‘เนื้อแท้’ แจงวิกฤตกระแสเงินสด รับขยายสาขาเร็วเกินไป เคลียร์เงินเดือนครบแล้ว

‘เนื้อแท้’ แจงวิกฤตกระแสเงินสด รับขยายสาขาเร็วเกินไป เคลียร์เงินเดือนครบแล้ว

จากกรณีโลกออนไลน์ มีการพูดถึงประเด็นเกี่ยวกับกระแสเงินสดของร้าน “เนื้อแท้” จนเกิดผลกระทบต่อการจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน โดยก่อนหน้านี้ ได้มีเอกสารชี้แจง ยอมรับถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และเดินหน้าแก้ปัญหาด้านการเงินและการจ่ายเงินเดือนพนักงานให้ครบถ้วนโดยเร็วที่สุด
ล่าสุด “บังโต” วีรชน ศรัทธายิ่ง และ “บังตาล” นภศูล รามบุตร ผู้ก่อตั้งบริษัท คอมพานี บี จำกัด (Company B) หรือร้านอาหาร “เนื้อแท้” ชี้แจงถึงประเด็นที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องปัญหากระแสเงินสด และเรื่องการค้างจ่ายเงินเดือนพนักงาน

เปิดสาเหตุ ‘ขาดกระแสเงินสด’
สาเหตุของปัญหาทางการเงิน เริ่มจากช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ร้านต้องปิดตัวลงชั่วคราว คุณโตและคุณตาลตัดสินใจขายหุ้นมูลค่า 60 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาจ่ายเงินเดือนและรักษาพนักงานไว้ไม่ให้ตกงาน

แต่มีข้อตกลงกับผู้ลงทุนว่าจะต้องทำยอดขายให้เติบโตเพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ ทำให้บริษัทต้องเร่งขยายสาขาอย่างรวดเร็วเกินไป ทั้งที่พื้นฐานหลังบ้านยังไม่แข็งแรงพอ ส่งผลให้เกิดต้นทุนแฝง (Hidden Cost) และรอยรั่วทางการเงินจำนวนมากจนขาดสภาพคล่องอย่างหนัก

เคลียร์เงินเดือนค้างจ่าย
ด้านประเด็นการค้างจ่ายเงินเดือนพนักงาน บริษัทขาดสภาพคล่องจนไม่มีเงินซื้อวัตถุดิบ และส่งผลให้จ่ายเงินเดือนพนักงานล่าช้าไปประมาณ 2 เดือน โดยทีมผู้บริหาร ไม่ได้รับเงินเดือนของตัวเองมาประมาณ 7-8 เดือนแล้ว เพื่อพยุงสถานการณ์ และยืนยันว่าไม่ได้นำเงินบริษัทไปใช้บำเรอความสุขส่วนตัวตามที่ถูกกล่าวหา

ขณะที่ความคืบหน้าล่าสุด บริษัทได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ibank) ทำให้ ณ วันที่แถลง สามารถจ่ายเงินเดือนที่ค้างอยู่ให้พนักงานครบทุกคนแล้ว

‘หักเงินประกันสังคมแต่ไม่นำส่ง’ ไม่จริง
สำหรับประเด็นการนำเงินจ่ายสมทบประกันสังคมไปใช้ในบริษัทนั้น บริษัทไม่ได้เอาเงินประกันสังคมของพนักงานไปหมุนใช้ แต่เป็นเพราะขาดเงินสดจริง ๆ จึงต้องขอใช้สิทธิ์ผ่อนผันการชำระภายใน 60 วันตามที่สำนักงานประกันสังคมมีนโยบายช่วยเหลือผู้ประกอบการ

หากในช่วงที่ผ่านมามีพนักงานคนใดที่ไปเบิกค่ารักษาพยาบาลหรือลาคลอดแล้วเบิกกับประกันสังคมไม่ได้ บริษัทได้เป็นผู้ควักเงินจ่ายชดเชยสวัสดิการเหล่านั้นให้พนักงานแทนทั้งหมด

ทั้งนี้ มีการระบุว่า ปัจจุบันพนักงานสามารถเบิกประกันสังคมได้เต็ม 100% แล้ว
ผลกระทบต่อลูกค้าและเกษตรกร (โครงการงัวแดง)

ผู้บริหารของ ‘เนื้อแท้’ ระบุว่า ขอโทษลูกค้าที่ไปทานที่ร้านแล้วไม่มีเมนูที่ต้องการ เนื่องจากบริษัทไม่มีกระแสเงินสดพอที่จะซื้อเนื้อวัวเข้ามาหมุนเวียน หลังจากนี้เมื่อได้เงินทุนจาก ibank แล้ว วัตถุดิบจะเริ่มทยอยกลับมาเต็มร้านเหมือนเดิม

ขณะที่ “โครงการงัวแดง” ซึ่งเป็นโครงการที่ตกลงรับซื้อวัวจากเกษตรกรไทย แต่เมื่อเกิดวิกฤตทำให้ไม่สามารถรับซื้อได้ตามโควตาที่สัญญาไว้ ปัจจุบันบริษัทมีวงเงินพร้อมแล้ว และจะกลับมาเดินหน้ารับซื้อวัวจากเกษตรกรไทยต่อไป เพื่อลดความเสี่ยงจากการนำเข้าเนื้อวัวจากต่างประเทศ
ทิศทางอนาคตของ ‘เนื้อแท้’

สำหรับทิศทางธุรกิจต่อจากนี้ ผู้บริหาร ‘เนื้อแท้’ ยืนยันว่าตนเองยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดและยังคงบริหารงานทุกอย่างอยู่ ไม่ได้ทิ้งบริษัทตามที่มีข่าวลือ
ขณะเดียวกันจะมีการปรับโครงสร้างใหม่ โดยบังโตจะดึงร้านอาหารที่เหลือประมาณ 6-7 สาขา กลับมาดูแลและบริหารจัดการเองโดยตรง เพื่อทำร้านอาหารให้มีคุณภาพ เน้นความประณีตตามอุดมการณ์เดิม ส่วนธุรกิจ Modern Trade (การขายในห้าง) จะมอบหมายให้บังตาล และพาร์ทเนอร์มืออาชีพเป็นผู้ดูแล เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ยังเฝ้าระวังความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น ปัญหาสงคราม หรือราคาน้ำมัน (Petroleum) ที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ในอนาคต

Cr. 'เนื้อแท้' แจงวิกฤตกระแสเงินสด รับขยายสาขาเร็วเกินไป เคลียร์เงินเดือนครบแล้ว

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจ หลังจากมีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับร้านอาหาร "เนื้อแท้" ในเรื่องการค้างจ่ายเงินเดือนพนักงานและปัญหาการหักเงินประกันสังคม ล่าสุด "บังโต" วีรชน ศรัทธายิ่ง อดีตนักร้องนำวง Silly Fools และ "บังตาล" นภศูล รามบุตร สองผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้ออกมาแถลงชี้แจงทุกข้อสงสัยด้วยตัวเอง

"บังโต" เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของวิกฤตว่า หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ตนได้ตัดสินใจขายหุ้นมูลค่า 60 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาจ่ายเงินเดือนพนักงานเพื่อป้องกันการตกงาน ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาระยะยาว เนื่องจากสถานการณ์บังคับให้ต้องเร่งขยายสาขาอย่างรวดเร็วเพื่อให้ยอดขายถึงเกณฑ์ แม้จะเป็นสิ่งที่ขัดกับอุดมการณ์เดิม ส่งผลให้เกิดต้นทุนแฝงและภาระค่าใช้จ่ายตามมาจำนวนมาก
ในประเด็นการค้างจ่ายเงินเดือน บังโตชี้แจงว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้บริหารเองได้ตัดสินใจไม่รับเงินเดือนมานานถึง 7-8 เดือน เพื่อสู้ต่อจนวินาทีสุดท้าย อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายยอมรับว่าไม่สามารถจ่ายเงินเดือนพนักงานหน้าร้านได้ทันเวลา โดยยืนยันว่าไม่เคยมีเจตนาไม่จ่าย และไม่ได้นำเงินไปใช้จ่ายเพื่อความบันเทิงส่วนตัว พร้อมกล่าวขอโทษพนักงานทุกคนที่ทำให้เกิดความล่าช้า ทั้งนี้ ล่าสุดหลังจากได้รับเงินสนับสนุนจากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย บริษัทได้จ่ายเงินเดือนที่ค้างอยู่ให้พนักงานหน้าร้านครบทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับข่าวลือที่ว่าบริษัทนำเงินประกันสังคมของพนักงานไปหมุนใช้จนพนักงานเสียสิทธิ์นั้น บังโตปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง โดยระบุว่าบริษัทเพียงแค่ใช้สิทธิ์ขอขยายระยะเวลาชำระเงินตามที่สำนักงานประกันสังคมอนุโลมให้ 60 วัน เนื่องจากปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งพนักงานทุกคนยังคงได้รับสิทธิประกันสังคมตามกฎหมายปกติ สำหรับกรณีที่พนักงานได้รับผลกระทบ ทางบริษัทได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการจ่ายเงินชดเชยให้แทนทั้งหมด


แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่