== ชีวิตบัดซบ [2520] .. ชีวิตคนเรามันก็บัดซบเช่นนี้ล่ะ ==



เรื่องราวเกิดขึ้นในชุมชนแออัดแห่งหนึ่งในเมืองกรุง
ทม (สรพงศ์ ชาตรี)ครูสอนภาษาไทยอาศัยอยู่กับภรรยาและลูกสาววัย 9 ขวบ พร้อมด้วยพ่อของตนที่ย้ายมาจากอุบล
ทั้ง 4 ใช้ชีวิตเรียบง่ายตามอัตภาพ แต่ด้วยหน้าที่การงานและความรับผิดชอบที่ทมยึดมั่นมาตลอด
ทำให้เขาละเลยบางสิ่งบางอย่างที่ควรจะกระทำในฐานะของสามี
..........................
ฤดี (เปียทิพย์ คุ้มวงศ์) ภรรยาของทม ทำงานเป็นช่างเสริมสวย แต่ละวันเธอทำงานให้คนอื่นมีความสุขกลับไป
แต่ใจของเธอเองไม่เคยมีความสุขเลย .. ลูกสาวของทมก็เช่นกัน เธอยังเป็นเด็กเล็กๆที่อยากเห็นพ่อแม่อยู่ด้วยกันในบ้าน
แต่ที่เธอเห็นส่วนใหญ่พ่อมัวแต่เตรียมการสอน แม่ก็กลับดึกดื่น เด็กหญิงไม่อยากให้บ้านของเธอเป็นแบบนี้...
..........................
ชีวิตบัดซบ (Damn Life) เป็นภาพยนตร์ไทยสะท้อนปัญหาสังคม ขนาด 35 มม. พากย์เสียงในฟิล์ม ออกฉายในปี พ.ศ. 2520
เรื่องโดยวราพล บทภาพยนตร์โดยหม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล (หม่อมน้อย )
กำกับการแสดงโดยเพิ่มพล เชยอรุณ ซึ่งเป็นผลงานการกำกับเรื่องแรกของเจ้าตัว นำแสดงโดยสรพงศ์ ชาตรีและเปียทิพย์ คุ้มวงศ์
..........................
สืบเนื่องจากที่ผมตั้งกระทู้เรื่องหนังไทยเรื่องบ้านเอาไว้
https://pantip.com/topic/44149405  และมีคุณสมาชิกหมายเลข 2196200 ได้แนะนำหนังเรื่องนี้มา
ต้องยอมรับว่าผมไม่เคยดูและไม่รู้จักมาก่อน เคยได้ยินแต่เพลงในชื่อเดียวกัน
ต้องขอบพระคุณอย่างมากนะครับที่แนะนำหนังไทยดีดีเช่นนี้ให้ได้รับชม
พอมาดูรายละเอียดจึงเห็นว่านี่คือ 1 ใน 100 หนังไทยที่คนไทยทุกคนควรดูอีกด้วย ยิ่งน่าสนใจมาก
..........................
สรพงศ์ เล่นหนังมากมายหลายเรื่อง บทครูทมในเรื่องนี้เป็นบทที่สรพงษ์ เล่นด้วยความเป็นธรรมชาติ
ครูคนหนึ่งที่ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว ทำตัวปกติ แม้ว่าในใจจะได้รับรู้เรื่องราวบางอย่างที่ยากจำใจ และยากจะให้อภัยได้
คือเป็นใครก็ทนไม่ได้ทั้งนั้นล่ะ แต่ทมอดทนได้สุดยอดมาก เพราะถ้าใครเจอแบบนี้ ผมเชื่อ 100 ทั้ง 100 บ้านแตกชัวร์
..........................
และจากการแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้ สรพงศ์ ชาตรี คว้ารางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี
หรือ รางวัลตุ๊กตาทอง สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากงานประกาศรางวัลตุ๊กตาทอง ครั้งที่ 11
ซึ่งนับเป็นการได้รับรางวัลดังกล่าวเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน ต่อจากผลงานการแสดงในภาพยนตร์เรื่อง สัตว์มนุษย์ (2519)
..........................
เช่นเดียวกับ เปียทิพย์ ในบทของฤดีภรรยาของทมที่เป็นช่างเสริมสวย
เธอเป็นผู้หญิงธรรมดาที่ต้องการความรักความเข้าใจจากคนที่เป็นสามี
และในเมื่อเธอหาสิ่งนั้นจากคนของตนไม่ได้ ทำให้ใจเธอเผลอไผลไปกับสิ่งเร้าอื่นที่เข้ามากระทบตัว
แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรม แต่สามีก็ต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกันที่ไม่เข้าใจภรรยาของตนให้มากพอ เลยเกิดเป็นปัญหานี้ขึ้นมา
..........................
และมันก็ลามไปถึงลูกไปโดยปริยาย การที่พ่อแม่ไม่เข้าใจกัน ทะเลาะเบาะแว้งให้ลูกเห็น
การใช้ความรุนแรงในบ้าน มันก็จะกลายเป็นปมในใจให้กับเด็กและมันจะฝังใจไปจนถึงวัยผู้ใหญ่
นี่คือเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดเมื่อ 50 ปีที่แล้ว แต่มันก็ยังเป็นปัญหาที่คนในยุคนี้มีไม่ต่างกันเลย
..........................
มีฉากตลกร้ายสุดๆ คือเด็กหญิงเดินกลับบ้านได้ยินคนในซอยพูดถึงพ่อแม่ตนว่า พ่อไม่รู้เรื่องราวอะไร ถูกแม่สวมเขาให้
เด็กก็ไม่ประสาเอาคำพูดทั้งหมดที่ได้ยินไปเล่าให้พ่อแม่ฟังในเย็นวันนั้น
โดยมองเป็นเรื่องตลกว่าแม่เอาเขาไปสวมให้พ่อตอนไหน เธออยากเห็นบ้าง ถ้าพ่อมีเขาก็คงตลกดี
หน้าตาพ่อจะเหมือนควายมั้ยแล้วหนูน้อยก็หัวเราะแบบไม่รู้เรื่องราวใดๆทั้งสิ้น.. คนเป็นพ่อแม่ได้แต่นั่งหน้าชาวางตัวไม่ถูกเลยทีเดียว
..........................
และส่วนหนึ่งที่ทำให้คนจดจำหนังเรื่องนี้ก็มาจากเพลงประกอบด้วยล่ะครับในชื่อเดียวกัน
ตรงนี้ที่ผมไม่มั่นใจว่าท่านใดขับร้องกันแน่ระหว่าง ฉันทนา กิติยาพันธุ์ หรือ สุดา ชื่นบาน คือร้องกันทั้งคู่
แต่ท่านที่ร้องประกอบหนังนี่ล่ะ ผมไม่ทราบเลย เนื้อหาก็บอกเล่าความรู้สึกของฝ่ายหญิงคือตัวของฤดีน่ะครับ
ฉากตอนประกอบเพลงตอนกลางคืนของกรุงเทพฯเวลานั้น ตัวเอกเดินออกมาจากผับ นั่งรถกลับบ้าน เพลงดังขึ้นมา
ท่อนนี้ผมชอบมาก “เหมือนคนใกล้จมน้ำตาย ..เห็นอะไรไขว่คว้าเกาะ.. โชคชะตาน่าหัวเราะ...เกาะได้เพียงเศษใบไม้”
..........................
ผมขอนำเวอร์ชั่นที่คุณฉันทนา กิติยพันธ์ ร้องไว้ล่ะกันครับ ได้อารมณ์คามบัดซบของชีวิตมาก
ใครที่กำลังแย่กับทุกสิ่ง ยิ่งฟังยิ่งดิ่ง....

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

ตอนท้ายเรื่องหนังหลอกให้คนดูเหมือนเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เข้าใจว่าทุกอย่างคลี่คลายแล้ว
แต่สุดท้ายความรู้สึกของคนดูเหมือนกำลังเห็นพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดหน้าผา
แล้วอยู่ดีดีเราก็ถูกถีบจากข้างหลังร่วงตกลงมาแบบไม่รู้ตัว.. มันเป็นแบบนั้นเลยครับ บัดซบจริงๆ


=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่