JJNY : ไอซ์เฉลยสตง.ไม่แสดงความเห็น│ภาคปชช.เขียนจม.ถึงอนุทิน│สหรัฐคว่ำบาตรเครือข่ายจัดหาอาวุธ│ทั่วทุกภาคมีฝนตกหนักบางแห่ง

ไอซ์ เฉลย สตง. ไม่แสดงความเห็นงบประกันสังคม เพราะหาไม่เจอ เหตุใช้ Excel
https://www.matichon.co.th/politics/news_5808003
.

.
ไอซ์ รักชนก เผย สตง.สับเละ ประกันสังคม ใช้ Excel บันทึกงบ ซ้ำยังดันทุรังตั้งงบ 200 ล้านทำระบบของตัวเองแต่ก็ไม่ใช้ ทำ สตง. ไม่แสดงความเห็นงบ เหตุหาทรัพย์สินไม่เจอ 4,000 ล้าน
.
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า “หายใจเข้าลึกๆ นะคะทุกท่าน อัพเดตจากข่าว สตง. ไม่แสดงความเห็นงบการเงินสำนักงานประกันสังคม เพราะหาทรัพย์สินไม่เจอ 4000ล้าน!!
.
สาเหตุเพราะ ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา หน่วยงานอื่นบันทึกทรัพย์สินในระบบ GFMIS แต่สำนักงานประกันสังคมใช้ตาราง Excel.. ซึ่งใครจะเข้ามาแก้ไขตัวเลขยังไงก็ได้ ไม่มี log บันทึกการแก้ไขใดใด เวลา สตง. ตรวจงบก็เซฟอันนี่ไปส่งไปให้ตรวจด้วย สตง. บอกว่า ไม่อยากจะมองสิ่งที่ประกันสังคมส่งมาให้ด้วยซ้ำ..
.
สตง.ทำหนังสือเตือนตั้งแต่ปี 2556 แต่ประกันสังคมไม่สน พอ สตง. จี้หนักเข้าแทนที่จะใช้ GFMIS เหมือนชาวบ้าน กลับตั้งงบ 200 ล้านบาท ทำระบบ ERP ของตัวเอง ดันทุรังจะใช้เงินให้ได้ แต่ทำจนเสร็จจนตรวจรับแล้ว ก็ยังไม่ใช้!! ยังบันทึกในไฟล์ Excel เหมือนเดิม!! แล้ว 200 ล้าน ก็ทิ้งไว้อย่างงั้นอะ ผู้ประกันตน โปรดพิจารณา”
.
โดยในคลิปวิดีโอ น.ส.รักชนก กล่าวว่า หลังเข้ามานั่ง กมธ.ตรวจสอบงบประมาณ ก็ได้เข้าไปคุยสำนักงานประกันสังคมเป็นหน่วยงานแรก โดยประกันสังคมก็ชี้แจงทันทีว่าไม่ใช่การคอร์รัปชั่น เป็นเรื่องความผิดพลาด เพราะทรัพย์สินประกันสังคมเยอะมาก การลงบัญชีมีการเปลี่ยนหลักเกณฑ์ค่อนข้างเยอะ ทำให้ผิดพลาด
.
แต่พอเราถามไปรอบ 2 จึงเชิญ สตง.มาพร้อมกัน สตง.สับประกันสังคมเละเละ เพราะขณะเข้าไป ยังไม่มีใครถามอะไรเลย แต่เอกสารประกันสังคมก็ไฮไลต์สีแดงมาเลยว่า ‘ไม่ใช่การทุจริตหรือทรัพย์สินสูญหาย’ ออกตัวก่อนเลย ไม่ได้มีใครถามใดๆ ทั้งสิ้น โดยที่หายแบ่งเป็น 2 ก้อน
.
ก้อนแรก ผลต่างการบันทึกบัญชี 382.70 ล้านบาท พูดง่ายๆ คือทำบัญชีผิด เขาตามกลับมาได้เกือบครบแล้ว แต่ ก้อนที่ 2 ผลต่างการตรวจสบสินทรัพย์ 3,600 ล้านบาท อันนี้หาเจอแค่ 700 กว่าล้าน อีกเกือบ 3 พันล้านยังหาไม่เจอ
.
ประกันสังคมบอกว่า เราใช้ แบบ บช.5 ที่กรมบัญชีกลางรับรอง บันทึกบัญชี เราก็เลยถามว่าเป็นแบบของกรมบัญชีกลางใช่ไหม ประกันสังคมบอกว่า ใช่ค่ะ
.
แต่ สตง. บอกว่า ไม่ใช่ระบบค่ะ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปกสค บันทุกบัญชีผ่าน Excelที่ใครก็สามารถเข้ามาแก้ไขตัวเลขได้ แบบไม่มีรหัส ไม่มร log อะไรเลย”
.
https://www.facebook.com/watch/?v=2123233551586869
.

.
ภาคปชช.เขียนจดหมายถึง อนุทิน หวังใช้โอกาสเยือนจีน นำปัญหามลพิษข้ามแดน ขึ้นสู่โต๊ะเจรจา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5807923
.
ภาค ปชช.เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง อนุทิน หวังใช้โอกาสเยือนจีน นำปัญหามลพิษข้ามแดน ขึ้นสู่โต๊ะเจรจา เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน
.
จากกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มีกำหนดการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2569 ตามคำเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เพื่อเน้นย้ำความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน และมีการลงนามบันทึกความเข้าใจหลายฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมนั้น
.
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ออกจดหมายเปิดผนึก ถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ต่อการเยือนประเทศจีน ดังนี้
.
ท่ามกลางบรรยากาศความเกลียดชังต่อการดำเนินธุรกิจของจีนเทาในสังคมไทย ทั้งจีนเทาที่ทำมาหากินแบบแก๊ง มาเฟีย และจีนเทาที่จดทะเบียนบริษัทแบบถือหุ้นอำพราง หรือนอมินี ที่สร้างความเสียหายให้กับธุรกิจ SME หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากมลพิษในอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ อย่างรุนแรงอยู่ในเวลานี้ ส่งผลให้ความเป็น “มิตรที่ดี ญาติที่ดี และหุ้นส่วนที่ดี” เพื่อประสงค์สร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างประชาชนไทยกับรัฐบาลจีนถูกทำลายอย่างย่อยยับ แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลจีนและรัฐบาลไทยจะไม่ตระหนัก และไม่พยายามที่จะหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ดีขึ้น ยังคงมุ่งเน้นที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานอุตสาหกรรม AI และเทคโนโลยีแห่งอนาคตอื่นๆ ของนักลงทุนจีน อันจะนำมาซึ่งการทำลายขีดจำกัดหรือความสามารถของประเทศไทยในการเป็นแหล่งรองรับมลพิษจากอุตสาหกรรมแห่งอนาคตมากขึ้นเรื่อยๆ
.
ด้วยเหตุดังกล่าว จึงเป็นที่มาที่รัฐบาลจีนประกาศเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่านายอนุทินจะไปเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคมนี้ จึงเป็นโอกาสและความท้าทายอย่างยิ่งที่รัฐบาลโดยการนำของพรรคภูมิใจไทยจะเลือกดำเนินการทางการทูตที่เห็นหัวประชาชน หรือเหยียบย่ำประชาชน
.
เพราะจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีวาระเรื่องมลพิษข้ามพรมแดนจากการทำเหมืองแร่ของนักลงทุนจีนในรัฐฉานของเมียนมา (และการตั้งโรงงานสกัดโลหะมีค่าจากขยะอิเล็กทรอนิกส์และกากอุตสาหกรรมของนักลงทุนจีนในภาคตะวันออก) อยู่ในกำหนดการ จึงมีคำถามว่า “รัฐบาลไทยจะนำความเดือดร้อนของประชาชนขึ้นสู่โต๊ะเจรจากับจีนหรือไม่?
.
ก่อนจะไปปักกิ่ง นายอนุทินในฐานะนายกรัฐมนตรียังไม่เคยรับฟังประชาชนจากแม่น้ำกก สาย รวกและโขง ที่เดินธรรมยาตรา 68 กิโลเมตร เพื่อยื่นจดหมายถึงนายกฯ แม้กระทั่งคำเชิญให้นายกฯและเอกอัครราชทูตจีนลงพื้นที่เพื่อร่วมรับฟังปัญหาก็ไม่ได้รับการตอบรับ ซึ่งประชาชนมีข้อเรียกร้องหลัก คือ ให้ประกาศเรื่องภาวะมลพิษข้ามพรมแดนจากการทำเหมืองของนักลงทุนจีนในรัฐฉานเป็นนโยบายระดับชาติ และตั้งคณะทำงานระดับชาติที่มีอำนาจตัดสินใจจริง แต่รัฐบาลกลับตั้งเพียงคณะทำงานระดับกระทรวงที่ไร้ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา
.
เพราะว่ามลพิษไม่ใช่แค่ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่เป็นต้นทุนชีวิตของประชาชนที่ต้องจ่ายในทุกๆ วัน ซึ่งผลตรวจล่าสุดยังพบสารหนู ตะกั่ว และแมงกานีสเกินมาตรฐานหลายจุดในแม่น้ำกก สาย รวก และโขง และตะกอนดินหลายจุดในแม่น้ำโขงพบสารหนูสูงกว่าค่าปลอดภัยถึง 30 เท่า ประชาชนร้อยละ 70 ไม่สามารถใช้น้ำจากแม่น้ำกกเพื่อดำเนินชีวิตประจำวันได้อีกต่อไป แต่ละครอบครัวต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อน้ำสะอาดเพิ่มเฉลี่ย 2,600 บาทต่อเดือน และร้อยละ 63 ต้องสูญเสียรายได้ที่เคยได้จากกิจกรรมของแม่น้ำ ซึ่งต้นทุนเหล่านี้ไม่เคยถูกนับรวมอยู่ในมูลค่าการค้าและการลงทุนไทย-จีน
.
ผู้เชี่ยวชาญแห่งสหประชาชาติได้ระบุชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับมลพิษข้ามพรมแดน ได้แก่ China Investment Mining Company ซึ่งเชื่อมโยงกับ Xiamen Tungsten Corporation และ Chifeng Gold โดยแร่ที่สกัดได้ถูกส่งเข้าสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมของจีนเพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและกังหันลม ดังนั้น นายอนุทินควรใช้อำนาจควบคุมผ่านจุดผ่านแดน โดยยกเลิกนำเข้าแร่ทั้งหมดจากเมียนมา เพราะไทยไม่ได้เป็นเพียงประเทศปลายน้ำ แต่เป็นรัฐทางผ่านของแร่ และเป็นส่วนหนึ่งของการผูกขาดห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญและแร่หายากของจีน
.
แม้ NAP (National Action Plan on Business and Human Rights) จะไม่ใช่กฎหมาย แต่เป็นนโยบายที่รัฐบาลไทยประกาศใช้เอง จึงไม่อาจอ้างว่าไม่มีหน้าที่ดำเนินการ ปัญหาของรัฐไทยจึงไม่ใช่การขาดกฎหมาย แต่คือการไม่ใช้บทบาทของรัฐไทยในความรับผิดชอบต่อชีวิตประชาชนอย่างเต็มที่
.
เมื่อข้อเท็จจริงที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าว่าเผด็จการพม่าปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และยืนยันว่าไม่มีการทำเหมืองใดๆ ในพื้นที่ คณะทำงานร่วมไทย-พม่า ที่ตั้งขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2568 ก็ยังไม่มีแผนงานที่เป็นรูปธรรม การหารือระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศก็ล้มเหลว และข้อกฎหมายของไทยเกี่ยวกับการเอาผิดต่อการทำเหมืองไม่สามารถบังคับใช้ได้บนแผ่นดินเมียนมา จึงถึงเวลาที่นายอนุทินต้องหารือโดยตรงกับผู้นำจีนเพื่อให้จีนต้องรับผิดชอบจากผลของการดำเนินธุรกิจที่กดขี่และเหยียบย่ำประชาชนเมียนมาและไทย ซึ่งมีตัวอย่างจากหลายประเทศ เช่น คองโก กินีและซิมบับเว เริ่มใช้อำนาจของรัฐต่อรองกับนักลงทุนทำเหมืองแร่จากจีนแล้ว ขณะที่ไทยยังไม่กล้าใช้แม้แต่อำนาจตรวจสอบแหล่งที่มาของแร่ที่ผ่านชายแดนของตนเอง
.
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเยือนจีนครั้งนี้ของนายอนุทินจะเป็นโอกาสและความท้าทายสำคัญที่จะดำเนินการทางการทูตที่เห็นหัวประชาชน ไม่นำผืนแผ่นดินและชีวิตประชาชนไปเป็นสินค้า และบอกกับนายสี จิ้นผิง ผู้นำสูงสุดของจีน ให้ชัดเจนว่ามลพิษข้ามพรมแดนที่โลหะหนักและสารพิษหลายชนิดไหลลงสู่แม่น้ำกก สาย รวกและโขง และเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร จากการทำเหมืองของนักลงทุนจีนในเมียนมาเป็นภัยความมั่นคงร้ายแรงขั้นสุดของประเทศไทยที่จะต้องได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนจากความรับผิดชอบของจีน
.
ด้วยความเคารพ
.

.
สหรัฐคว่ำบาตรเครือข่ายในรัสเซีย-ไนจีเรีย จัดหาอาวุธให้อิหร่าน
https://www.dailynews.co.th/news/6030825/
.
รัฐบาลสหรัฐคว่ำบาตรบุคคลและองค์กรในอิหร่าน รัสเซีย และไนจีเรีย ฐานเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายจัดหาอาวุธให้อิหร่าน
.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ว่ากระทรวงการคลังสหรัฐออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ต่ออิหร่าน มุ่งเป้าไปที่บุคคลและนิติบุคคลซึ่งสหรัฐระบุว่า เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายระหว่างประเทศที่ช่วยอิหร่านจัดหาอาวุธ ประกอบด้วยบุคคลสัญชาติอิหร่านและรัสเซีย รวมถึงบริษัทและองค์กรที่ตั้งอยู่ในอิหร่าน รัสเซีย และไนจีเรีย
.
แถลงการณ์ของกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า บุคคลและองค์กรที่ถูกคว่ำบาตรในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นวิธีที่อิหร่านใช้บริษัทด้านการบินและการขนส่งจากต่างประเทศ ช่องทางการเงิน และผู้ประสานงานด้านการเดินทาง เพื่อปกปิดบทบาทของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม ( ไออาร์จีซี ) ในการจัดหาอาวุธอย่างผิดกฎหมาย และลำเลียงวัสดุรวมถึงบุคลากรไปทั่วโลก
.
มาตรการล่าสุดเป็นการต่อยอดจากการคว่ำบาตรของสหรัฐต่ออิหร่าน เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมุ่งเป้าไปยังบุคคลและบริษัทหลายแห่ง รวมถึงบริษัทในจีนและฮ่องกง จากข้อกล่าวหาว่ามีส่วนช่วยสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมอาวุธของอิหร่าน
.
ต่อมาในเดือนมิ.ย. สหรัฐประกาศคว่ำบาตรบุคคลและองค์กรอีก 11 ราย จากการให้ความช่วยเหลือไออาร์จีซีและกองทัพอิหร่านในการจัดหาอาวุธ
.
https://x.com/USTreasury/status/2077417036410405056
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่