ไอเอ็มเอฟ ยกไทยติด 1ใน4 ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ "เอไอ" ของโลก

🌺IMF ยกไทยติด 1 ใน 4 ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI ของโลก แต่โจทย์ต่อไป ไม่ใช่แค่ฐานผลิต ไทยต้องเร่งสร้าง "เทคโนโลยีของตัวเอง"
.
ประเทศไทยได้รับการจับตาอีกครั้งบนแผนที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก หลังรายงานล่าสุดของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จัดให้ไทยอยู่ในกลุ่ม 4 ประเทศผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI Hardware) รายใหญ่ของโลก ร่วมกับไต้หวัน มาเลเซีย และเกาหลีใต้ ต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ที่ถูกประเมินว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีโอกาสก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญมากขึ้นในห่วงโซ่อุปทานโลกจาก Verisk Maplecroft
.
รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยีแห่งอนาคตของโลกอย่างเป็นรูปธรรม จากรายงานล่าสุดของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้มีการประเมินว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยจะขยายตัวจากที่เคยคาดการณ์ไว้ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล มาตรการกระตุ้นทางการคลังฉุกเฉิน ร่วมกับการส่งออกและการลงทุนที่แข็งแกร่งในภาคเทคโนโลยี
.
โดย IMF ระบุว่า การส่งออกสินค้าเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI ของหลายประเทศในเอเชีย กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจในช่วงที่การลงทุนด้าน AI ขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับอานิสงส์จากห่วงโซ่อุปทานดังกล่าว
.
[ โจทย์ต่อไปไม่ใช่แค่ฐานผลิต ไทยต้องเร่งสร้าง “เทคโนโลยีของตัวเอง”]

แม้หลายคนอาจแปลกใจที่ไทยติดอันดับเดียวกับไต้หวันและเกาหลีใต้ แต่หากพิจารณาโครงสร้างอุตสาหกรรม ไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะ Manufacturing Hub ของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์มานานหลายสิบปี
.
ปัจจุบันประเทศไทยเป็นฐานการผลิตของบริษัทระดับโลกจำนวนมาก ทั้งในกลุ่มการประกอบและทดสอบชิป (Assembly & Test) การผลิตแผงวงจร (PCB) ฮาร์ดดิสก์ ไดรฟ์ SSD เซ็นเซอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลัง รวมถึงชิ้นส่วนที่ใช้ในเซิร์ฟเวอร์และศูนย์ข้อมูล ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบ AI
.
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การลงทุนด้าน AI ทำให้ความต้องการฮาร์ดแวร์เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็น GPU เซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล ชิปหน่วยความจำ และอุปกรณ์เครือข่าย ส่งผลให้ประเทศที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานอย่างไทยได้รับอานิสงส์จากการส่งออกที่เพิ่มขึ้น
.
อีกปัจจัยสำคัญ คือ กระแสการกระจายฐานการผลิต (China+1 Strategy) ทำให้ผู้ผลิตชิปรายใหญ่หลายรายขยายกำลังการผลิตในอาเซียน โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความสนใจจากจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่เดิม
.
รัฐบาลระบุว่า อุตสาหกรรม AI เซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ถูกกำหนดให้เป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ระบบไฟฟ้า การผลิตบุคลากร การวิจัย รวมถึงจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติเพื่อผลักดันไทยให้เป็นฐานสำคัญของห่วงโซ่อุปทานโลก
.
โดยตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยยังได้รับการลงทุนจากผู้ผลิตชิประดับโลกหลายราย ทั้งในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ แผงวงจร อิเล็กทรอนิกส์กำลัง และดาต้าเซ็นเตอร์ สะท้อนว่าไทยกำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการลงทุนด้าน AI ในภูมิภาค
.
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์มองว่าการเป็นผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์รายใหญ่ถือเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของการแข่งขันยุค AI เนื่องจากประเทศที่สร้างมูลค่าได้สูงที่สุด ไม่ใช่ประเทศที่มีโรงงานมากที่สุด แต่คือประเทศที่ครอบครองเทคโนโลยี การออกแบบชิป ซอฟต์แวร์ AI และทรัพย์สินทางปัญญา
.
ตัวอย่างเช่น ไต้หวันมี TSMC ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปขั้นสูงที่สุดของโลก เกาหลีใต้มี Samsung Electronics และ SK Hynix ที่ครองตลาดหน่วยความจำ ส่วนสหรัฐฯ เป็นเจ้าของบริษัทออกแบบชิปและแพลตฟอร์ม AI ระดับโลกอย่าง Nvidia, AMD และ Broadcom ขณะที่ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงต้นของการสร้างระบบนิเวศด้านการออกแบบเซมิคอนดักเตอร์และ AI ของตนเอง
.
#Economics #IMF #AIInfrastructure #SupplyChain
#AIHardware #ฮาร์ดแวร์ #ThairathMoney #การเงินดีชีวิตดี

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่