เห็นคำทำนายเยอะว่ากรุงเทพจะจมน้ำ ซึ่งจะจมจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ เลยรวบรวมเอาวิธีแก้ไขป้องกันมาให้อ่านกัน เผื่อถ้าทำกันได้ กรุงเทพอาจจะไม่จมตามที่ทำนายไว้ก็ได้
ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมน้ำและสิ่งแวดล้อมได้เสนอ ทางออกที่ดีที่สุดแบ่งตามระยะเวลาและรูปแบบการบริหารจัดการ ดังนี้ครับ:
1. โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Mega Infrastructure)
การเลียนแบบความสำเร็จจากต่างประเทศมาปรับใช้กับบริบทประเทศไทยถือเป็นมาตรการระยะยาวที่มั่นคงที่สุด:
-สร้างเขื่อนกั้นน้ำทะเลและประตูกั้นน้ำปากแม่น้ำ: เลียนแบบโมเดล Delta Works ของเนเธอร์แลนด์ เพื่อปิด-เปิดควบคุมน้ำหนุนจากอ่าวไทยไม่ให้เข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
-ทำกำแพงและยกถนนริมชายฝั่ง: ยกระดับแนวถนนและคันกั้นน้ำชายทะเลบางขุนเทียนและรอยต่อปริมณฑลให้สูงขึ้นเป็นเกราะป้องกันคลื่นซัดฝั่ง (Storm Surge)
-อุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำใต้ดิน: เพิ่มโครงสร้างอุโมงค์ระบายน้ำลึกและสถานีสูบน้ำประสิทธิภาพสูงเพื่อผันน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด
2. แนวคิดเมืองฟองน้ำและการกักเก็บน้ำ (Sponge City & Nature-Based Solutions)
การสร้างโครงสร้างแข็งอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องทำให้เมืองสามารถ "ซับน้ำ" ได้ด้วย:
-แก้มลิงชายฝั่งและพื้นที่พรุ: อนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนเพื่อชะลอความแรงของน้ำและเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำทะเลหลาก
-ผังเมืองสีเขียว (Sponge City): เลียนแบบโมเดลสิงคโปร์และจีน โดยเพิ่มสวนสาธารณะที่ขุดสระพักน้ำใต้ดิน และใช้บล็อกปูถนนแบบน้ำซึมผ่านได้เพื่อช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขังฉับพลัน
-ขุดลอกและเพิ่มทางด่วนน้ำ (Floodways): ปรับปรุงคลองสายหลักและสร้างทางเบี่ยงน้ำเพื่อกระจายน้ำเหนือไม่ให้ไหลผ่านเข้าใจกลางกรุงเทพฯ โดยตรง
3. การหยุดยั้งปัญหาแผ่นดินทรุด (Stopping Land Subsidence)
ข้อมูลจากสถาบันวิจัยระบุว่ากรุงเทพฯ ทรุดตัวเฉลี่ย 8.5 มิลลิเมตรต่อปี ในบางพื้นที่:
-กวดขันการห้ามสูบน้ำบาดาล: ควบคุมกฎหมายและการเก็บค่าน้ำบาดาลในภาคอุตสาหกรรมรอบปริมณฑลอย่างเข้มงวดเหมือนโมเดลความสำเร็จของกรุงโตเกียว
-เติมน้ำลงใต้ดิน (Groundwater Recharge): อัดน้ำสะอาดกลับลงสู่ชั้นบาดาลเพื่อพยุงชั้นดินเหนียวไม่ให้ทรุดตัวเพิ่ม
4. ทางเลือกสุดท้าย: การกระจายความเจริญหรือย้ายศูนย์กลาง (Relocation)
หากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระดับแสนล้านไม่คุ้มค่าในอีก 30-50 ปีข้างหน้า:
-ย้ายเฉพาะศูนย์กลางราชการ: การสร้างเมืองหลวงสำรองสำหรับหน่วยงานรัฐบาลเพื่อลดความหนาแน่นและมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ (คล้ายคลึงกับกรณีที่อินโดนีเซียย้ายจากจาการ์ตาไปนูซันตารา)
ไม่รู้ใครชอบวิธีอะไรบ้าง ของเราชอบเน้นวิธีการแบบฮอลแลนด์กับกระจายคนออกจากเมืองหลวงเพื่อลดการใช้น้ำบาดาลลง
การทำโมเดลฮอลแลนด์นั้นมีค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่ก็ต้องทำ เป็นวิธีช่วยป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯที่ดีมาก
*การทำระบบป้องกันน้ำท่วมแบบฮอลแลนด์ (เช่น โครงการ Delta Works) สำหรับกรุงเทพฯ ต้องใช้งบประมาณ มหาศาลระดับแสนล้านถึงล้านล้านบาท แต่มีความจำเป็นสูงเนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่กำลังทรุดตัวลง ซึ่งหากไม่ทำอะไรเลย จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
ใช้งบประมาณเท่าไหร่และทำอะไรบ้าง?
การจำลองระบบป้องกันน้ำท่วมแบบประเทศเนเธอร์แลนด์ในไทย ประเมินว่าจะต้องลงทุนในโครงการหลักๆ ได้แก่:
1.ระบบเขื่อนกั้นน้ำขนาดใหญ่บริเวณปากแม่น้ำ: เพื่อป้องกันน้ำทะเลหนุนและพายุซัดฝั่ง คาดว่าใช้งบประมาณนับแสนล้านบาท อ้างอิงจากโครงการ Delta Works ของฮอลแลนด์ที่ใช้งบไปกว่า 2.5 แสนล้านบาท
2.ระบบปั๊มน้ำและอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ: ปัจจุบันกรุงเทพฯ มีอุโมงค์ระบายน้ำแล้วหลายแห่ง แต่หากจะรับมือกับปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นแบบเบ็ดเสร็จ ต้องขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมและใช้เครื่องสูบน้ำทรงพลังตลอด 24 ชั่วโมง
3.การเสริมคันกั้นน้ำและพนังกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดสาย: ปรับปรุงและยกความสูงแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมถาวรตลอดสองฝั่งแม่น้ำ
4.การจัดการพื้นที่รับน้ำและการคืนพื้นที่สีเขียว: การเวนคืนที่ดินและการปรับเปลี่ยนผังเมืองเพื่อทำหน้าที่เป็น "แก้มลิง" แบบธรรมชาติ
ทำไมถึงใช้เงินเยอะ?
สาเหตุที่การป้องกันน้ำท่วมแบบฮอลแลนด์มีค่าใช้จ่ายสูงลิ่ว เกิดจากความซับซ้อนทางวิศวกรรม ประกอบกับบริบทของกรุงเทพฯ ดังนี้:
-ปัญหาดินทรุดตัว: กรุงเทพฯ ทรุดตัวเฉลี่ย 1-2 เซนติเมตรต่อปี ทำให้ต้องมีการยกปรับระดับโครงสร้างพื้นฐานตลอดเวลา
-การตั้งถิ่นฐานหนาแน่น: การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเพื่อปรับปรุงทางน้ำหรือสร้างระบบขนาดใหญ่ ต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการเวนคืนที่ดิน
-การดูแลรักษาระยะยาว (Maintenance): ระบบนี้ไม่เพียงแต่สร้างเสร็จแล้วจบไป แต่ต้องใช้เงินมหาศาลในการบำรุงรักษาเครื่องจักรและประตูระบายน้ำทุกปี
ถึงจะทำแบบโมเดลฮอลแลนด์แล้ว กรุงเทพก็ยังต้องมีการแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นมาร่วมด้วย จึงจะแก้ปัญหากรุงเทพจมน้ำในระยะยาว เช่น การกระจายคนจากกรุงเทพฯไปอยู่จังหวัดอื่น ลดการใช้ทรัพยากรน้ำลง
ข้อมูลเมืองที่น่าย้ายคนกรุงเทพไปอยู่เพราะว่ามีทรัพยากรน้ำจืดมาก
*จังหวัดที่มีน้ำจืดสมบูรณ์ ปลอดภัยจากน้ำท่วม และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจกระจายความเจริญ เหมาะเป็นจุดรองรับการย้ายคนออกจากกรุงเทพฯ คือ จังหวัดชลบุรี (โดยเฉพาะโซน EEC) และ จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งมีความพร้อมสูงทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการน้ำ
ตัวเลือกเมืองศักยภาพสูงที่เหมาะสมและตอบโจทย์การอยู่อาศัย มีดังนี้ครับ:
1. จังหวัดชลบุรี (โซนศรีราชา, บางแสน, พัทยา)
เมืองอุตสาหกรรม และศูนย์กลางระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่มีความพร้อมสูงสุด
-แหล่งน้ำ: มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่รองรับ เช่น อ่างเก็บน้ำบางพระ อ่างเก็บน้ำหนองค้อ และอ่างเก็บน้ำดอกกราย (ในพื้นที่ใกล้เคียง) มั่นใจได้ว่าน้ำจืดเพียงพอต่อการขยายตัวของเมือง
-ทำไมจึงเหมาะกระจายคน: การเดินทางสะดวกสบายด้วยมอเตอร์เวย์ (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7) เดินทางจาก กทม. ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงครึ่ง มีโรงพยาบาลชั้นนำ (เช่น รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา) ห้างสรรพสินค้า และสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาในบริเวณใกล้เคียง
2. จังหวัดสุราษฎร์ธานี (อำเภอเมือง)
ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคใต้ตอนบน ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูง (อดีตเรียกว่า "บ้านดอน")
-แหล่งน้ำ: มีแม่น้ำตาปีที่เป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงพื้นที่ และมีน้ำจืดอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี ไม่เคยขาดแคลน
-ทำไมจึงเหมาะกระจายคน: เป็นเมืองใหญ่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน (โรงพยาบาลศูนย์ โรงเรียนชั้นนำ และสนามบินนานาชาติ) อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการย้ายถิ่นฐานแบบปักหลักระยะยาว
3. จังหวัดนครสวรรค์
ประตูสู่ภาคเหนือและจุดบรรจบของแม่น้ำสายหลัก
-แหล่งน้ำ: โดดเด่นเรื่องความอุดมสมบูรณ์ขั้นสุดเพราะเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา (แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ไหลมารวมกัน) และเป็นที่ตั้งของ "บึงบอระเพ็ด" ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
-ทำไมจึงเหมาะกระจายคน: เป็นศูนย์กลางคมนาคมในอนาคต (มีโครงการรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง) ไม่ไกลจาก กทม. และเป็นพื้นที่รับน้ำที่ปลอดภัย
และจังหวัดที่มีน้ำบาดาลให้ใช้เยอะๆ เหมาะที่จะกระจายคนจากกรุงเทพฯไปอยู่อาศัย
*พื้นที่ศักยภาพสูงด้านน้ำบาดาลที่เหมาะสมกระจายคนจากกรุงเทพฯ ไปอยู่อาศัย ตามแอ่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่ (Groundwater Basin) ของ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล (Department of Groundwater Resources) ได้แก่
1.จังหวัดนครราชสีมา – แอ่งบาดาลขนาดใหญ่ นครราชสีมา-อุบลราชธานี อุดมสมบูรณ์ และเป็นประตูสู่อีสานที่ถูกวางเป็นเมืองรองรับการเติบโต
2.จังหวัดขอนแก่น – มีแหล่งน้ำใต้ดินหนาแน่น โครงสร้างพื้นฐานพร้อม
3.จังหวัดสุพรรณบุรี – แอ่งบาดาลภาคกลาง แหล่งน้ำเพื่อการเกษตรขนาดใหญ่ ใกล้กรุงเทพฯ
การได้กระจายคนออกจากกรุงเทพไปให้เยอะๆ ก็จะช่วยให้คุณภาพชีวิตคนกรุงเทพดีขึ้นหลายอย่างด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำกินน้ำใช้หรือแค่แก้เรื่องกรุงเทพจะจมบาดาลเท่านั้น ปัญหาเรื่องมลพิษและการจราจรติดขัดก็จะเบาบางลง มลพิษน้อยลง การจราจรคล่องตัวขึ้น คนกรุงเทพมีสุขภาพจิตดีขึ้น ได้ผลดีหลายอย่าง
การป้องกันกรุงเทพจมบาดาล และ 3 เมืองที่มีน้ำจืดและน้ำบาดาลมาก เหมาะจะกระจายคนกรุงเทพฯไปอยู่อาศัย
ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมน้ำและสิ่งแวดล้อมได้เสนอ ทางออกที่ดีที่สุดแบ่งตามระยะเวลาและรูปแบบการบริหารจัดการ ดังนี้ครับ:
1. โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Mega Infrastructure)
การเลียนแบบความสำเร็จจากต่างประเทศมาปรับใช้กับบริบทประเทศไทยถือเป็นมาตรการระยะยาวที่มั่นคงที่สุด:
-สร้างเขื่อนกั้นน้ำทะเลและประตูกั้นน้ำปากแม่น้ำ: เลียนแบบโมเดล Delta Works ของเนเธอร์แลนด์ เพื่อปิด-เปิดควบคุมน้ำหนุนจากอ่าวไทยไม่ให้เข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
-ทำกำแพงและยกถนนริมชายฝั่ง: ยกระดับแนวถนนและคันกั้นน้ำชายทะเลบางขุนเทียนและรอยต่อปริมณฑลให้สูงขึ้นเป็นเกราะป้องกันคลื่นซัดฝั่ง (Storm Surge)
-อุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำใต้ดิน: เพิ่มโครงสร้างอุโมงค์ระบายน้ำลึกและสถานีสูบน้ำประสิทธิภาพสูงเพื่อผันน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด
2. แนวคิดเมืองฟองน้ำและการกักเก็บน้ำ (Sponge City & Nature-Based Solutions)
การสร้างโครงสร้างแข็งอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องทำให้เมืองสามารถ "ซับน้ำ" ได้ด้วย:
-แก้มลิงชายฝั่งและพื้นที่พรุ: อนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนเพื่อชะลอความแรงของน้ำและเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำทะเลหลาก
-ผังเมืองสีเขียว (Sponge City): เลียนแบบโมเดลสิงคโปร์และจีน โดยเพิ่มสวนสาธารณะที่ขุดสระพักน้ำใต้ดิน และใช้บล็อกปูถนนแบบน้ำซึมผ่านได้เพื่อช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขังฉับพลัน
-ขุดลอกและเพิ่มทางด่วนน้ำ (Floodways): ปรับปรุงคลองสายหลักและสร้างทางเบี่ยงน้ำเพื่อกระจายน้ำเหนือไม่ให้ไหลผ่านเข้าใจกลางกรุงเทพฯ โดยตรง
3. การหยุดยั้งปัญหาแผ่นดินทรุด (Stopping Land Subsidence)
ข้อมูลจากสถาบันวิจัยระบุว่ากรุงเทพฯ ทรุดตัวเฉลี่ย 8.5 มิลลิเมตรต่อปี ในบางพื้นที่:
-กวดขันการห้ามสูบน้ำบาดาล: ควบคุมกฎหมายและการเก็บค่าน้ำบาดาลในภาคอุตสาหกรรมรอบปริมณฑลอย่างเข้มงวดเหมือนโมเดลความสำเร็จของกรุงโตเกียว
-เติมน้ำลงใต้ดิน (Groundwater Recharge): อัดน้ำสะอาดกลับลงสู่ชั้นบาดาลเพื่อพยุงชั้นดินเหนียวไม่ให้ทรุดตัวเพิ่ม
4. ทางเลือกสุดท้าย: การกระจายความเจริญหรือย้ายศูนย์กลาง (Relocation)
หากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระดับแสนล้านไม่คุ้มค่าในอีก 30-50 ปีข้างหน้า:
-ย้ายเฉพาะศูนย์กลางราชการ: การสร้างเมืองหลวงสำรองสำหรับหน่วยงานรัฐบาลเพื่อลดความหนาแน่นและมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ (คล้ายคลึงกับกรณีที่อินโดนีเซียย้ายจากจาการ์ตาไปนูซันตารา)
ไม่รู้ใครชอบวิธีอะไรบ้าง ของเราชอบเน้นวิธีการแบบฮอลแลนด์กับกระจายคนออกจากเมืองหลวงเพื่อลดการใช้น้ำบาดาลลง
การทำโมเดลฮอลแลนด์นั้นมีค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่ก็ต้องทำ เป็นวิธีช่วยป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯที่ดีมาก
*การทำระบบป้องกันน้ำท่วมแบบฮอลแลนด์ (เช่น โครงการ Delta Works) สำหรับกรุงเทพฯ ต้องใช้งบประมาณ มหาศาลระดับแสนล้านถึงล้านล้านบาท แต่มีความจำเป็นสูงเนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่กำลังทรุดตัวลง ซึ่งหากไม่ทำอะไรเลย จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
ใช้งบประมาณเท่าไหร่และทำอะไรบ้าง?
การจำลองระบบป้องกันน้ำท่วมแบบประเทศเนเธอร์แลนด์ในไทย ประเมินว่าจะต้องลงทุนในโครงการหลักๆ ได้แก่:
1.ระบบเขื่อนกั้นน้ำขนาดใหญ่บริเวณปากแม่น้ำ: เพื่อป้องกันน้ำทะเลหนุนและพายุซัดฝั่ง คาดว่าใช้งบประมาณนับแสนล้านบาท อ้างอิงจากโครงการ Delta Works ของฮอลแลนด์ที่ใช้งบไปกว่า 2.5 แสนล้านบาท
2.ระบบปั๊มน้ำและอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ: ปัจจุบันกรุงเทพฯ มีอุโมงค์ระบายน้ำแล้วหลายแห่ง แต่หากจะรับมือกับปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นแบบเบ็ดเสร็จ ต้องขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมและใช้เครื่องสูบน้ำทรงพลังตลอด 24 ชั่วโมง
3.การเสริมคันกั้นน้ำและพนังกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดสาย: ปรับปรุงและยกความสูงแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมถาวรตลอดสองฝั่งแม่น้ำ
4.การจัดการพื้นที่รับน้ำและการคืนพื้นที่สีเขียว: การเวนคืนที่ดินและการปรับเปลี่ยนผังเมืองเพื่อทำหน้าที่เป็น "แก้มลิง" แบบธรรมชาติ
ทำไมถึงใช้เงินเยอะ?
สาเหตุที่การป้องกันน้ำท่วมแบบฮอลแลนด์มีค่าใช้จ่ายสูงลิ่ว เกิดจากความซับซ้อนทางวิศวกรรม ประกอบกับบริบทของกรุงเทพฯ ดังนี้:
-ปัญหาดินทรุดตัว: กรุงเทพฯ ทรุดตัวเฉลี่ย 1-2 เซนติเมตรต่อปี ทำให้ต้องมีการยกปรับระดับโครงสร้างพื้นฐานตลอดเวลา
-การตั้งถิ่นฐานหนาแน่น: การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเพื่อปรับปรุงทางน้ำหรือสร้างระบบขนาดใหญ่ ต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการเวนคืนที่ดิน
-การดูแลรักษาระยะยาว (Maintenance): ระบบนี้ไม่เพียงแต่สร้างเสร็จแล้วจบไป แต่ต้องใช้เงินมหาศาลในการบำรุงรักษาเครื่องจักรและประตูระบายน้ำทุกปี
ถึงจะทำแบบโมเดลฮอลแลนด์แล้ว กรุงเทพก็ยังต้องมีการแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นมาร่วมด้วย จึงจะแก้ปัญหากรุงเทพจมน้ำในระยะยาว เช่น การกระจายคนจากกรุงเทพฯไปอยู่จังหวัดอื่น ลดการใช้ทรัพยากรน้ำลง
ข้อมูลเมืองที่น่าย้ายคนกรุงเทพไปอยู่เพราะว่ามีทรัพยากรน้ำจืดมาก
*จังหวัดที่มีน้ำจืดสมบูรณ์ ปลอดภัยจากน้ำท่วม และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจกระจายความเจริญ เหมาะเป็นจุดรองรับการย้ายคนออกจากกรุงเทพฯ คือ จังหวัดชลบุรี (โดยเฉพาะโซน EEC) และ จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งมีความพร้อมสูงทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการน้ำ
ตัวเลือกเมืองศักยภาพสูงที่เหมาะสมและตอบโจทย์การอยู่อาศัย มีดังนี้ครับ:
1. จังหวัดชลบุรี (โซนศรีราชา, บางแสน, พัทยา)
เมืองอุตสาหกรรม และศูนย์กลางระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่มีความพร้อมสูงสุด
-แหล่งน้ำ: มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่รองรับ เช่น อ่างเก็บน้ำบางพระ อ่างเก็บน้ำหนองค้อ และอ่างเก็บน้ำดอกกราย (ในพื้นที่ใกล้เคียง) มั่นใจได้ว่าน้ำจืดเพียงพอต่อการขยายตัวของเมือง
-ทำไมจึงเหมาะกระจายคน: การเดินทางสะดวกสบายด้วยมอเตอร์เวย์ (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7) เดินทางจาก กทม. ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงครึ่ง มีโรงพยาบาลชั้นนำ (เช่น รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา) ห้างสรรพสินค้า และสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาในบริเวณใกล้เคียง
2. จังหวัดสุราษฎร์ธานี (อำเภอเมือง)
ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคใต้ตอนบน ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูง (อดีตเรียกว่า "บ้านดอน")
-แหล่งน้ำ: มีแม่น้ำตาปีที่เป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงพื้นที่ และมีน้ำจืดอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี ไม่เคยขาดแคลน
-ทำไมจึงเหมาะกระจายคน: เป็นเมืองใหญ่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน (โรงพยาบาลศูนย์ โรงเรียนชั้นนำ และสนามบินนานาชาติ) อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการย้ายถิ่นฐานแบบปักหลักระยะยาว
3. จังหวัดนครสวรรค์
ประตูสู่ภาคเหนือและจุดบรรจบของแม่น้ำสายหลัก
-แหล่งน้ำ: โดดเด่นเรื่องความอุดมสมบูรณ์ขั้นสุดเพราะเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา (แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ไหลมารวมกัน) และเป็นที่ตั้งของ "บึงบอระเพ็ด" ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
-ทำไมจึงเหมาะกระจายคน: เป็นศูนย์กลางคมนาคมในอนาคต (มีโครงการรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง) ไม่ไกลจาก กทม. และเป็นพื้นที่รับน้ำที่ปลอดภัย
และจังหวัดที่มีน้ำบาดาลให้ใช้เยอะๆ เหมาะที่จะกระจายคนจากกรุงเทพฯไปอยู่อาศัย
*พื้นที่ศักยภาพสูงด้านน้ำบาดาลที่เหมาะสมกระจายคนจากกรุงเทพฯ ไปอยู่อาศัย ตามแอ่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่ (Groundwater Basin) ของ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล (Department of Groundwater Resources) ได้แก่
1.จังหวัดนครราชสีมา – แอ่งบาดาลขนาดใหญ่ นครราชสีมา-อุบลราชธานี อุดมสมบูรณ์ และเป็นประตูสู่อีสานที่ถูกวางเป็นเมืองรองรับการเติบโต
2.จังหวัดขอนแก่น – มีแหล่งน้ำใต้ดินหนาแน่น โครงสร้างพื้นฐานพร้อม
3.จังหวัดสุพรรณบุรี – แอ่งบาดาลภาคกลาง แหล่งน้ำเพื่อการเกษตรขนาดใหญ่ ใกล้กรุงเทพฯ
การได้กระจายคนออกจากกรุงเทพไปให้เยอะๆ ก็จะช่วยให้คุณภาพชีวิตคนกรุงเทพดีขึ้นหลายอย่างด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำกินน้ำใช้หรือแค่แก้เรื่องกรุงเทพจะจมบาดาลเท่านั้น ปัญหาเรื่องมลพิษและการจราจรติดขัดก็จะเบาบางลง มลพิษน้อยลง การจราจรคล่องตัวขึ้น คนกรุงเทพมีสุขภาพจิตดีขึ้น ได้ผลดีหลายอย่าง