หลายคนชอบนั่งจิบกาแฟริมหน้าต่างรับแดดยามเช้า หรือขับรถโดยให้แดดอุ่นๆ ส่องผ่านกระจกเข้ามา เพราะเชื่อว่าร่างกายจะได้รับวิตามินดีแถมยังเลี่ยงผิวไหม้ได้ หารู้ไม่ว่ากระจกใสๆ ที่เราเห็นนั้นกำลังทำหน้าที่เป็นตัวกรองที่เลือกปล่อยเฉพาะ "รังสีความแก่" ให้ทะลุเข้ามาทำร้ายผิวเราได้อย่างง่ายดาย ส่วนรังสีที่ช่วยสร้างวิตามินดีกลับถูกบล็อกไว้ซะสนิทเลยค่ะ วันนี้บลูโซนจะพามาเจาะลึกกันว่า รังสี UV ชนิดไหนที่ทะลุกระจกได้ และส่งผลต่อสุขภาพผิวของเราอย่างไรบ้างค่ะ
☀️
รังสียูวีแต่ละชนิด ทำงานผ่านกระจกอย่างไร?
🔹
UVA: ร้ายลึก ทะลุกระจกได้สบายๆ
รังสี UVA (Ultraviolet A) คือตัวการสำคัญที่สามารถทะลุผ่านกระจกหน้าต่างบ้านและกระจกรถยนต์ทั่วไปได้สูงถึง 95% เลยค่ะ รังสีชนิดนี้มีอำนาจทะลุทะลวงเข้าสู่ผิวหนังชั้นลึกสุด ไปทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน ส่งผลให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย (Photoaging) ความหย่อนคล้อย และจุดด่างดำ แถมยังเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพผิวในระยะยาวด้วยค่ะ สังเกตง่ายๆ ว่าเฟอร์นิเจอร์หรือผ้าม่านที่โดนแดดเลียเป็นประจำมักจะสีซีดจางลง ก็เป็นผลงานของเจ้า UVA นี่แหละค่ะ
🔹
UVB: ถูกกระจกบล็อกมิด... อดได้วิตามินดี!
รังสี UVB (Ultraviolet B) เป็นรังสีที่ทำให้ผิวของเราเกิดอาการแสบแดงหรือผิวไหม้แดด (Sunburn) ค่ะ โชคดีที่กระจกทั่วไปสามารถป้องกันรังสีชนิดนี้ได้เกือบทั้งหมด ทว่าในความโชคดีก็มีข้อเสียซ่อนอยู่ค่ะ เพราะ UVB คือรังสีชนิดเดียวที่ไปกระตุ้นให้ผิวหนังของเราสังเคราะห์ "วิตามินดี" ได้ ดังนั้นการนั่งรับแดดผ่านกระจก จึงไม่มีทางช่วยให้ร่างกายสร้างวิตามินดีได้เลยแม้แต่น้อยค่ะ เท่ากับว่าเราได้รับแต่ความเสื่อมโทรมจาก UVA ไปเต็มๆ
🔹
UVC: อันตรายสูงสุด แต่ชั้นบรรยากาศจัดการให้
รังสี UVC เป็นรังสีที่มีพลังงานสูงสุดและอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตมากที่สุดค่ะ ในจุดนี้ธรรมชาติได้ออกแบบมาอย่างสมดุล เพราะรังสีชนิดนี้จะถูกชั้นโอโซนในบรรยากาศของโลกกรองไว้ทั้งหมด จึงไม่สามารถตกลงมาถึงพื้นผิวโลกและทำอันตรายเราได้ค่ะ
💡
ทริคดูแลผิวและสุขภาพให้ปลอดภัยจากแสงแดด
เมื่อรู้แบบนี้แล้ว ใครที่ใช้ชีวิตติดหน้าต่างหรือขับรถเป็นประจำ ลองนำคำแนะนำเหล่านี้ไปปรับใช้เพื่อปกป้องผิวกันนะคะ
1️⃣
ทาครีมกันแดดแม้จะอยู่แต่ในร่ม
แม้ไม่ได้ออกไปตากแดดโดยตรง ถ้าโต๊ะทำงานอยู่ใกล้หน้าต่าง ผิวของเราก็ยังคงได้รับรังสี UVA อยู่ตลอดเวลาค่ะ แนะนำให้ทาครีมกันแดดที่มีค่า "PA" สูงๆ (ยิ่งมีเครื่องหมาย + เยอะยิ่งดี) เป็นประจำทุกเช้า เพื่อปกป้องผิวจากริ้วรอยและความหมองคล้ำนะคะ
2️⃣
ออกไปรับแดดข้างนอกเพื่อเติมวิตามินดี
หากต้องการให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดี เราต้องออกไปสัมผัสแสงแดดโดยตรงแบบไม่มีกระจกกั้นค่ะ เพียงแค่ออกไปเดินเล่นรับแดดอ่อนๆ นอกอาคารประมาณ 10-15 นาที ในช่วงเวลาที่แดดไม่จัดเกินไป ก็เพียงพอสำหรับความต้องการในแต่ละวันแล้วค่ะ
3️⃣
ติดตั้งฟิล์มกรองแสงคุณภาพดี
สำหรับบ้านหรือรถยนต์ที่มีกระจกบานใหญ่ การลงทุนติดฟิล์มกรองแสงที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันรังสี UV ได้อย่างครอบคลุม จะช่วยลดปริมาณรังสี UVA ที่ทะลุเข้ามาทำร้ายผิวและเฟอร์นิเจอร์ในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
4️⃣
เสริมเกราะป้องกันให้ผิวจากภายใน
สำหรับคนที่ต้องเผชิญแสงแดดหรือนั่งติดหน้าต่างเป็นประจำ นอกจากการทาครีมกันแดดแล้ว การเติมสารอาหารที่ช่วยปกป้องเซลล์ผิวและต้านอนุมูลอิสระจากภายใน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีชะลอวัยที่ยอดเยี่ยมและยั่งยืนค่ะ
ที่มา : Bluzone
☀️ นั่งตากแดดผ่านกระจก ได้ "วิตามินดี" หรือได้ "ความแก่" กันแน่? ไขความลับรังสี UV ที่คุณอาจยังไม่รู้!
☀️ รังสียูวีแต่ละชนิด ทำงานผ่านกระจกอย่างไร?
🔹 UVA: ร้ายลึก ทะลุกระจกได้สบายๆ
รังสี UVA (Ultraviolet A) คือตัวการสำคัญที่สามารถทะลุผ่านกระจกหน้าต่างบ้านและกระจกรถยนต์ทั่วไปได้สูงถึง 95% เลยค่ะ รังสีชนิดนี้มีอำนาจทะลุทะลวงเข้าสู่ผิวหนังชั้นลึกสุด ไปทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน ส่งผลให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย (Photoaging) ความหย่อนคล้อย และจุดด่างดำ แถมยังเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพผิวในระยะยาวด้วยค่ะ สังเกตง่ายๆ ว่าเฟอร์นิเจอร์หรือผ้าม่านที่โดนแดดเลียเป็นประจำมักจะสีซีดจางลง ก็เป็นผลงานของเจ้า UVA นี่แหละค่ะ
🔹 UVB: ถูกกระจกบล็อกมิด... อดได้วิตามินดี!
รังสี UVB (Ultraviolet B) เป็นรังสีที่ทำให้ผิวของเราเกิดอาการแสบแดงหรือผิวไหม้แดด (Sunburn) ค่ะ โชคดีที่กระจกทั่วไปสามารถป้องกันรังสีชนิดนี้ได้เกือบทั้งหมด ทว่าในความโชคดีก็มีข้อเสียซ่อนอยู่ค่ะ เพราะ UVB คือรังสีชนิดเดียวที่ไปกระตุ้นให้ผิวหนังของเราสังเคราะห์ "วิตามินดี" ได้ ดังนั้นการนั่งรับแดดผ่านกระจก จึงไม่มีทางช่วยให้ร่างกายสร้างวิตามินดีได้เลยแม้แต่น้อยค่ะ เท่ากับว่าเราได้รับแต่ความเสื่อมโทรมจาก UVA ไปเต็มๆ
🔹 UVC: อันตรายสูงสุด แต่ชั้นบรรยากาศจัดการให้
รังสี UVC เป็นรังสีที่มีพลังงานสูงสุดและอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตมากที่สุดค่ะ ในจุดนี้ธรรมชาติได้ออกแบบมาอย่างสมดุล เพราะรังสีชนิดนี้จะถูกชั้นโอโซนในบรรยากาศของโลกกรองไว้ทั้งหมด จึงไม่สามารถตกลงมาถึงพื้นผิวโลกและทำอันตรายเราได้ค่ะ
💡 ทริคดูแลผิวและสุขภาพให้ปลอดภัยจากแสงแดด
เมื่อรู้แบบนี้แล้ว ใครที่ใช้ชีวิตติดหน้าต่างหรือขับรถเป็นประจำ ลองนำคำแนะนำเหล่านี้ไปปรับใช้เพื่อปกป้องผิวกันนะคะ
1️⃣ ทาครีมกันแดดแม้จะอยู่แต่ในร่ม
แม้ไม่ได้ออกไปตากแดดโดยตรง ถ้าโต๊ะทำงานอยู่ใกล้หน้าต่าง ผิวของเราก็ยังคงได้รับรังสี UVA อยู่ตลอดเวลาค่ะ แนะนำให้ทาครีมกันแดดที่มีค่า "PA" สูงๆ (ยิ่งมีเครื่องหมาย + เยอะยิ่งดี) เป็นประจำทุกเช้า เพื่อปกป้องผิวจากริ้วรอยและความหมองคล้ำนะคะ
2️⃣ ออกไปรับแดดข้างนอกเพื่อเติมวิตามินดี
หากต้องการให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดี เราต้องออกไปสัมผัสแสงแดดโดยตรงแบบไม่มีกระจกกั้นค่ะ เพียงแค่ออกไปเดินเล่นรับแดดอ่อนๆ นอกอาคารประมาณ 10-15 นาที ในช่วงเวลาที่แดดไม่จัดเกินไป ก็เพียงพอสำหรับความต้องการในแต่ละวันแล้วค่ะ
3️⃣ ติดตั้งฟิล์มกรองแสงคุณภาพดี
สำหรับบ้านหรือรถยนต์ที่มีกระจกบานใหญ่ การลงทุนติดฟิล์มกรองแสงที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันรังสี UV ได้อย่างครอบคลุม จะช่วยลดปริมาณรังสี UVA ที่ทะลุเข้ามาทำร้ายผิวและเฟอร์นิเจอร์ในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
4️⃣ เสริมเกราะป้องกันให้ผิวจากภายใน
สำหรับคนที่ต้องเผชิญแสงแดดหรือนั่งติดหน้าต่างเป็นประจำ นอกจากการทาครีมกันแดดแล้ว การเติมสารอาหารที่ช่วยปกป้องเซลล์ผิวและต้านอนุมูลอิสระจากภายใน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีชะลอวัยที่ยอดเยี่ยมและยั่งยืนค่ะ
ที่มา : Bluzone