่าง ประชุมก็เยอะ ไหนจะเรื่องส่วนตัวอีก เรียกได้ว่าสมองนี่ตีกันยุ่งไปหมด จนบางทีรู้สึกเหมือนจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์อยู่แล้วครับ



จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมมาเจอแอป Headspace นี่แหละครับ ตอนแรกก็ลองโหลดมาเล่นๆ ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แต่พอได้ลองใช้ไปสักพัก เฮ้ย! มันเวิร์คจริงแฮะ

Headspace คืออะไร? ทำไมต้องสนใจ?

Headspace คือแอปพลิเคชันสอนการทำสมาธิและการเจริญสติครับ ซึ่งถูกออกแบบมาให้เข้าใจง่าย ใช้งานง่าย แม้คนที่ไม่เคยฝึกมาก่อนก็สามารถเริ่มต้นได้สบายๆ ครับ แอนดี้ พุดดิคอมบ์ ผู้ร่วมก่อตั้งแอปนี้ เขาเคยเป็นพระชาวพุทธมาก่อนครับ ดังนั้นเนื้อหาภายในแอปเลยมีพื้นฐานจากหลักการจริง แต่ถูกนำมาปรับใช้ให้เข้ากับชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่ ไม่ได้เน้นเรื่องศาสนาจ๋าๆ แต่เน้นไปที่การฝึกจิตใจให้สงบ มีสติ และตระหนักรู้ในปัจจุบันขณะครับ

ประโยชน์ที่ผมได้จาก Headspace แบบจับต้องได้

ก่อนหน้านี้ผมเป็นคนหัวร้อนง่ายครับ ขับรถเจอรถปาดนิดหน่อยก็หงุดหงิดแล้ว งานไม่เป็นไปตามแผนก็เครียด กินข้าวก็รีบกิน ไม่เคยได้สัมผัสรสชาติอย่างเต็มที่เลย แต่พอได้ฝึกสติผ่าน Headspace ผมรู้สึกว่าตัวเองใจเย็นขึ้นครับ มีสมาธิในการทำงานมากขึ้น จัดการความเครียดได้ดีขึ้น และที่สำคัญคือ ผมได้ "พื้นที่ว่าง" ในหัวมากขึ้นครับ ไม่ต้องคิดนู่นคิดนี่ตลอดเวลา มันโคตรสบายเลยครับ

วิธีที่ผมใช้ Headspace ในชีวิตประจำวัน (ง่ายกว่าที่คิดเยอะครับ!)

อันนี้คือทีเด็ดครับ ผมอยากแนะนำให้ลองทำตามดู

1.  เริ่มต้นวันใหม่ด้วยสติ (5-10 นาที)
       ตื่นเช้ามาแทนที่จะคว้ามือถือ ผมจะเปิด Headspace ครับ มีคอร์สสำหรับผู้เริ่มต้น (The Basics) ให้ลองทำตาม ซึ่งจะสอนตั้งแต่พื้นฐานการหายใจ การสังเกตร่างกาย การปล่อยวางความคิด
       ผมเลือกคอร์สสั้นๆ แค่ 5-10 นาทีครับ นั่งสมาธิบนเตียงก่อนลุกไปทำกิจกรรมอื่นๆ มันช่วยให้สมองปลอดโปร่ง พร้อมรับมือกับวันใหม่มากๆ
       เคล็ดลับ ไม่ต้องกังวลว่าต้องนั่งตัวตรงเป๊ะ หรือต้องไม่มีความคิดอะไรเลย แค่รู้ตัวว่ากำลังนั่งอยู่ หายใจเข้า-ออก แล้วถ้าความคิดมันผุดขึ้นมา ก็แค่รับรู้มัน แล้วปล่อยมันไป แล้วกลับมาโฟกัสที่ลมหายใจใหม่ แค่นั้นเลยครับ



2.  เติมสติระหว่างวัน (SOS Meditation / Mindful Moments)
       ช่วงทำงานที่รู้สึกเครียด ปวดหัว หรือมีเรื่องมากระทบอารมณ์มากๆ ผมจะพักเบรกสั้นๆ ครับ แอบไปหาที่เงียบๆ สักมุม
       เปิด Headspace ในหมวด "SOS" ครับ เป็นคอร์สสั้นๆ แค่ 1-3 นาที สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินทางอารมณ์โดยเฉพาะ หรือจะเลือก "Mindful Moments" ที่เป็นเซสชั่นสั้นๆ สำหรับการรับรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น การกิน การเดิน การฟัง
       เคล็ดลับ อย่าคิดว่าต้องใช้เวลานานครับ แค่ 1 นาทีของการหายใจเข้าออกอย่างมีสติ มันก็ช่วยรีเซ็ตอารมณ์ และทำให้เรากลับมาโฟกัสกับงานได้ดีขึ้นเยอะแล้วครับ เหมือนเราชาร์จแบตสมองให้เต็มครับ

3.  เดินอย่างมีสติ (Walking Meditation)
       อันนี้ผมชอบมากครับ เวลาต้องเดินจากที่จอดรถไปที่ทำงาน หรือเดินไปซื้อกาแฟ ผมจะลองปิดหูฟัง แล้วเปิดคอร์ส "Walking Meditation" ใน Headspace ครับ
       แอปจะแนะนำให้เราสังเกตการเคลื่อนไหวของเท้า การสัมผัสพื้น สังเกตสิ่งรอบตัวอย่างไม่ตัดสิน มันช่วยให้การเดินธรรมดาๆ กลายเป็นการฝึกสติไปในตัว และทำให้รู้สึกว่าได้อยู่กับปัจจุบันจริงๆ
       เคล็ดลับ ลองสังเกตสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวครับ เสียงนกร้อง แสงแดด กลิ่นกาแฟที่ลอยมา มันช่วยให้เราตื่นตัวและเห็นคุณค่าของสิ่งต่างๆ รอบตัวมากขึ้นครับ

4.  นอนหลับสบาย (Sleep)
       สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ Headspace มีคอร์ส "Sleep" ครับ มีทั้ง "Sleepcasts" (เรื่องเล่าเบาๆ ที่ช่วยให้เราผ่อนคลายและหลับไป) "Sleep Music" (เพลงบรรเลง) และ "Wind Downs" (การทำสมาธิก่อนนอน)
       ผมลองใช้ Sleepcasts ครับ ฟังเพลินๆ แป๊บเดียวก็หลับไปแล้ว ตื่นมาสดชื่นกว่าเดิมเยอะเลยครับ



สิ่งที่ผมอยากจะบอกคือ...

การฝึกสติมันไม่ได้ยากอย่างที่คิดครับ ไม่ต้องไปบวช ไม่ต้องนั่งขัดสมาธิเป็นชั่วโมง แค่เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันของเรานี่แหละครับ Headspace เป็นเหมือนเพื่อนที่คอยนำทางเราไปสู่จุดนั้น

ผมเองจากคนที่เคยหัวร้อนง่าย อารมณ์ขึ้นลงเหมือนกราฟหุ้น ตอนนี้รู้สึกเป็นคนใจเย็นขึ้นเยอะครับ มีความสุขกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวมากขึ้น ไม่ได้แปลว่าชีวิตจะไม่มีปัญหาเลยนะครับ แต่เรามีเครื่องมือที่ดีขึ้นในการรับมือกับมันต่างหากครับ

อยากให้ทุกคนลองเปิดใจดูครับ โหลดแอปมาลองใช้ฟรีก็ได้ หรือถ้าใครติดใจอยากจะสมัครสมาชิกก็คุ้มค่ามากๆ ครับ ชีวิตดีขึ้นแน่นอน รับรองเลยครับ!

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ หวังว่าเรื่องเล่าของผมจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ แล้วเจอกันใหม่กระทู้หน้าครับ!

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่