🙏 น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ 🙏
❤️🙏 ๑๘ กรกฎาคม 🙏❤️
วันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
❤️ "สมเด็จย่าแห่งแผ่นดิน" ❤️
❤️🙏 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีพระนามเดิมว่า สังวาลย์ ตะละภัฏ เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๔๓ ทรงเป็นพระบรมราชชนนีในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ ๘ และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ อีกทั้งยังทรงเป็นพระอัยยิกาในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบัน
พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถและใฝ่พระทัยในการศึกษามาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงสำเร็จการศึกษาวิชาแพทย์ผดุงครรภ์และพยาบาลจากศิริราช ก่อนจะเสด็จไปทรงศึกษาต่อด้านพยาบาลที่สหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังทรงศึกษาเพิ่มเติมด้านจิตวิทยา โภชนาการ และทรงศึกษาภาษาฝรั่งเศสจนทรงเชี่ยวชาญ
ขณะที่กำลังทรงศึกษาวิชาแพทย์ปีที่ ๑ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ ทรงพบและพอพระทัยกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ด้วยมีพระศิริโฉมงดงาม พระอุปนิสัย และพระคุณสมบัติอื่น ๆ ดังนั้นสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์จึงทรงมีลายพระหัตถ์กราบบังคมทูลสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระราชมารดา ขอพระราชทานพระราชานุญาตหมั้นกับนางสาวสังวาลย์ ทั้งนี้สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ได้ทรงกล่าวกับสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าไว้ ความว่า
“...สังวาลย์เป็นกำพร้า...แต่งงานแล้วก็มาใช้นามสกุลหม่อมฉัน หม่อมฉันไม่ได้เลือกเมียด้วยสกุลรุนชาติ ต้องเกิดเป็นอย่างนั้น ต้องเกิดเป็นอย่างนี้ คนเราเลือกเกิดไม่ได้ หม่อมฉันเลือกคนดี ทุกข์สุขเป็นเรื่องของหม่อมฉันเอง...”
พระองค์มีพระนามที่นิยมเรียกกันว่า
“สมเด็จย่า” ทั้งนี้พระองค์ยังได้ประกอบพระราชกรณียกิจเยี่ยมราษฎรชาวไทยภูเขาที่อาศัยในถิ่นทุรกันดาร และได้พระราชทานความช่วยเหลือผ่านทางเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เปรียบเสมือนพระองค์เสด็จมาจากฟากฟ้าช่วยให้พวกเขามีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น ชาวไทยภูเขาจึงถวายพระสมัญญานามว่า
“แม่ฟ้าหลวง”
สมเด็จย่ามีพระอาการทางพระหทัยกำเริบและทรงเหนื่อยอ่อน คณะแพทย์ถวายการรักษาเบื้องต้นที่วังสระปทุม จนกระทั่งวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๓๘ จึงเชิญเสด็จพระราชดำเนินเข้าประทับรักษาพระองค์ ณ ตึก ๘๔ ปี โรงพยาบาลศิริราช ระหว่างการประทับรักษาที่โรงพยาบาล คณะแพทย์พบว่าเกิดการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต จึงได้ถวายพระโอสถปฏิชีวนะเพิ่ม ต่อมา มีพระอาการแทรกซ้อน มีการอักเสบที่พระอันตะพระอันตคุณ (ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก) และที่พระปับผาสะ (ปอด) ข้างขวา คณะแพทย์ได้พยายามถวายการรักษาจนพระอาการทั่วไปดีขึ้นบ้าง
เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม สมเด็จย่ามีพระอาการทรุดลง เนื่องด้วยมีพระอาการแทรกซ้อนทางพระยกนะ (ตับ) และพระวักกะ (ไต) ไม่ทำงาน พระหทัย (หัวใจ) ทำงานไม่ปกติ ความดันพระโลหิตต่ำทำให้เกิดภาวะเป็นกรดในพระโลหิต คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาความผิดปกติของระบบต่าง ๆ รวมทั้งการฟอกพระโลหิตด้วยเครื่องไตเทียมและกรองสารพิษซึ่งเกิดจากภาวะผิดปกติของพระยกนะ แต่พระอาการตั้งแต่เช้าจนเที่ยงของวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๓๘ คงอยู่ในภาวะวิกฤต จนกระทั่ง เวลา ๒๑.๑๗ น. สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต รวมพระชนมายุ ๙๔ พรรษา
ตลอดพระชนม์ชีพ ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎร ทรงมีคุณูปการยิ่งใหญ่ด้านการแพทย์ โดยทรงก่อตั้ง หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระราชชนนี (พอ.สว.) เพื่อนำบุคลากรทางการแพทย์ออกรักษาประชาชนในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ทรงก่อตั้งมูลนิธิขาเทียมและศูนย์ถันยรักษ์ (ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการตรวจวินิจฉัยและคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม) รวมทั้งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และทรงริเริ่มโครงการพัฒนาดอยตุงฯ เพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาความยากจน การปลูกฝิ่น และการทำลายป่า ตามแนวพระราชดำริ
"ปลูกป่า ปลูกคน" สร้างอาชีพและช่วยให้ชาวไทยภูเขาสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
ด้วยพระเกียรติคุณอันเป็นที่ประจักษ์ องค์การยูเนสโก (UNESCO) จึงได้ประกาศยกย่องให้พระองค์ทรงเป็น
"บุคคลสำคัญของโลก" ด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ประยุกต์ การพัฒนามนุษย์ สังคม และสิ่งแวดล้อม เนื่องในวาระฉลองวันพระราชสมภพครบ ๑๐๐ พรรษา เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓
จวบจนปัจจุบัน ผลแห่งการทรงงานของพระองค์ยังคงช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทย และเป็นแบบอย่างแห่งความทุ่มเทและเสียสละ ให้คนไทยได้เรียนรู้และสืบสานความดีสืบไป
#สืบสานรักษาต่อยอด #๑๘กรกฎาคม
#วันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
#สมเด็จย่าแห่งแผ่นดิน
❤️🙏๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙🙏❤️ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี “สมเด็จย่า”
❤️🙏 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีพระนามเดิมว่า สังวาลย์ ตะละภัฏ เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๔๓ ทรงเป็นพระบรมราชชนนีในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ ๘ และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ อีกทั้งยังทรงเป็นพระอัยยิกาในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบัน
พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถและใฝ่พระทัยในการศึกษามาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงสำเร็จการศึกษาวิชาแพทย์ผดุงครรภ์และพยาบาลจากศิริราช ก่อนจะเสด็จไปทรงศึกษาต่อด้านพยาบาลที่สหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังทรงศึกษาเพิ่มเติมด้านจิตวิทยา โภชนาการ และทรงศึกษาภาษาฝรั่งเศสจนทรงเชี่ยวชาญ
ขณะที่กำลังทรงศึกษาวิชาแพทย์ปีที่ ๑ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ ทรงพบและพอพระทัยกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ด้วยมีพระศิริโฉมงดงาม พระอุปนิสัย และพระคุณสมบัติอื่น ๆ ดังนั้นสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์จึงทรงมีลายพระหัตถ์กราบบังคมทูลสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระราชมารดา ขอพระราชทานพระราชานุญาตหมั้นกับนางสาวสังวาลย์ ทั้งนี้สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ได้ทรงกล่าวกับสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าไว้ ความว่า
“...สังวาลย์เป็นกำพร้า...แต่งงานแล้วก็มาใช้นามสกุลหม่อมฉัน หม่อมฉันไม่ได้เลือกเมียด้วยสกุลรุนชาติ ต้องเกิดเป็นอย่างนั้น ต้องเกิดเป็นอย่างนี้ คนเราเลือกเกิดไม่ได้ หม่อมฉันเลือกคนดี ทุกข์สุขเป็นเรื่องของหม่อมฉันเอง...”
พระองค์มีพระนามที่นิยมเรียกกันว่า “สมเด็จย่า” ทั้งนี้พระองค์ยังได้ประกอบพระราชกรณียกิจเยี่ยมราษฎรชาวไทยภูเขาที่อาศัยในถิ่นทุรกันดาร และได้พระราชทานความช่วยเหลือผ่านทางเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เปรียบเสมือนพระองค์เสด็จมาจากฟากฟ้าช่วยให้พวกเขามีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น ชาวไทยภูเขาจึงถวายพระสมัญญานามว่า “แม่ฟ้าหลวง”
สมเด็จย่ามีพระอาการทางพระหทัยกำเริบและทรงเหนื่อยอ่อน คณะแพทย์ถวายการรักษาเบื้องต้นที่วังสระปทุม จนกระทั่งวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๓๘ จึงเชิญเสด็จพระราชดำเนินเข้าประทับรักษาพระองค์ ณ ตึก ๘๔ ปี โรงพยาบาลศิริราช ระหว่างการประทับรักษาที่โรงพยาบาล คณะแพทย์พบว่าเกิดการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต จึงได้ถวายพระโอสถปฏิชีวนะเพิ่ม ต่อมา มีพระอาการแทรกซ้อน มีการอักเสบที่พระอันตะพระอันตคุณ (ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก) และที่พระปับผาสะ (ปอด) ข้างขวา คณะแพทย์ได้พยายามถวายการรักษาจนพระอาการทั่วไปดีขึ้นบ้าง
เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม สมเด็จย่ามีพระอาการทรุดลง เนื่องด้วยมีพระอาการแทรกซ้อนทางพระยกนะ (ตับ) และพระวักกะ (ไต) ไม่ทำงาน พระหทัย (หัวใจ) ทำงานไม่ปกติ ความดันพระโลหิตต่ำทำให้เกิดภาวะเป็นกรดในพระโลหิต คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาความผิดปกติของระบบต่าง ๆ รวมทั้งการฟอกพระโลหิตด้วยเครื่องไตเทียมและกรองสารพิษซึ่งเกิดจากภาวะผิดปกติของพระยกนะ แต่พระอาการตั้งแต่เช้าจนเที่ยงของวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๓๘ คงอยู่ในภาวะวิกฤต จนกระทั่ง เวลา ๒๑.๑๗ น. สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต รวมพระชนมายุ ๙๔ พรรษา
ตลอดพระชนม์ชีพ ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎร ทรงมีคุณูปการยิ่งใหญ่ด้านการแพทย์ โดยทรงก่อตั้ง หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระราชชนนี (พอ.สว.) เพื่อนำบุคลากรทางการแพทย์ออกรักษาประชาชนในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ทรงก่อตั้งมูลนิธิขาเทียมและศูนย์ถันยรักษ์ (ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการตรวจวินิจฉัยและคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม) รวมทั้งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และทรงริเริ่มโครงการพัฒนาดอยตุงฯ เพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาความยากจน การปลูกฝิ่น และการทำลายป่า ตามแนวพระราชดำริ "ปลูกป่า ปลูกคน" สร้างอาชีพและช่วยให้ชาวไทยภูเขาสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
ด้วยพระเกียรติคุณอันเป็นที่ประจักษ์ องค์การยูเนสโก (UNESCO) จึงได้ประกาศยกย่องให้พระองค์ทรงเป็น "บุคคลสำคัญของโลก" ด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ประยุกต์ การพัฒนามนุษย์ สังคม และสิ่งแวดล้อม เนื่องในวาระฉลองวันพระราชสมภพครบ ๑๐๐ พรรษา เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓
จวบจนปัจจุบัน ผลแห่งการทรงงานของพระองค์ยังคงช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทย และเป็นแบบอย่างแห่งความทุ่มเทและเสียสละ ให้คนไทยได้เรียนรู้และสืบสานความดีสืบไป
#สืบสานรักษาต่อยอด #๑๘กรกฎาคม
#วันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
#สมเด็จย่าแห่งแผ่นดิน