สวัสดีค่ะ เราอยากมาเล่าประสบการณ์ชีวิตช่วงนี้ และขอกำลังใจหรือคำแนะนำจากคนที่เคยผ่านภาวะคล้ายกันค่ะ
เราเสียคุณพ่อไปเมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา คุณพ่อเป็นญาติคนเดียวและเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตของเรา ตอนนี้เราต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวทั้งหมด
หลังจากนั้นประมาณเดือนพฤษภาคม เราเริ่มมีอาการผิดปกติ ครั้งแรกคือรู้สึกหายใจไม่ออก คลื่นไส้ เดินแล้วเหมือนพื้นเอียง มองเพดานก็เอียง จึงไปโรงพยาบาล ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ และตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ผลทุกอย่างปกติดี แต่คุณหมอถามว่าเราเครียดเรื่องอะไรหรือเปล่า ซึ่งตอนนั้นเราตอบว่าเราไม่รู้สึกว่าเครียด ต่อมาเราไปเดินห้างและกินข้าวตามปกติ แต่อยู่ ๆ ก็รู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออก เหมือนพื้นที่รอบตัวแคบลง จึงรีบกลับห้องเช่า แต่เมื่อกลับถึงห้อง อาการกลับหนักขึ้น รู้สึกเหนื่อย หอบ หายใจไม่ทัน จนต้องเรียกรถพยาบาลไปโรงพยาบาลอีกครั้ง
เมื่อหมอเห็นประวัติการตรวจและผลตรวจที่ปกติดี จึงถามเรื่องความเครียดอีกครั้ง และแนะนำให้เราไปพบจิตแพทย์ เราจึงเข้ารับการรักษาและเล่าอาการทั้งหมดให้คุณหมอฟัง ทั้งอาการหายใจไม่ออก ความเศร้า ความรู้สึกว่างเปล่า และการไม่มีความสุขกับสิ่งต่าง ๆ
จิตแพทย์วินิจฉัยว่าเราเป็นโรคแพนิคและโรคซึมเศร้า และให้ยารักษา ซึ่งยาบางตัวทำให้เรามึน ง่วง และเหม่อลอย ชีวิตประจำวันของเรากลายเป็นเหมือนหุ่นยนต์ที่ทำตามเวลา ตื่นตีห้า อาบน้ำ ไปทำงาน กินข้าว เลิกงาน กลับบ้าน แล้วก็วนซ้ำแบบเดิม เราไม่รู้สึกว่าตัวเองมีเป้าหมายในชีวิต และมักถามตัวเองว่า “มีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร” ที่ทำงานก็เป็นอีกเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกแย่ บางคนไม่เข้าใจอาการของเรา มีคนพูดว่า “คุยกับเราแล้วระวังเป็นบ้า” หรือบอกว่าการทำงานของเราถดถอยลงมาก ทำให้ตอนนี้เรากลัวว่าจะทำงานต่อไม่ไหวและอาจถูกประเมินให้ออกจากงาน
เรายังรู้สึกโดดเดี่ยวมาก เพราะคนที่เคยรับฟังเราทุกเรื่องคือคุณพ่อ แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างวันนี้กินอะไรมา หรือเจออะไรที่ทำให้รู้สึกดี เราก็อยากมีใครสักคนรับฟังเหมือนที่คุณพ่อเคยรับฟังเรา เรื่องเพื่อนก็ทำให้เรารู้สึกเสียใจ เรามีกลุ่มเพื่อนสนิทตั้งแต่มัธยม ช่วงที่คุณพ่อเสียชีวิต เพื่อน ๆ นัดไปเที่ยวทะเลกัน เราแจ้งว่าไม่สามารถไปได้จริง ๆ เพราะยังทำใจไม่ได้ เพื่อนก็บอกว่าเข้าใจ แต่หลังจากนั้นพวกเขาไปเที่ยวกันครบสามคน และเมื่อกลับมา เพื่อนทั้งสามคนก็ออกจากกลุ่ม LINE โดยที่เราไม่ทราบสาเหตุ ทำให้เรารู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้คนเดียวอีกครั้ง
ช่วงที่ผ่านมาเรายังมีความคิดแวบ ๆ เกี่ยวกับการทำร้ายตัวเอง เช่น เวลารอรถเมล์หรือขึ้นวินมอเตอร์ไซค์ เราจะคิดว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเรา เราจะรู้สึกอย่างไร แม้เราจะยังไม่ได้ทำอะไรกับตัวเอง แต่ความคิดเหล่านี้ทำให้เรากลัวและรู้ว่าตัวเองต้องการความช่วยเหลือ
ตอนนี้เราใช้ชีวิตประจำวันได้ยากมาก เรื่องง่าย ๆ อย่างซักผ้า สระผม หรือกินอาหารที่เคยชอบก็ทำไม่ได้ น้ำหนักลดจาก 46 เหลือ 40 กิโลกรัม เราไม่มีความอยากอาหาร ไม่มีความสุขกับสิ่งใด และหลายครั้งก็รู้สึกว่าอยากกลับบ้านมากินยาแล้วนอน เพราะการนอนทำให้ความทุกข์หยุดลงชั่วคราว
เราจึงอยากมาขอกำลังใจจากเพื่อน ๆ ใน Pantip และอยากถามว่ามีใครเคยรักษาโรคซึมเศร้าหรือโรคแพนิคแล้วผ่านช่วงนี้มาได้ไหมคะ มีคำแนะนำในการดูแลตัวเอง การใช้ชีวิตประจำวัน หรือการรับมือกับความรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างไรบ้าง
นอกจากนี้ เราได้โพสต์ขายนาฬิกา Huawei Watch GT6 เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายและประคองชีวิตช่วงนี้ หากใครสนใจหรืออยากช่วยสนับสนุน สามารถติดต่อสอบถามได้ค่ะ แต่สิ่งที่เราอยากได้มากที่สุดตอนนี้คือกำลังใจและคำแนะนำจากคนที่เข้าใจค่ะ
ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบนะคะ
แพนิคและซึมเศร้าอยากขอกำลังใจ และขอความสนับสนุนสำหรับ และขอความสนับสนุนสำหรับคนที่สนใจสำหรับซื้อนาฬิกา Huawei G6
เราเสียคุณพ่อไปเมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา คุณพ่อเป็นญาติคนเดียวและเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตของเรา ตอนนี้เราต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวทั้งหมด
หลังจากนั้นประมาณเดือนพฤษภาคม เราเริ่มมีอาการผิดปกติ ครั้งแรกคือรู้สึกหายใจไม่ออก คลื่นไส้ เดินแล้วเหมือนพื้นเอียง มองเพดานก็เอียง จึงไปโรงพยาบาล ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ และตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ผลทุกอย่างปกติดี แต่คุณหมอถามว่าเราเครียดเรื่องอะไรหรือเปล่า ซึ่งตอนนั้นเราตอบว่าเราไม่รู้สึกว่าเครียด ต่อมาเราไปเดินห้างและกินข้าวตามปกติ แต่อยู่ ๆ ก็รู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออก เหมือนพื้นที่รอบตัวแคบลง จึงรีบกลับห้องเช่า แต่เมื่อกลับถึงห้อง อาการกลับหนักขึ้น รู้สึกเหนื่อย หอบ หายใจไม่ทัน จนต้องเรียกรถพยาบาลไปโรงพยาบาลอีกครั้ง
เมื่อหมอเห็นประวัติการตรวจและผลตรวจที่ปกติดี จึงถามเรื่องความเครียดอีกครั้ง และแนะนำให้เราไปพบจิตแพทย์ เราจึงเข้ารับการรักษาและเล่าอาการทั้งหมดให้คุณหมอฟัง ทั้งอาการหายใจไม่ออก ความเศร้า ความรู้สึกว่างเปล่า และการไม่มีความสุขกับสิ่งต่าง ๆ
จิตแพทย์วินิจฉัยว่าเราเป็นโรคแพนิคและโรคซึมเศร้า และให้ยารักษา ซึ่งยาบางตัวทำให้เรามึน ง่วง และเหม่อลอย ชีวิตประจำวันของเรากลายเป็นเหมือนหุ่นยนต์ที่ทำตามเวลา ตื่นตีห้า อาบน้ำ ไปทำงาน กินข้าว เลิกงาน กลับบ้าน แล้วก็วนซ้ำแบบเดิม เราไม่รู้สึกว่าตัวเองมีเป้าหมายในชีวิต และมักถามตัวเองว่า “มีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร” ที่ทำงานก็เป็นอีกเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกแย่ บางคนไม่เข้าใจอาการของเรา มีคนพูดว่า “คุยกับเราแล้วระวังเป็นบ้า” หรือบอกว่าการทำงานของเราถดถอยลงมาก ทำให้ตอนนี้เรากลัวว่าจะทำงานต่อไม่ไหวและอาจถูกประเมินให้ออกจากงาน
เรายังรู้สึกโดดเดี่ยวมาก เพราะคนที่เคยรับฟังเราทุกเรื่องคือคุณพ่อ แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างวันนี้กินอะไรมา หรือเจออะไรที่ทำให้รู้สึกดี เราก็อยากมีใครสักคนรับฟังเหมือนที่คุณพ่อเคยรับฟังเรา เรื่องเพื่อนก็ทำให้เรารู้สึกเสียใจ เรามีกลุ่มเพื่อนสนิทตั้งแต่มัธยม ช่วงที่คุณพ่อเสียชีวิต เพื่อน ๆ นัดไปเที่ยวทะเลกัน เราแจ้งว่าไม่สามารถไปได้จริง ๆ เพราะยังทำใจไม่ได้ เพื่อนก็บอกว่าเข้าใจ แต่หลังจากนั้นพวกเขาไปเที่ยวกันครบสามคน และเมื่อกลับมา เพื่อนทั้งสามคนก็ออกจากกลุ่ม LINE โดยที่เราไม่ทราบสาเหตุ ทำให้เรารู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้คนเดียวอีกครั้ง
ช่วงที่ผ่านมาเรายังมีความคิดแวบ ๆ เกี่ยวกับการทำร้ายตัวเอง เช่น เวลารอรถเมล์หรือขึ้นวินมอเตอร์ไซค์ เราจะคิดว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเรา เราจะรู้สึกอย่างไร แม้เราจะยังไม่ได้ทำอะไรกับตัวเอง แต่ความคิดเหล่านี้ทำให้เรากลัวและรู้ว่าตัวเองต้องการความช่วยเหลือ
ตอนนี้เราใช้ชีวิตประจำวันได้ยากมาก เรื่องง่าย ๆ อย่างซักผ้า สระผม หรือกินอาหารที่เคยชอบก็ทำไม่ได้ น้ำหนักลดจาก 46 เหลือ 40 กิโลกรัม เราไม่มีความอยากอาหาร ไม่มีความสุขกับสิ่งใด และหลายครั้งก็รู้สึกว่าอยากกลับบ้านมากินยาแล้วนอน เพราะการนอนทำให้ความทุกข์หยุดลงชั่วคราว
เราจึงอยากมาขอกำลังใจจากเพื่อน ๆ ใน Pantip และอยากถามว่ามีใครเคยรักษาโรคซึมเศร้าหรือโรคแพนิคแล้วผ่านช่วงนี้มาได้ไหมคะ มีคำแนะนำในการดูแลตัวเอง การใช้ชีวิตประจำวัน หรือการรับมือกับความรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างไรบ้าง
นอกจากนี้ เราได้โพสต์ขายนาฬิกา Huawei Watch GT6 เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายและประคองชีวิตช่วงนี้ หากใครสนใจหรืออยากช่วยสนับสนุน สามารถติดต่อสอบถามได้ค่ะ แต่สิ่งที่เราอยากได้มากที่สุดตอนนี้คือกำลังใจและคำแนะนำจากคนที่เข้าใจค่ะ
ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบนะคะ