🩺​🧋​ ไขมันพอก 'ตับอ่อน' ปลายทาง​คือเสี่ยงมะเร็ง​

กระทู้สนทนา
ไขมันพอกตับอ่อน ย้ำว่าตับอ่อน ทำให้ระดับน้ำตาลยิ่งสูงเรื้อรัง และก่อหายนะต่อตับอ่อนมากมาย

ปัจจุบันเราคุ้นกับคำว่า “ไขมันพอกตับ”  หรือ MASLD กันมากขึ้นแล้วนะคะ คือไขมันที่สะสมในตับมากเกินไป สามารถกระตุ้นการอักเสบ เกิดพังผืด ลุกลามไปสู่ตับแข็งและมะเร็งตับได้

แต่ปัจจุบันพบว่า
“ตับอ่อน” ก็สามารถสะสมไขมันได้เหมือนกันค่ะ
(เอาอีกละ)

และเพราะตับอ่อนมีหน้าที่ผลิตอินซูลิน
ไขมันที่เข้าไปแทรกในอวัยวะนี้
จึงอาจทำให้การควบคุมน้ำตาลแย่ลงเรื่อยๆ
แถมยังพังตับอ่อนเรื้อรังจนเสี่ยงโรคอื่นๆ ตามมาด้วย

.

🏚️ โดยปกติ ไขมันส่วนเกินควรถูกเก็บไว้ ในเนื้อเยื่อไขมันใต้ผิวหนัง ตรงนั้นเปรียบเหมือนโกดังหลัก ที่ร่างกายสร้างไว้เพื่อเก็บพลังงาน

แต่เมื่อกินพลังงานเกินต่อเนื่อง จนเซลล์ไขมันขยายตัวต่อไม่ไหว หรือสร้างเซลล์ไขมันใหม่ไม่ทัน กรดไขมันจะเริ่มไหลออกจากโกดังหลัก ไปฝากไว้ตามอวัยวะอื่น ซึ่งจุดนี้แต่ละคนจะไม่เท่ากัน ซึ่งเคยเขียนไปในบทความ personal fat threshold แล้ว

ซึ่งมันทะลักไปสะสมได้หลายอวัยวะเลย
▪️ตับ
▪️กล้ามเนื้อ
▪️หัวใจ
▪️ตับอ่อน

ไขมันที่อยู่ผิดสถานที่แบบนี้เรียกว่า
Ectopic fat

.

📦 ในตับอ่อน ไขมันอาจแทรกอยู่ระหว่างกลีบของเนื้อตับอ่อน สะสมเป็นคลังไขมันภายในเซลล์ หรืออยู่ในรูปกรดไขมันที่ไหลเข้ามาโจมตีเซลล์โดยตรง

ซึ่งพบว่าภาวะนี้สัมพันธ์กับหลายโรคมาก ไม่ว่าจะเป็น
▪️อ้วนลงพุงและดื้ออินซูลิน
▪️ไขมันพอกตับ
▪️ไตรกลีเซอไรด์สูง
▪️การได้รับพลังงานเกินเรื้อรัง
▪️การดื่มแอลกอฮอล์
▪️พันธุกรรมบางชนิด

เอาง่ายๆ คือกินเยอะ กินติดต่อกัน ออกกำลังกายน้อย
ใ่ช่ค่ะ คล้ายๆ กับที่เกิดกับตับเลย
แต่ใครจะเกิดมากเกิดน้อย ขึ้นกับปัจจัยพันธุกรรม
และแวดล้อมอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะสุรา

แถมคนที่ดูไม่อ้วนมากก็เกิดได้ค่ะ
เพราะความสามารถ
ในการเก็บไขมันใต้ผิวหนังของแต่ละคนไม่เท่ากัน

.

🧪เมื่อกรดไขมันเข้าสู่ตับอ่อนมากขึ้น มันจะแปลงเป็นสารไขมันที่เป็นพิษ เพิ่มอนุมูลอิสระ รบกวนไมโตคอนเดรีย สร้างความเครียดในหน่วยสร้างโปรตีน (endoplasmic reticulum) และกระตุ้นการอักเสบภายในเซลล์

เซลล์เบต้าที่มีหน้าที่ผลิตอินซูลินนี่โดนหนักเลยค่ะ
จึงเหมือนโรงงานที่ต้องเร่งผลิตสินค้า ส่งออกอินซูลินที่ตอนนี้ก็เอาน้ำตาลที่พุ่งไม่อยู่แล้ว แถมตัวเองก็ยังแย่พิษจากไขมันสะสมอีก
.

🔥ช่วงแรก เซลล์เบต้าอาจพยายามชดเชย
ด้วยการผลิตอินซูลินให้มากขึ้น

เพราะตับและกล้ามเนื้อเริ่มดื้ออินซูลิน
ร่างกายจึงต้องใช้อินซูลินมากกว่าเดิม
เพื่อควบคุมน้ำตาลให้อยู่ในระดับปกติ

แต่ถ้าไขมันและน้ำตาลยังสูงต่อเนื่อง
จะเกิดภาวะ glucolipotoxicity

คือเซลล์เบต้าถูกทำร้ายพร้อมกัน
ทั้งจากกรดไขมันและน้ำตาลในเลือด

ซ้ำไปซ้ำมา

.

📉เมื่อดำเนินต่อไปนานๆ

เซลล์เบต้าจะรับรู้กลูโคสได้แย่ลง ผลิตอินซูลินได้น้อยลง และปล่อยอินซูลินช้ากว่าที่ควร โดยเฉพาะอินซูลินระยะแรกหลังรับประทานอาหาร ซึ่งมีหน้าที่รีบกดการปล่อยน้ำตาลจากตับ และพากลูโคสเข้าสู่กล้ามเนื้อ

เมื่อตับอ่อนตอบสนองช้า น้ำตาลหลังอาหารจึงสูงและค้างนานขึ้น พิษจากน้ำตาลยิ่งรุนแรง หลอดเลือดยิ่งพัง

ขณะเดียวกัน หากมีไขมันพอกตับร่วมด้วย
ตับก็ยังปล่อยกลูโคสออกมา
แม้ว่าระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงอยู่แล้ว

จึงเกิดวงจร

ตับดื้ออินซูลิน
→ ปล่อยน้ำตาลมากขึ้น

ตับอ่อนต้องผลิตอินซูลินมากขึ้น
→ เซลล์เบต้าทำงานหนัก

ไขมันและการอักเสบในตับอ่อนเพิ่ม
→ อินซูลินหลั่งได้น้อยลง

น้ำตาลจึงยิ่งสูงเรื้อรังค่ะ

.

🧯นอกจากเรื่องน้ำตาล
ไขมันในตับอ่อนยังสัมพันธ์กับ
▪️การอักเสบเรื้อรัง
▪️การเกิดพังผืด
▪️การฝ่อของเนื้อตับอ่อน
▪️ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง
▪️การสร้างเอนไซม์ย่อยอาหารผิดปกติ

แต่การมีไขมันพอกตับอ่อน ไม่ได้แปลว่าจะเกิดโรคเหล่านี้ทุกคน เพราะยังมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น แอลกอฮอล์ บุหรี่ นิ่ว พันธุกรรม และการอุดตันของท่อตับอ่อน

แต่คือถ้ามีไขมันแทรกตับอ่อน
เวลาเป็นโรคพวกนี้ยิ่งรุนแรงขึ้น

.

🧬ไขมันพอกตับอ่อน ยังพบความสัมพันธ์กับมะเร็งตับอ่อนในหลายการศึกษา เพราะอย่างที่บอกไปมันทำให้ทั้งตัวตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง ทั้งโดยตรง และจากพิษจากน้ำตาล
สุดท้ายสร้างพังผืดที่เป็นแวดล้อมเอื้อต่อการบาดเจ็บและเกิดมะเร็ง ทำลาย DNA
และเสี่ยงต่อกำเนิดมะเร็ง

แต่หลักฐานปัจจุบันยังเป็นเพียงความสัมพันธ์นะคะ
ซึ่งต้องรอการศึกษาต่อไป แต่การไม่มีน่ะดีที่สุด

แถมปัจจุบันยังไม่มีการตรวจไขมันพอกตับอ่อน
ชัดเจนด้วย เพราะเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่

.

💪แล้วแก้ไขอย่างไรดี?

ในเมื่อเราไม่รู้ว่าโดนพอกรึยัง
เราก็ควบคุมไขมันทั้งหมดในร่างไปเลย

หัวใจสำคัญคือ
ลดพลังงานส่วนเกินที่ไหลเข้าสู่ตับอ่อน
▪️ควบคุมการกิน, มีช่วงที่เว้นจากการกินบ้าง
▪️ออกกำลังกายทั้งแอโรบิกและฝึกกล้ามเนื้อ
▪️ลดเครื่องดื่มหวาน ของทอด และอาหารพลังงานสูง เช่นพวกอาหารแปรรูป คือใครอยากจะกินก็กินได้ แต่ต้องระวังมากๆ เลย ยิ่งคนที่เริ่มมีผลเลือดไม่ดีแล้ว

ในบางคน การลดน้ำหนักเพียง 5–10% ก็ช่วยลดไขมันในอวัยวะภายใน ลดภาวะดื้ออินซูลิน และลดภาระที่ตับอ่อนต้องผลิตอินซูลินชดเชยได้มากแล้ว

เป็นกำลังใจให้ทุกท่าน

https://www.facebook.com/share/p/14gtJ9aJNwp/


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่