.
"ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน" และ Safeguard Defenders ออกแถลงเรียกร้องไทยไม่ส่งตัว 'ไป๋ จ้าวตง' นักข่าวสืบสวนชาวจีนที่เคยเปิดโปงทุจริตของคนในพรรคคอมมิวนิสต์จีนให้กับทางรัฐบาลจีน เพราะเสี่ยงที่จะถูกรัฐบาลจีนทรมานและบังคับสารภาพในคดีที่เขาไม่ได้ก่อ พร้อมอนุญาตให้นักข่าวจีนรายนี้ได้เดินทางไปประเทศที่ 3 ที่ปลอดภัย
.
.
ไป๋เป็นนักข่าวที่ทำงานสืบสวนสอบสวนมา 25 ปี ล่าสุดทำงานให้กับนิตยสารการเงินชื่อดังของกรุงปักกิ่ง Caijin Magazine เขาเคยเปิดโปงเครือข่ายคอร์รัปชันและการฉ้อโกงทางการเงินขนาดใหญ่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและกิจกรรมทางการเงินผิดกฎหมายอื่น ๆ การสืบสวนดังกล่าวพัวพันทั้งเจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP) จำนวนมาก
.
จากเหตุดังกล่าวทำให้ไป๋ถูกเฝ้าติดตาม คุกคาม และกดดันอย่างต่อเนื่องจากทั้งเจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาคและรัฐบาลกลาง ตลอดเส้นทางอาชีพการทำงาน และทางการจีนตอบโต้เขาจากการรายงานข่าวสืบสวนเกี่ยวกับคอร์รัปชันและการฉ้อโกงทางการเงินในมณฑลส่านซี โดยเขาเคยถูกตั้งข้อหาทางอาญา ถูกสอบสวน และถูกควบคุมตัวรวมแล้วถึง 6 ครั้ง
.
หลังจากไป๋สามารถหลบหนีออกจากจีนได้ตั้งแต่ 29 พ.ย.2566 ต่อมาเดือนกันยายน 2567 สำนักงานความมั่นคงสาธารณะเมืองอวิ๋นหลินได้ออกหมายจับตามมาด้วยข้อหากรรโชกทรัพย์ ไป๋ปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยระบุว่าเป็นเพียงเรื่องที่ถูกสร้างขึ้น
.
ทั้งนี้ทางการไทยเข้าขัดขวางไป๋ไม่ให้เดินทางย้ายไปประเทศที่ 3 ที่ปลอดภัยและควบคุมตัวไป๋ไว้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา
อเล็กซานดรา เบียลาโควสกา (Aleksandra Bielakowska) ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์เชิงนโยบาย ประจำภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ของ RSF ได้เรียกร้องให้ทางการไทยอนุญาตให้ไป๋ ได้ย้ายไปยังประเทศที่ 3 ที่เขาเลือกและปฏิเสธคำขอใดๆ จากทางรัฐบาลจีน และไทยต้องปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นต่อมาตรฐานสิทธิมนุษยชนที่เป็นที่ยอมรับ มิฉะนั้นอาจส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อชื่อเสียงของประเทศในเวทีโลก
.
ตัวแทน RSF ยังระบุต่อไปว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ระบอบการปกครองของจีนเป็นที่รู้จักในด้านการประหัตประหารนักข่าวอย่างเป็นระบบ และยังคงเป็นประเทศที่คุมขังผู้สื่อข่าวมากที่สุดในโลก โดยปัจจุบันมีนักข่าวถูกควบคุมตัวอยู่ 120 คน หากไป๋ถูกส่งกลับจีนจะต้องเผชิญความเสี่ยงร้ายแรงต่อความปลอดภัยในชีวิตอีกด้วย
.
ส่วนทางด้าน ลอรา ฮาร์ธ (Laura Harth) ผู้อำนวยการโครงการ China in the World ของ Safeguard Defenders ระบุว่า ทางการไทยต้องต้านทานแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากรัฐบาลจีนที่ต้องการให้ควบคุมตัวและส่งกลับบุคคลเพื่อประหัตประหารทางการเมืองอย่างชัดเจน และต้องยึดมั่นต่อพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายในประเทศที่ห้ามการทรมาน
.
ลอรากล่าวถึงการประเมินด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและคำพิพากษาของศาลในประเทศประชาธิปไตยหลายแห่งต่างรายงานอย่างสม่ำเสมอถึง ‘สถานการณ์ความรุนแรงโดยทั่วไป’ ในระบบยุติธรรมและสถานที่ควบคุมตัวของจีน รวมทั้งการใช้การบังคับให้สูญหาย การทรมาน และการบังคับให้รับสารภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาอัตราการตัดสินลงโทษที่สูงถึง 99.9%
.
“หลังจากการส่งชาวอุยกูร์ 40 คนกลับจีนโดยบังคับเมื่อปีที่ผ่านมา ประชาคมระหว่างประเทศต้องตระหนักว่า สิ่งที่กำลังเป็นเดิมพันไม่ใช่เพียงความเป็นอยู่ของไป๋และบุคคลอื่น ๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศด้วย” ลอราระบุ
.
ก่อนหน้านี้ RSF เคยออกรายงานรัฐบาลจีนมักใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติและดำเนินคดีกับผู้สื่อข่าว ด้วยข้อกล่าวหาที่มีลักษณะคลุมเครือ เช่น “จารกรรม” “บ่อนทำลายรัฐ” หรือ “ก่อเรื่องทะเลาะวิวาทและสร้างความวุ่นวาย” ปัจจุบันมีนักข่าวถูกคุมขังในจีน 120 คน ทำให้จีนเป็น “เรือนจำสำหรับนักข่าวที่ใหญ่ที่สุดในโลก”
.
อีกทั้งนักข่าวเหล่านี้มักถูกนำเข้าสู่กระบวนการที่เรียกว่า Residential Surveillance at a Designated Location (RSDL) ซึ่งเป็นระบบควบคุมตัวเดี่ยวก่อนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม นานสูงสุดถึง 6 เดือน ในสถานที่ควบคุมตัวลับ ระบบดังกล่าวถูกกลไกสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติหลายชุดระบุซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า เป็นรูปแบบหนึ่งของการบังคับให้สูญหาย การควบคุมตัวโดยพลการ และการทรมานในตัวเอง
.
กมธ.พัฒนาการเมือง ผิดหวัง โกงสอบท้องถิ่น ไร้คืบหน้า ยังไม่มีแจ้งข้อหาใคร-สอบเส้นเงิน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5808865
.
‘ภคมน’ จี้ ‘รัฐบาล’ เร่งเอาผิดโกงสอบท้องถิ่น หลังคดีไร้ความคืบหน้า-ยังไม่มีข้อกล่าวหาใคร-ไม่มีการสืบเส้นเงิน ลั่น ยากที่จะเห็นปลายทาง
.
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 กรกฎาคม ที่รัฐสภา น.ส.
ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงการประชุมเพื่อพิจารณาการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ว่า กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ได้มีการเชิญตำรวจสอบสวนกลาง และตัวแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งจากการประชุมวันนี้เป็นที่น่าผิดหวังมาก เพราะหน่วยงานที่เข้าชี้แจงไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย ซึ่งตอนนี้กระทรวงมหาดไทยมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา และนายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่มีมวยล้มต้มคนดูเด็ดขาด เรื่องนี้ต้องสาวให้ถึงต้นตอ แต่การพิจารณาของ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ในวันนี้พบว่ายังไม่มีความคืบหน้าและไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับใครเลย นอกจาก 3 คนที่ได้เป็นข่าวไปแล้ว แม้แต่การออกหมายเรียกเข้ามาในฐานะพยานก็ยังไม่มี
“
นี่คือสิ่งที่น่าตกใจที่สุดที่วันนี้ล่วงเลยไปเกือบเดือนแล้ว การทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น เกิดอะไรขึ้น ทำไมยังไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีได้กับใครเลย และสิ่งที่น่าผิดหวังมากที่สุดในวันนี้ตัวแทนจาก ปปง. ยืนยันว่าไม่มีการส่งหนังสือใดๆ มาถึง ปปง. เพื่อขอสอบเส้นเงินเลย” น.ส.
ภคมนกล่าว
น.ส.ภคมนกล่าวต่อว่า การทุจริตสอบในครั้งนี้มีความเสียหาย 4.5 พันล้านบาท วันนี้ ปปง.ยืนยันว่าทุกหน่วยงานที่แอ๊กชั่นต่อหน้าสื่อไม่มีใครขอเส้นทางการเงินมาเลย กลายเป็นว่าที่สาธารณะเห็นว่ามีความคืบหน้าอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ในทางคดีอาจจะไม่สามารถเอาผิดกับใครได้เลย เพราะล่าช้ามาก ด้านตำรวจก็มีการยืนยันว่าไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาใคร กระทรวงมหาดไทยแจ้งแค่ฐานความผิดแต่ไม่ระบุตัวบุคคล ไม่ส่งข้อมูลใดให้ตำรวจเลย ดังนั้น ตนจึงคิดว่าน่าจะยากที่จะเห็นปลายทางของเรื่องนี้
“
สิ่งที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่มีมวยล้มต้มคนดู ดิฉันคิดว่าไม่น่าจะมีความจริง เพราะเท่าที่พิจารณาในวันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงทุกหน่วยงานยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับใครเลย แม้แต่หมายเรียกเข้ามาเป็นพยานก็ไม่มี ทุกวันนี้ ป.ป.ช.ใช้วิธีการเชิญจากภาพที่ปรากฏออกมามีเจ้าพนักงานใส่ชุดสีกากีกำลังแก้ข้อสอบ จะไม่มีฐานความผิดได้อย่างไร เป็นฐานความผิดซึ่งหน้าอยู่แล้ว ตำรวจสามารถดำเนินการได้เลย ป.ป.ช.สามารถดำเนินการได้เลย แจ้งข้อกล่าวหาให้เป็นคดีได้เลย แต่วันนี้ไม่มี” น.ส.
ภคมนกล่าว
น.ส.
ภคมนกล่าวต่อว่า ตนขอตั้งคำถามว่าทำไมไม่กล้าเริ่ม ถ้าเริ่มเรื่องนี้จุดไฟสักจุดหนึ่งกลัวจะลามทุ่งใช่หรือไม่ วันนี้ มท.1 ต้องตอบให้ได้ว่าสิ่งที่แอ๊กชั่นมาทั้งหมดคืออะไร ทำไมเจ้าหน้าที่ที่เข้าชี้แจงวันนี้ถึงบอกว่าไม่มีการดำเนินคดีกับใครเลย และ ปปง.ก็ยังรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำเรื่องไปขอดูเส้นทางการเงิน เพื่อที่จะสืบเส้นทางการเงินได้ และที่สำคัญ ปปง.เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี ทำไมวันนี้การทุจริตในระดับใหญ่ ถึงยังไม่มีการสืบเส้นเงิน ผ่านมา 1 เดือนแล้วเขาโยกย้ายกันไปถึงไหนแล้ว
.
.
ภัณฑิล ฉะ ‘โสภณ’ นักเคลม ไม่ได้ขยันเหมือนอวด ทำแต่เรื่องอื่นนอกจากงานในหน้าที่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5809118
.
คนเขาเกลียดกันทั้งสภา! ‘ภัณฑิล’ ฉะ ‘โสภณ’ แถลงผลงาน 122 วัน เย้ย กฎหมาย 14 ฉบับ เป็นร่างที่รัฐบาลให้สภาฯ ยืนยัน ไม่ใช่ผลงานที่ประธานโอ้อวด ซัด หยุดทำงานรอง กลับมาทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ
.
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 16 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นาย
ภัณฑิล น่วมเจิม ส.ส.กทม. พรรคประชาชน แถลงภายหลังนาย
โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการดำเนินงานของสภาผู้แทนราษฎร 122 วัน พลิกโฉมของสภาฯ แก้ปัญหาประชาชนว่า การโฆษณาตัวเองของนาย
โสภณที่ระบุสภาผู้แทนราษฎร ได้ผ่านจำนวน 14 ฉบับ มากที่สุดในรอบ 10 ปีนั้น ไม่ได้เป็นร่างกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ เพราะเป็นร่างกฎหมายที่รัฐบาลส่งกลับมายืนยันจากสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว จึงทำให้ร่างกฎหมายมีมากถึง 10 ฉบับ ซึ่งเป็นผลงานการกดปุ่มเห็นชอบของ ส.ส. ไม่ใช่ผลงานของนาย
โสภณ
.
นาย
ภัณฑิล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ส่วนหนึ่งยังเป็นร่างกฎหมายที่วุฒิสภาส่งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎร และมีการตั้งกรรมาธิการร่วม ก็ไม่ใช่ผลงานของนาย
โสภณที่จะมาเคลมได้ และนาย
โสภณควรจะนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มในวันศุกร์ เพื่อพิจารณาญัตติรายงานที่ค้างการพิจารณา ซึ่งนายโสภณไม่ได้ขยันตามที่โม้โอ้อวด โฆษณาชวนเชื่อ
.
นาย
ภัณฑิล กล่าวอีกว่า ส่วนงานประกันอาคารรัฐสภา ที่หมดอายุลงเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น ตนเคยอภิปรายไว้ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้วว่า บริษัท ซิโน-ไทยฯ ที่เป็นผู้รับเหมา ที่ผ่านมามีการซ่อมแซมและอ้างว่า มีการปรับเปลี่ยนอาคารและลักษณะการใช้งาน ซึ่งนาย
โสภณจะต้องออกมาชี้แจง อย่าบอกเพียงเป็นเรื่องของกฎหมาย เพราะไม่มีการให้ผู้รับเหมา เสียค่าใช้จ่าย แม้แต่บาทเดียวและขอให้มีการเปิดเผยว่า สภาฯ ได้มีการเคลมประกันใดบ้าง กับงบประมาณหลายหมื่นล้านที่ได้จ่ายไป เพราะเมื่อมีการซ่อมก็ต้องของบประมาณเพิ่มสำหรับซ่อมแซม
JJNY : 5in1 ร้องไทยไม่ส่งตัวจีน│กมธ.พัฒนาการเมืองผิดหวัง│ภัณฑิลฉะโสภณ│‘หมอสุภัทร’เตรียมยื่นหลักฐาน│นิวซีแลนด์สั่นสะเทือน
https://prachatai.com/journal/2026/07/118073
.
"ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน" และ Safeguard Defenders ออกแถลงเรียกร้องไทยไม่ส่งตัว 'ไป๋ จ้าวตง' นักข่าวสืบสวนชาวจีนที่เคยเปิดโปงทุจริตของคนในพรรคคอมมิวนิสต์จีนให้กับทางรัฐบาลจีน เพราะเสี่ยงที่จะถูกรัฐบาลจีนทรมานและบังคับสารภาพในคดีที่เขาไม่ได้ก่อ พร้อมอนุญาตให้นักข่าวจีนรายนี้ได้เดินทางไปประเทศที่ 3 ที่ปลอดภัย
.
https://rsf.org/en/rsf-safeguard-defenders-urge-thailand-halt-forcible-return-chinese-journalist-bai-zhaodong-china?mc_cid=af532f6704&mc_eid=UNIQID
.
.
กมธ.พัฒนาการเมือง ผิดหวัง โกงสอบท้องถิ่น ไร้คืบหน้า ยังไม่มีแจ้งข้อหาใคร-สอบเส้นเงิน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5808865
.
‘ภคมน’ จี้ ‘รัฐบาล’ เร่งเอาผิดโกงสอบท้องถิ่น หลังคดีไร้ความคืบหน้า-ยังไม่มีข้อกล่าวหาใคร-ไม่มีการสืบเส้นเงิน ลั่น ยากที่จะเห็นปลายทาง
.
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 กรกฎาคม ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงการประชุมเพื่อพิจารณาการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ว่า กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ได้มีการเชิญตำรวจสอบสวนกลาง และตัวแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งจากการประชุมวันนี้เป็นที่น่าผิดหวังมาก เพราะหน่วยงานที่เข้าชี้แจงไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย ซึ่งตอนนี้กระทรวงมหาดไทยมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา และนายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่มีมวยล้มต้มคนดูเด็ดขาด เรื่องนี้ต้องสาวให้ถึงต้นตอ แต่การพิจารณาของ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ในวันนี้พบว่ายังไม่มีความคืบหน้าและไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับใครเลย นอกจาก 3 คนที่ได้เป็นข่าวไปแล้ว แม้แต่การออกหมายเรียกเข้ามาในฐานะพยานก็ยังไม่มี
“นี่คือสิ่งที่น่าตกใจที่สุดที่วันนี้ล่วงเลยไปเกือบเดือนแล้ว การทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น เกิดอะไรขึ้น ทำไมยังไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีได้กับใครเลย และสิ่งที่น่าผิดหวังมากที่สุดในวันนี้ตัวแทนจาก ปปง. ยืนยันว่าไม่มีการส่งหนังสือใดๆ มาถึง ปปง. เพื่อขอสอบเส้นเงินเลย” น.ส.ภคมนกล่าว
น.ส.ภคมนกล่าวต่อว่า การทุจริตสอบในครั้งนี้มีความเสียหาย 4.5 พันล้านบาท วันนี้ ปปง.ยืนยันว่าทุกหน่วยงานที่แอ๊กชั่นต่อหน้าสื่อไม่มีใครขอเส้นทางการเงินมาเลย กลายเป็นว่าที่สาธารณะเห็นว่ามีความคืบหน้าอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ในทางคดีอาจจะไม่สามารถเอาผิดกับใครได้เลย เพราะล่าช้ามาก ด้านตำรวจก็มีการยืนยันว่าไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาใคร กระทรวงมหาดไทยแจ้งแค่ฐานความผิดแต่ไม่ระบุตัวบุคคล ไม่ส่งข้อมูลใดให้ตำรวจเลย ดังนั้น ตนจึงคิดว่าน่าจะยากที่จะเห็นปลายทางของเรื่องนี้
“สิ่งที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่มีมวยล้มต้มคนดู ดิฉันคิดว่าไม่น่าจะมีความจริง เพราะเท่าที่พิจารณาในวันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงทุกหน่วยงานยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับใครเลย แม้แต่หมายเรียกเข้ามาเป็นพยานก็ไม่มี ทุกวันนี้ ป.ป.ช.ใช้วิธีการเชิญจากภาพที่ปรากฏออกมามีเจ้าพนักงานใส่ชุดสีกากีกำลังแก้ข้อสอบ จะไม่มีฐานความผิดได้อย่างไร เป็นฐานความผิดซึ่งหน้าอยู่แล้ว ตำรวจสามารถดำเนินการได้เลย ป.ป.ช.สามารถดำเนินการได้เลย แจ้งข้อกล่าวหาให้เป็นคดีได้เลย แต่วันนี้ไม่มี” น.ส.ภคมนกล่าว
น.ส.ภคมนกล่าวต่อว่า ตนขอตั้งคำถามว่าทำไมไม่กล้าเริ่ม ถ้าเริ่มเรื่องนี้จุดไฟสักจุดหนึ่งกลัวจะลามทุ่งใช่หรือไม่ วันนี้ มท.1 ต้องตอบให้ได้ว่าสิ่งที่แอ๊กชั่นมาทั้งหมดคืออะไร ทำไมเจ้าหน้าที่ที่เข้าชี้แจงวันนี้ถึงบอกว่าไม่มีการดำเนินคดีกับใครเลย และ ปปง.ก็ยังรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำเรื่องไปขอดูเส้นทางการเงิน เพื่อที่จะสืบเส้นทางการเงินได้ และที่สำคัญ ปปง.เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี ทำไมวันนี้การทุจริตในระดับใหญ่ ถึงยังไม่มีการสืบเส้นเงิน ผ่านมา 1 เดือนแล้วเขาโยกย้ายกันไปถึงไหนแล้ว
.
ภัณฑิล ฉะ ‘โสภณ’ นักเคลม ไม่ได้ขยันเหมือนอวด ทำแต่เรื่องอื่นนอกจากงานในหน้าที่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5809118
.
คนเขาเกลียดกันทั้งสภา! ‘ภัณฑิล’ ฉะ ‘โสภณ’ แถลงผลงาน 122 วัน เย้ย กฎหมาย 14 ฉบับ เป็นร่างที่รัฐบาลให้สภาฯ ยืนยัน ไม่ใช่ผลงานที่ประธานโอ้อวด ซัด หยุดทำงานรอง กลับมาทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ
.
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 16 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม ส.ส.กทม. พรรคประชาชน แถลงภายหลังนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการดำเนินงานของสภาผู้แทนราษฎร 122 วัน พลิกโฉมของสภาฯ แก้ปัญหาประชาชนว่า การโฆษณาตัวเองของนายโสภณที่ระบุสภาผู้แทนราษฎร ได้ผ่านจำนวน 14 ฉบับ มากที่สุดในรอบ 10 ปีนั้น ไม่ได้เป็นร่างกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ เพราะเป็นร่างกฎหมายที่รัฐบาลส่งกลับมายืนยันจากสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว จึงทำให้ร่างกฎหมายมีมากถึง 10 ฉบับ ซึ่งเป็นผลงานการกดปุ่มเห็นชอบของ ส.ส. ไม่ใช่ผลงานของนายโสภณ
.
นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ส่วนหนึ่งยังเป็นร่างกฎหมายที่วุฒิสภาส่งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎร และมีการตั้งกรรมาธิการร่วม ก็ไม่ใช่ผลงานของนายโสภณที่จะมาเคลมได้ และนายโสภณควรจะนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มในวันศุกร์ เพื่อพิจารณาญัตติรายงานที่ค้างการพิจารณา ซึ่งนายโสภณไม่ได้ขยันตามที่โม้โอ้อวด โฆษณาชวนเชื่อ
.
นายภัณฑิล กล่าวอีกว่า ส่วนงานประกันอาคารรัฐสภา ที่หมดอายุลงเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น ตนเคยอภิปรายไว้ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้วว่า บริษัท ซิโน-ไทยฯ ที่เป็นผู้รับเหมา ที่ผ่านมามีการซ่อมแซมและอ้างว่า มีการปรับเปลี่ยนอาคารและลักษณะการใช้งาน ซึ่งนายโสภณจะต้องออกมาชี้แจง อย่าบอกเพียงเป็นเรื่องของกฎหมาย เพราะไม่มีการให้ผู้รับเหมา เสียค่าใช้จ่าย แม้แต่บาทเดียวและขอให้มีการเปิดเผยว่า สภาฯ ได้มีการเคลมประกันใดบ้าง กับงบประมาณหลายหมื่นล้านที่ได้จ่ายไป เพราะเมื่อมีการซ่อมก็ต้องของบประมาณเพิ่มสำหรับซ่อมแซม