ถึงเวลาตลาดหุ้นไทยหลุดพ้นเงา DELTA? อธิบายเหตุการณ์ SET50 ขึ้นแรงกว่า SET & เทรดหุ้นด้วย DATA — DAY 3/25



วันนี้มีเหตุการณ์หนึ่งที่หลายคนอาจมองข้าม... คือ SET50 ปรับตัวขึ้น +7 จุด ในขณะที่ SET Index ขึ้นได้เพียงแค่ +4 จุด ... ฟังดูเหมือนเป็นแค่ตัวเลขเล็ก ๆ แต่สำหรับคนที่เข้าใจ "โครงสร้างของดัชนีใหม่" นี่อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญของตลาดหุ้นไทยในรอบหลายปี โดยเฉพาะคนเล่น TFEX ! แล้วเป็นเพราะอะไร? จะเป็นแบบนี้ต่อหรือไม่? และจะส่งผลต่อพวกเราอย่างไร? มาฟังคำอธิบายกันครับ
_____
เป็นเพราะอะไร ทำไม SET50 ถึงแข็งกว่า SET? เม่าเนิร์ด
หลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนจำนวนมากเรียกตลาดหุ้นไทยติดตลกว่า "DELTA Index" เพราะไม่ว่าหุ้นตัวอื่นจะเป็นอย่างไร ขอแค่ DELTA ขึ้น ดัชนีก็เขียวทันที รวมถึงถ้ามันลง ต่อให้หุ้นอีกหลายตัวบวก SET50 ก็ติดลบได้.... แต่วันนี้...ภาพนั้นเริ่มเปลี่ยน เช่นในวันนี้ DELTA ติดลบหนัก แต่ตลาดกลับประคองบวกได้อย่างสดใส ซึ่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเพราะ "ตลาดหลักทรัพย์นำหลัก Cap Weight 10% มาใช้ ตั้งแต่กลางปีก่อน" ส่งผลให้อิทธิพลของ DELTA ใน SET50 ถูกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจุบัน "DELTA ขยับ 1 บาท มีผลต่อ SET ประมาณ 1 จุด แต่กลับมีผลต่อ SET50 แค่ 0.3 จุดเท่านั้น!"
ด้วยเหตุนี้เอง จึงเป็นการตอบคำถามว่าทำไมวันนี้ "SET ถึงบวกน้อยกว่า SET50" เพราะการที่ DELTA ปรับตัวลดลง 8 บาท จึงไปกดให้ SET เจอแรงกดดัน -8 จุด แต่มันแทบไม่ส่งผลอะไรต่อ SET50 ดังนั้น การที่หุ้นโดยรวมขึ้น จึงกลายเป็นเหตุการณ์ที่ SET50 ขึ้นได้สดใสกว่า

_______

แล้วเรื่องนี้จะเกิดอีกไหม? เม่าแพนด้า

คำตอบ คือ เป็นตลอดไปอย่างแน่นอนครับ เพราะนโยบายการปรับเปลี่ยนน้ำหนักหุ้นใน SET50 นี้เป็นกฎที่ใช้อย่างถาวร ไม่ใช่แค่ชั่วคราว จึงส่งผลให้โครงสร้างตลาดต่อจากนี้

DELTA ขึ้นแรง => น้ำหนักเกิน 10% => ตลาดจะตัดฉับเหลือ 10% เสมอ แม้ Value จะขึ้นแค่ไหนก็ตาม

ที่สำคัญ... กติกานี้ไม่ได้ใช้กับ DELTA เพียงบริษัทเดียว หากในอนาคตหุ้นอย่าง ADVANC, PTT หรือ GULF มีน้ำหนักในดัชนีมากจนแตะเพดาน 10% (ตอนนี้ก็ใกล้แล้ว) นั่นหมายความว่า... เมื่อเจ้ามือใช้หุ้นตัวไหนดันตลาดให้น้ำหนักเกิน 10% ตลาดก็จะลดอิทธิพลของหุ้นตัวนั้นลงในทุก ๆ สิ้นไตรมาสเสมอ

______

แล้วมันส่งผลกับนักลงทุนยังไง? เม่าอ่าน

มองดูแล้วเหมือนเป็นแค่กลไกทางราคาธรรมดาที่ไม่น่าส่งผลอะไรกับเรา แต่ถ้าเรามองลึกลงไปอีกนิดจะเริ่มเห็นภาพว่า "ด้วยเทคนิคนี้ SET50 จะมีโอกาสขึ้นมากกว่าลง" รวมถึง "การพักตัวของ SET50 จะ ตื้น กว่าสมัยก่อน"

ลองอ่านกลไกตามกันมานะครับ

1. ตอนเริ่มต้น DELTA ขึ้น 100 บาท => ลากห้ SET50 ขึ้น +70 จุด
2. ต่อมาตลาดทำการตัดน้ำหนักมันลงมา
3. จากนั้นพอ DELTA ลง 100 บาท => กลับส่งผลให้ SET50 ลงเพียง -30 จุด
4. คำถามคือ 40 จุดไปไหน? คำตอบคือ มันกระจายไปให้ตัวอื่น ๆ ที่ยังไม่ขึ้นแรงเท่า DELTA

เพราะฉะนั้น ด้วยกลไกตัวนี้ ต่อให้มีหุ้นตัวไหนที่ขึ้นแรง ตลาดก็ปรับลดอิทธิพลด้วย Policy Cap Weight และเกลี่ยน้ำหนักไปให้กับหุ้นตัวอื่น ๆ ที่ยังไม่ขึ้นต่อเรื่อย ๆ และเรื่องนี้ส่งอิทธิพลให้ SET50 ค่อย ๆ ขึ้นโดยที่หลายคนไม่รู้ตัวว่ามันไม่ได้ Balance เหมือนเดิม
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tde/2/16/26a1.png[/img] ดังนั้น มันจึงไปทำให้กลยุทธ์ Long Position มีความได้เปรียบในระยะยาวเสมอ รวมถึงพวกกลยุทธ์ต่าง ๆ อย่าง Grid Trading ที่ได้ประโยชน์ตามมาด้วย (เราถึงหวังดีแนะนำให้ทุกคน Long Grid ตลอดช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ยังไงก็แสดงความยินดีกับทุกคนด้วยนะครับ) ส่วนใครที่สนใจใช้โปรแกรม Grid ฟรีก็ทักมาได้ เราแบ่งปันให้ ไม่ต้องไปเสียตังค์สร้างโปรแกรมเองครับ
บทสรุปส่งท้าย สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ ไม่ใช่แค่ SET50 ขึ้นมากกว่า SET แต่มันอาจเป็นสัญญาณว่า...
ตลาดหุ้นไทยกำลังหลุดพ้นจากยุค "DELTA Index" ในรอบหลายปีที่ผ่านมา
และกำลังก้าวเข้าสู่ตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยหุ้นหลายกลุ่มมากขึ้น
ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ทุกคนต้องใส่ใจกับเรื่อง "Sector Rotation" กันด้วยนะครับ แล้วเราจะทำ DATA เรื่องนี้ให้ถ้ามีคนสนใจ ยังไงกดไลก์ กดติดตาม รวมถึงกดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้เราด้วยนะครับ
___________



และตามสัญญาวันนี้ผมได้ทำการเข้าซื้อหุ้นตามที่ประกาศไว้ล่วงหน้า 1 เดือน เป็นที่เรียบร้อย
โดยหุ้นตัวที่เข้าคือ KTC ที่จะประกาศงบในเย็นวันศุกร์นี้ และ TTB ที่ประกาศงบไม่เกินวันอังคารหน้า ซึ่งก็รู้สึกตัวเองยังอ่อนประสบการณ์มาก เนื่องจากหุ้นที่เข้าได้มีการขึ้นล่วงหน้าก่อน 1 วันทั้ง 3 ตัวในพอร์ตเฉลี่ยถึง 3-4%

ดังนั้น ใครที่เก่งกว่า และอ่านเกมขาดกว่าคงได้ซื้อในราคาที่ดีกว่าและทำกำไรได้เป็นที่เรียบร้อย ยินดีด้วยนะครับ และเราจะพยายามฝึกตัวเองให้เก่งกว่านี้ พร้อมนำข้อมูลที่คิดว่ามีประโยชน์มาแชร์ต่อ

ฝากเป็นกำลังใจให้เราด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามครับ
Disclaimer: โปรเจกต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาและทดลองแนวคิดจากข้อมูลในอดีต ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ผลลัพธ์ในอดีตไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ในอนาคตได้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่