Update อาการจะรู้สึกเหมือนตอนที่โดนน้ำร้อนลวกก็คือแสบร้อนบริเวณแผล แสบปวดจี๊ดๆ วิ่งตรงมาที่หน้าอกข้างขวา ซึ่งตอนนี้อาการปวดจี๊ดเป็นถี่มากขึ้น ทำให้เห็นว่าหาเงินมาได้เท่าไหร่ก็ไม่มีประโยชน์ถ้าต้องเจ็บทรมานแบบนี้ ทั้งๆที่ยาแก้ปวดก็กิน ตามที่หมอสั่ง ทรมานมากตอนเจ็บแบบดีดๆที่แผล
"เงินไม่สามารถทุเลาความเจ็บได้ค่ะ"
+++++
มนุษย์เงินเดือน และคนที่ชอบทำงานหามรุ่งหามค่ำ โปรดระวัง งูสวัด โจมตีนะคะ
ช่วง 7 วันที่ผ่านมาเรามีความเครียดในเรื่องการทำงานของทีมและการนำเสนองานให้กับหน่วยเหนือ ทำให้นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมง ติดต่อกันหลายวัน
3 วันที่แล้ว มีแผลเป็นปื้นสีแดงตรงต้นแขนขวาด้านในเป็นวงกว้าง ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะปกติเป็นคนแข็งแรง แม้กระทั่งหวัดเป็น 3 วันก็หาย มีที่เคยเป็นหลายวันคืออีสุกอีใสเกิน 40 ปีมาแล้ว
ก็ไปซื้อยาฆ่าเชื้อมากินแล้วก็ทามอยเจอร์ไรเซอร์
อยู่ดีๆก็ปวดแผล ขยับแขนก็ปวด บางทีก็ ปวดแสบปี๊ดๆ ไปถึงหน้าอกข้างขวา
และอาการปวดปี๊ดๆก็มีถี่ขึ้น
วันนี้ก็เลยไปโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ คุณหมอได้ขูดเอาตรงแผลไปตรวจ ผลปรากฏพบว่า เป็น "งูสวัด"
ซึ่งหมอกำชับให้ดูแลและกินยาอย่างสม่ำเสมอห้ามผิดเวลา ออกมาข้างนอกพยาบาลกำชับอีกที (แสดงว่าสำคัญมาก)
พอมาค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมในเน็ตพบว่างูสวัดสามารถทำให้พิการตลอดไปได้เลยค่ะ ถ้าดูแลรักษาแผลและกินยาไม่ตรงตามเวลา
เพื่อนๆ pantip พักผ่อนน้อยหรือมีความเครียด
ระวัง งูสวัด นะคะ *** มันจะมาตอนที่ภูมิต้านทานเราอ่อนแอ*** และถ้าดูแลรักษาไม่ทันการ มันก็จะลามไปทำให้เกิดพิการทางกายตลอดไปได้ค่ะ
++++++
เมื่อคุณเคยเป็นโรคอีสุกอีใสและหายป่วยแล้ว เชื้อไวรัสนี้จะไม่หายไปจากร่างกาย แต่มันจะไปหลบซ่อนตัวในปมประสาท และจะแฝงตัวอยู่อย่างสงบนานหลายปี
ปัจจัยที่กระตุ้นให้ไวรัสกำเริบเป็นงูสวัด:
เมื่อภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลง ไม่ว่าจะเป็นจากอายุที่เพิ่มขึ้น (มักพบในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป) ความเครียดสะสม การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีโรคประจำตัว ไวรัสที่แฝงตัวอยู่จะแบ่งตัวและเคลื่อนที่ตามแนวเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนและมีผื่นตุ่มน้ำใสขึ้นตามผิวหนังตามแนวเส้นประสาทนั้น
ความพิการถาวรที่สามารถเกิดขึ้นจากโรคงูสวัด มีดังนี้
1. ตาบอดถาวร (งูสวัดขึ้นตา)
สาเหตุ: เกิดขึ้นเมื่อแนวผื่นงูสวัดขึ้นบริเวณใบหน้า รอบดวงตา หรือสันจมูก (Herpes Zoster Ophthalmicus)
ความเสียหาย: เชื้อไวรัสสามารถลามเข้าสู่ดวงตา ส่งผลให้กระจกตาอักเสบเป็นแผล ม่านตาอักเสบ ต้อหิน หรือประสาทตาอักเสบ ซึ่งหากรักษาช้าอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นหรือตาบอดถาวร
2. หน้าเบี้ยว อัมพาตใบหน้า และหูหนวก (กลุ่มอาการรัมเซย์ ฮันต์)
สาเหตุ: เกิดขึ้นเมื่อเชื้อไวรัสโจมตีเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ที่ทำหน้าที่ควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้าและหูชั้นใน
ความเสียหาย: ทำให้เกิดอัมพาตครึ่งซีกบนใบหน้า ปากเบี้ยว ตาปิดไม่สนิท รวมถึงมีอาการปวดหูรุนแรง บ้านหมุน และอาจส่งผลให้หูหนวกหรือสูญเสียการได้ยินถาวร
3. อัมพฤกษ์ อัมพาต จากโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
สาเหตุ: ไวรัสงูสวัดสามารถทำให้ผนังหลอดเลือดเกิดการอักเสบและตีบแคบลง
ความเสียหาย: การอักเสบนี้จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองอุดตันหรือแตก (Stroke) ส่งผลให้ผู้ป่วยเป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาตของแขนขาครึ่งซีกตามมาได้
4. ความพิการจากระบบประสาทส่วนกลางอักเสบ
สาเหตุ: แม้พบได้น้อย แต่ในผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันต่ำมาก เชื้ออาจแพร่กระจายเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง
ความเสียหาย: ก่อให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ สมองอักเสบ หรือไขสันหลังอักเสบ ซึ่งสามารถทิ้งความพิการทางสมองหรือการเคลื่อนไหวไว้ถาวร
ความเครียดสะสม นอนไม่พอ ระวังเป็น "งูสวัด" อันตรายถึงขั้นพิการตลอดชีวิตได้เลย
"เงินไม่สามารถทุเลาความเจ็บได้ค่ะ"
+++++
มนุษย์เงินเดือน และคนที่ชอบทำงานหามรุ่งหามค่ำ โปรดระวัง งูสวัด โจมตีนะคะ
ช่วง 7 วันที่ผ่านมาเรามีความเครียดในเรื่องการทำงานของทีมและการนำเสนองานให้กับหน่วยเหนือ ทำให้นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมง ติดต่อกันหลายวัน
3 วันที่แล้ว มีแผลเป็นปื้นสีแดงตรงต้นแขนขวาด้านในเป็นวงกว้าง ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะปกติเป็นคนแข็งแรง แม้กระทั่งหวัดเป็น 3 วันก็หาย มีที่เคยเป็นหลายวันคืออีสุกอีใสเกิน 40 ปีมาแล้ว
ก็ไปซื้อยาฆ่าเชื้อมากินแล้วก็ทามอยเจอร์ไรเซอร์
อยู่ดีๆก็ปวดแผล ขยับแขนก็ปวด บางทีก็ ปวดแสบปี๊ดๆ ไปถึงหน้าอกข้างขวา
และอาการปวดปี๊ดๆก็มีถี่ขึ้น
วันนี้ก็เลยไปโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ คุณหมอได้ขูดเอาตรงแผลไปตรวจ ผลปรากฏพบว่า เป็น "งูสวัด"
ซึ่งหมอกำชับให้ดูแลและกินยาอย่างสม่ำเสมอห้ามผิดเวลา ออกมาข้างนอกพยาบาลกำชับอีกที (แสดงว่าสำคัญมาก)
พอมาค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมในเน็ตพบว่างูสวัดสามารถทำให้พิการตลอดไปได้เลยค่ะ ถ้าดูแลรักษาแผลและกินยาไม่ตรงตามเวลา
เพื่อนๆ pantip พักผ่อนน้อยหรือมีความเครียด
ระวัง งูสวัด นะคะ *** มันจะมาตอนที่ภูมิต้านทานเราอ่อนแอ*** และถ้าดูแลรักษาไม่ทันการ มันก็จะลามไปทำให้เกิดพิการทางกายตลอดไปได้ค่ะ
++++++
เมื่อคุณเคยเป็นโรคอีสุกอีใสและหายป่วยแล้ว เชื้อไวรัสนี้จะไม่หายไปจากร่างกาย แต่มันจะไปหลบซ่อนตัวในปมประสาท และจะแฝงตัวอยู่อย่างสงบนานหลายปี
ปัจจัยที่กระตุ้นให้ไวรัสกำเริบเป็นงูสวัด:
เมื่อภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลง ไม่ว่าจะเป็นจากอายุที่เพิ่มขึ้น (มักพบในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป) ความเครียดสะสม การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีโรคประจำตัว ไวรัสที่แฝงตัวอยู่จะแบ่งตัวและเคลื่อนที่ตามแนวเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนและมีผื่นตุ่มน้ำใสขึ้นตามผิวหนังตามแนวเส้นประสาทนั้น
ความพิการถาวรที่สามารถเกิดขึ้นจากโรคงูสวัด มีดังนี้
1. ตาบอดถาวร (งูสวัดขึ้นตา)
สาเหตุ: เกิดขึ้นเมื่อแนวผื่นงูสวัดขึ้นบริเวณใบหน้า รอบดวงตา หรือสันจมูก (Herpes Zoster Ophthalmicus)
ความเสียหาย: เชื้อไวรัสสามารถลามเข้าสู่ดวงตา ส่งผลให้กระจกตาอักเสบเป็นแผล ม่านตาอักเสบ ต้อหิน หรือประสาทตาอักเสบ ซึ่งหากรักษาช้าอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นหรือตาบอดถาวร
2. หน้าเบี้ยว อัมพาตใบหน้า และหูหนวก (กลุ่มอาการรัมเซย์ ฮันต์)
สาเหตุ: เกิดขึ้นเมื่อเชื้อไวรัสโจมตีเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ที่ทำหน้าที่ควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้าและหูชั้นใน
ความเสียหาย: ทำให้เกิดอัมพาตครึ่งซีกบนใบหน้า ปากเบี้ยว ตาปิดไม่สนิท รวมถึงมีอาการปวดหูรุนแรง บ้านหมุน และอาจส่งผลให้หูหนวกหรือสูญเสียการได้ยินถาวร
3. อัมพฤกษ์ อัมพาต จากโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
สาเหตุ: ไวรัสงูสวัดสามารถทำให้ผนังหลอดเลือดเกิดการอักเสบและตีบแคบลง
ความเสียหาย: การอักเสบนี้จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองอุดตันหรือแตก (Stroke) ส่งผลให้ผู้ป่วยเป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาตของแขนขาครึ่งซีกตามมาได้
4. ความพิการจากระบบประสาทส่วนกลางอักเสบ
สาเหตุ: แม้พบได้น้อย แต่ในผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันต่ำมาก เชื้ออาจแพร่กระจายเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง
ความเสียหาย: ก่อให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ สมองอักเสบ หรือไขสันหลังอักเสบ ซึ่งสามารถทิ้งความพิการทางสมองหรือการเคลื่อนไหวไว้ถาวร