ขึ้นรถไฟฟ้าลงสถานีลุมพิณี ไปต่อแท็กซี่ เพื่อไปจันทร์ 16 ปักหมุนไปร้าน อาแปะถอดเสื้อเหล่าสี่
ร้านนี้กินมานานตั้งแต่อาแปะยังอยู่ ตอนนี้ เป็นรุ่นลูกทำยังอร่อยเหมือนเดิม ทั้งก๋วยจับ และ เกาเหลา ต้องบอกว่าเกาเหลาที่นี่ น้ำซุปอร่อยมาก น้ำใสหอมพริกไทย
เป็นเกาเหลาที่ถูกต้องที่สุดมี ผักจิงจูฉ่าย เครื่องในครบทุกอย่างเลย มีตั้งแต่หมูชิ้น หมูสับปั้นก้อน กระเพาะ ใส้อ่อน หมูขั้วตับ ปอด ม้าม (แต่คราวนี้เราสั่งไม่เอาตับและหัวใจ เลยไม่ใส่ตับเหล็กมาให้ไปด้วยมั่ง) เซี่ยนจี้ หมูกรอบ ราคาธรรมดา 60 พิเศษ 80 บาท สั่งหมูกรอบมาด้วย 1 จาน มีน้ำชาบริการ รวมทั้งหมด 125.- บาท

วันนี้ได้กินมื้อเช้า 11 โมง เดินมองซ้ายขวา จะไปยังจุดหมายที่จะไปธุระ อีกซอย ไม่มีวินเลย ดูในแม็บ ก็เดิน แค่ 8 นาทีเองนี่นา ก็ลงมือเริ่มเดิน เลย ถึงจุดหมายปลายทาง เจรจา ระหว่างรอ อยากนั่งพัก ทานกาแฟ เดินมองหา ร้านค้าเยอะมาก ขายตามหน้าตึกและรถเข็น ร้าน 7-11 ประจันหน้ากันเลย หน้าจะคนพลุกพล่านช่วงเย็น
เดินไปมาเจอร้านกาแฟ ซึ่งไม่มีใครแนะนำ หาห้องแอร์นั่ง กินขนมซักชิ้น เจอของดีตะหาก ขนม กาแฟ อร่อย มากกกก เปลือง ก. หลายตัวเลย นึกในใจวันนี้มีแต้มบุญสูง
Mellow Talk เป็นคาเฟ่สไตล์โฮมมี่และ Specialty Coffee
ภายในร้านอบอุ่น นั่งสบาย เพดานโปร่งสูง เลยไม่อึดอัด เจ้าของร้านหรือเปล่าไม่รู้ เป็นคนรุ่นใหม่ รุ่นลูกเราเลย อัธยาศัยดี ตั้งใจทำงาน เด็กสมัยนี้ เก่งๆ กันทั้งนั้นเลย
เดินเข้ามา ลูกค้าเยอะทีเดียว แต่พอทานกาแฟ แล้ว ไม่แปลกใจ อร่อยทั้งกาแฟ และขนม
ขนมหอมเนย เนื้อสัมผัสดี
ระหว่างนั่ง เหลือบไปเห็นน้องนั่งมอง ซูมมาจากไกลๆ ตอนแรกนึกว่าเป็นพรอบ อ้าวน้องกระดิกหู
จนได้ยินโทรศัพ์ท์ ตาม ก่อนกลับเอาขนมอีกซัก 2 ชิ้นกลับบ้าน พร้อมน้ำ แก้วนี้อีก 1 แก้ว บอกอยากได้แบบชื่นใจ ไม่เอาส่วนผสมนมและกาแฟ มีโซดาซักหน่อย ก็น่าจะดี เลยได้แก้วนี้มา น้ำขิง +เลม่อน +โซดา มีซินนามอน และโป๊ยกั๊ก หอมไปอีกแบบ แก้วนี้จิบชิม ปิดผาหิ้วเดินกลับ
ขนมที่ซื้อมาเอามากินวันนี้ที่ทำงาน ต่อ
เสร็จธุระ ไม่เย็นมาก ต้องกลับทางเดิม สีลมสวนลุม เลยเริ่มที่ดุสิตปาร์ค จะไปลองชิมร้านเปิดใหม่ที่อยู่บนชั้น5
เห็นโฆษณา เปิด ได้ 2 วัน น่าจะต้องลองซักหน่อย
Tsujihan (ซึจิฮัน): ร้านข้าวหน้าซีฟู้ดล้นๆ (Zeitaku Don) เจ้าดังจากโตเกียวที่คนว่ากันว่าอร่อยที่สุด [อ้างอิง 0.5.1] จุดเด่นคือ 1 ชามทานได้ 2 สไตล์ (ทานแบบดั้งเดิมก่อน แล้วเติมน้ำซุปปลาเป็นข้าวต้ม) ราคาเริ่มต้น 390 บาท
รูปจากโฆษณา
มาถึงหน้าร้าน ค่ะ คนแถวยาวแบบ (ไม่ได้ถ่ายรูปคนที่คอยมาให้ดู) ขี้เกียจมาปิดหน้าทีละคน
เดินไปถามคนรันคิว มีกี่คิวค่ะ อีก 350 คิวค่ะ อุ๊ย 2 ทุ่มจะได้กินไหม หรือเราฟังผิด
หันไปร้านข้างๆ ชูชิ เจ้าดัง Katsu Midori: ร้านซูชิสายพานชื่อดังจากญี่ปุ่น คนเยอะไม่แพ้กัน
นึกในใจบุญมีแค่ครึ่งวัน ต้องล่าถอย คราวหน้าค่อยมาลองละกัน สรุปไม่ได้ลองเลยค่ะ
สรุปได้มาลอง อาหารอินเดีย กินกะแป้งนาน เป็นแกงกระหรี่ผักรวม (อันนี้มีรสมากกว่าแกงถั่วข้าง) มีผักดองเคียงพร้อมน้ำจิ้มรสเปรี้ยวเสริฟพร้อมโยเกริต ซาโมซ่า 1 ฃิ้นใส้มันฝรั่งปรุ่งรส

ข้าวหุงไม่แข็ง ออกร่วนหน่อย เป็นข้าวผสมดูจากเมล็ด ผสมข้าวบาสมาตี ไม่ใช่ข้าวอินเดียทั้งหมด
แกงออกรสจืดไปหน่อย ถ้าปรุ่งให้เข้มข้นกว่านี้ น่าจะอร่อย (อันนี้ส่วนตัวนะ) แต่ก็ไม่ใช่ผุ้เชียวชาญอาหารอินเดีย เลยไม่อยากวิจารณ์เพราะไม่ได้รู้รสชาติที่ถูกต้อง
เสร็จภาระกิจ ขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน
ขอบคุณที่เข้ามาร่วมชม จขกท. บางทีไม่ว่างอาจจะไม่ได้เข้ามาตอบทุกคนที่ร่วมคอมเม้นท์ บางครั้งว่างก็ว่างยาวๆ อย่างไรก็ขอขอบพระคุณ
ภาระกิจวันเสาร์ ต้องไป ถ.จันทร์ ซอย 16
ร้านนี้กินมานานตั้งแต่อาแปะยังอยู่ ตอนนี้ เป็นรุ่นลูกทำยังอร่อยเหมือนเดิม ทั้งก๋วยจับ และ เกาเหลา ต้องบอกว่าเกาเหลาที่นี่ น้ำซุปอร่อยมาก น้ำใสหอมพริกไทย
เป็นเกาเหลาที่ถูกต้องที่สุดมี ผักจิงจูฉ่าย เครื่องในครบทุกอย่างเลย มีตั้งแต่หมูชิ้น หมูสับปั้นก้อน กระเพาะ ใส้อ่อน หมูขั้วตับ ปอด ม้าม (แต่คราวนี้เราสั่งไม่เอาตับและหัวใจ เลยไม่ใส่ตับเหล็กมาให้ไปด้วยมั่ง) เซี่ยนจี้ หมูกรอบ ราคาธรรมดา 60 พิเศษ 80 บาท สั่งหมูกรอบมาด้วย 1 จาน มีน้ำชาบริการ รวมทั้งหมด 125.- บาท
วันนี้ได้กินมื้อเช้า 11 โมง เดินมองซ้ายขวา จะไปยังจุดหมายที่จะไปธุระ อีกซอย ไม่มีวินเลย ดูในแม็บ ก็เดิน แค่ 8 นาทีเองนี่นา ก็ลงมือเริ่มเดิน เลย ถึงจุดหมายปลายทาง เจรจา ระหว่างรอ อยากนั่งพัก ทานกาแฟ เดินมองหา ร้านค้าเยอะมาก ขายตามหน้าตึกและรถเข็น ร้าน 7-11 ประจันหน้ากันเลย หน้าจะคนพลุกพล่านช่วงเย็น
เดินไปมาเจอร้านกาแฟ ซึ่งไม่มีใครแนะนำ หาห้องแอร์นั่ง กินขนมซักชิ้น เจอของดีตะหาก ขนม กาแฟ อร่อย มากกกก เปลือง ก. หลายตัวเลย นึกในใจวันนี้มีแต้มบุญสูง
Mellow Talk เป็นคาเฟ่สไตล์โฮมมี่และ Specialty Coffee
ภายในร้านอบอุ่น นั่งสบาย เพดานโปร่งสูง เลยไม่อึดอัด เจ้าของร้านหรือเปล่าไม่รู้ เป็นคนรุ่นใหม่ รุ่นลูกเราเลย อัธยาศัยดี ตั้งใจทำงาน เด็กสมัยนี้ เก่งๆ กันทั้งนั้นเลย
เดินเข้ามา ลูกค้าเยอะทีเดียว แต่พอทานกาแฟ แล้ว ไม่แปลกใจ อร่อยทั้งกาแฟ และขนม
ขนมหอมเนย เนื้อสัมผัสดี
ระหว่างนั่ง เหลือบไปเห็นน้องนั่งมอง ซูมมาจากไกลๆ ตอนแรกนึกว่าเป็นพรอบ อ้าวน้องกระดิกหู
จนได้ยินโทรศัพ์ท์ ตาม ก่อนกลับเอาขนมอีกซัก 2 ชิ้นกลับบ้าน พร้อมน้ำ แก้วนี้อีก 1 แก้ว บอกอยากได้แบบชื่นใจ ไม่เอาส่วนผสมนมและกาแฟ มีโซดาซักหน่อย ก็น่าจะดี เลยได้แก้วนี้มา น้ำขิง +เลม่อน +โซดา มีซินนามอน และโป๊ยกั๊ก หอมไปอีกแบบ แก้วนี้จิบชิม ปิดผาหิ้วเดินกลับ
ขนมที่ซื้อมาเอามากินวันนี้ที่ทำงาน ต่อ
เสร็จธุระ ไม่เย็นมาก ต้องกลับทางเดิม สีลมสวนลุม เลยเริ่มที่ดุสิตปาร์ค จะไปลองชิมร้านเปิดใหม่ที่อยู่บนชั้น5
เห็นโฆษณา เปิด ได้ 2 วัน น่าจะต้องลองซักหน่อย
Tsujihan (ซึจิฮัน): ร้านข้าวหน้าซีฟู้ดล้นๆ (Zeitaku Don) เจ้าดังจากโตเกียวที่คนว่ากันว่าอร่อยที่สุด [อ้างอิง 0.5.1] จุดเด่นคือ 1 ชามทานได้ 2 สไตล์ (ทานแบบดั้งเดิมก่อน แล้วเติมน้ำซุปปลาเป็นข้าวต้ม) ราคาเริ่มต้น 390 บาท
รูปจากโฆษณา
มาถึงหน้าร้าน ค่ะ คนแถวยาวแบบ (ไม่ได้ถ่ายรูปคนที่คอยมาให้ดู) ขี้เกียจมาปิดหน้าทีละคน
เดินไปถามคนรันคิว มีกี่คิวค่ะ อีก 350 คิวค่ะ อุ๊ย 2 ทุ่มจะได้กินไหม หรือเราฟังผิด
หันไปร้านข้างๆ ชูชิ เจ้าดัง Katsu Midori: ร้านซูชิสายพานชื่อดังจากญี่ปุ่น คนเยอะไม่แพ้กัน
นึกในใจบุญมีแค่ครึ่งวัน ต้องล่าถอย คราวหน้าค่อยมาลองละกัน สรุปไม่ได้ลองเลยค่ะ
สรุปได้มาลอง อาหารอินเดีย กินกะแป้งนาน เป็นแกงกระหรี่ผักรวม (อันนี้มีรสมากกว่าแกงถั่วข้าง) มีผักดองเคียงพร้อมน้ำจิ้มรสเปรี้ยวเสริฟพร้อมโยเกริต ซาโมซ่า 1 ฃิ้นใส้มันฝรั่งปรุ่งรส
แกงออกรสจืดไปหน่อย ถ้าปรุ่งให้เข้มข้นกว่านี้ น่าจะอร่อย (อันนี้ส่วนตัวนะ) แต่ก็ไม่ใช่ผุ้เชียวชาญอาหารอินเดีย เลยไม่อยากวิจารณ์เพราะไม่ได้รู้รสชาติที่ถูกต้อง
เสร็จภาระกิจ ขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน
ขอบคุณที่เข้ามาร่วมชม จขกท. บางทีไม่ว่างอาจจะไม่ได้เข้ามาตอบทุกคนที่ร่วมคอมเม้นท์ บางครั้งว่างก็ว่างยาวๆ อย่างไรก็ขอขอบพระคุณ