BYD คว้าตัว "อดีต รมว.ต่างประเทศฮังการี" นั่งแท่นผู้บริหารระดับสูง คุมเกมตลาดยุโรป

มีข่าวใหญ่ที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ในฝั่งยุโรปและวงการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มาเล่าสู่กันฟังครับ บอกเลยว่าดีลนี้ไม่ธรรมดา และชี้ให้เห็นเลยว่าสงคราม EV ยุคนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องสเปกรถหรือสงครามราคาอีกต่อไปแล้ว แต่ลามไปถึง "เกมการทูตระดับโลก" เรียบร้อยแล้วครับ
          ล่าสุด เปเตอร์ ซิยาร์โต (Péter Szijjártó) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้าของฮังการี ได้ออกมาประกาศผ่าน Facebook ส่วนตัวว่า เขาได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) อย่างกะทันหัน เพื่อกระโดดเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง (Executive) ดูแลงานด้าน "ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ" (External Relations) และการพัฒนาธุรกิจใหม่ให้กับค่ายรถยักษ์ใหญ่อย่าง BYD ทั่วโลกครับ

ทำไม BYD ต้องคว้าตัวนักการเมืองระดับท็อปรายนี้?
- ดีลเมกเกอร์ระดับเซียน : ในอดีตช่วงที่เขาเป็น รมว.ต่างประเทศ เขาคือหัวหอกคนสำคัญที่คุยและเจรจากับ BYD มามากกว่า 220 รอบ จนสามารถดึงเม็ดเงินมหาศาลมาตั้งโรงงานผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งแรกของ BYD ในยุโรปที่เมืองเซเกด (Szeged) ประเทศฮังการีได้สำเร็จครับ ซึ่งโรงงานนี้แหละที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการช่วยให้ BYD เลี่ยง "กำแพงภาษีนำเข้าอันโหดโหด" ของสหภาพยุโรป (EU) ได้  
- คอนเนกชันการเมืองยุโรป : การดึงคนที่มีสายสัมพันธ์แน่นหนากับผู้นำระดับประเทศในยุโรปมาร่วมทัพ สะท้อนชัดเจนว่า BYD กำลังต้องการ "นักการทูต" มาช่วยกรุยทางและเคลียร์ทางลมทางการเมืองที่กำลังต่อต้านรถจีนอยู่ในตอนนี้

ดราม่าหลังบ้านเดือดระอุ!
          แน่นอนว่าการย้ายข้ามห้วยไปซบทุนจีนทันทีหลังจากที่พรรคเก่าของเขาแพ้การเลือกตั้งใหญ่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ เปเตอร์ มายาร์ (Péter Magyar) นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของฮังการี ออกมาจวกยับทันทีครับ โดยตั้งข้อสังเกตเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) และการล็อบบี้เงินอุดหนุนช่วยเหลือค่ายรถจีนในอดีต ว่าที่แท้ทำไปเพื่อประโยชน์ของใครกันแน่  
          งานนี้น่าจับตามองมากๆ ครับว่า การที่ค่ายรถจีนได้มือดีระดับประเทศของยุโรปไปคุมเกมแบบนี้ จะช่วยให้ BYD ฝ่าด่านมรสุมภาษีและยึดตลาดยุโรปได้ตามเป้าหมายหรือไม่  

ที่มา CarNewsChina, The Budapest Times

มุมมอง
จากดีลนี้ ผมมองว่ามี 3 ประเด็นใหญ่ ๆ ที่น่าสนใจและน่าคิดต่อมากครับ
1. หมดยุคสู้ด้วย "ราคา" แต่เข้าสู่ยุค "Geopolitics" (ภูมิรัฐศาสตร์) เต็มตัว
ตอนนี้สเปกรถหรือราคาไม่ใช่กำแพงที่ใหญ่ที่สุดของรถจีนในยุโรปแล้วครับ แต่เป็น "การเมือง" กำแพงภาษีของ EU ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อปกป้องค่ายรถยุโรปเดิม (เช่น VW, BMW, Stellantis) มันสูงเกินกว่าจะสู้ด้วยราคาทุนได้ การที่ BYD ดึงคนในระดับรัฐมนตรีต่างประเทศที่รู้วิธี "เล่นเกมการเมืองของ EU" มาคุมทัพ จึงเป็นการแก้เกมที่ตรงจุดที่สุด เพราะซิยาร์โตรู้ว่าประเทศไหนในยุโรปคุยง่าย ประเทศไหนมีช่องโหว่ทางกฎหมาย และจะใช้ประโยชน์จากนโยบายภายในของ EU อย่างไร
2. โมเดล "ฮังการี" ประตูสู่ยุโรปของทุนจีน
          ที่ผ่านมาฮังการีทำตัวเป็น "แกะดำ" ของ EU มาตลอด โดยเปิดรับทุนจีนและทุนรัสเซียแบบเต็มสูบ ซึ่งการเลือกตั้งที่ผ่านมาที่พรรคเดิมแพ้เพราะคนในประเทศเริ่มตั้งคำถามกับนโยบายนี้ แต่ในมุมของ BYD โรงงานที่สร้างไปแล้วในเมืองเซเกด (Szeged) ยังไงก็ต้องเดินหน้าต่อ การเอาอดีตเจ้าถิ่นที่เคยเซ็นอนุมัติสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเงินอุดหนุนมาร่วมงาน จะช่วยให้ BYD มั่นใจได้ว่าโครงการมูลค่าหลายพันล้านยูโรนี้จะไม่โดนรัฐบาลชุดใหม่ "เช็คบิล" หรือล้มดีลย้อนหลัง
3. บรรทัดฐานใหม่ของการโยกย้ายตำแหน่ง
          เคสนี้ในยุโรปเดือดมากครับ เพราะซิยาร์โตเพิ่งพ้นตำแหน่งรมว.ต่างประเทศมาไม่กี่เดือนก็กระโดดเข้าบริษัทจีนทันที ปกติในตะวันตกจะมีช่วงเวลา "Cooling-off period" (ระยะเวลาห้ามรับงานที่เกี่ยวโยงกับผลประโยชน์เดิม) เพื่อป้องกันการคอร์รัปชันเชิงนโยบาย การข้ามห้วยแบบสายฟ้าแลบแบบนี้ ยิ่งไปเติมเชื้อไฟให้รัฐบาลชุดใหม่ของฮังการีและกลุ่มผู้นำ EU ลุกขึ้นมาตรวจสอบและบีบ BYD หนักขึ้นผ่านข้อกฎหมายด้านความโปร่งใส ซึ่งตรงนี้แหละที่ต้องดูว่าซิยาร์โตจะ "เคลียร์" ได้เนียนแค่ไหน

สรุป
          BYD ได้ "ไพ่ตาย" ใบสำคัญในการเจาะตลาดยุโรป แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการเดินเกมที่ "เสี่ยงสูง" เพราะมันเปิดหน้าชกทางการเมืองชัดเจนเกินไปจนอาจทำให้ประเทศฝั่งยุโรปตะวันตก (เช่น ฝรั่งเศส, เยอรมนี) เพ่งเล็งและหามาตรการใหม่ๆ มาสกัดดาวรุ่งหนักกว่าเดิม

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่