สวัสดีครับ ประกาศหาคนคุยครับผม [สไตล์หย่อน resume]

สวัสดิครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่เคยไปคุยป่วนกวนทีนหลายคน แล้ว ก็ชาวคนหลงทางหน้าใหม่หน้าเก่า ผมลอจิคครับ
ขออนุญาติใช้พื้นที่ตรงนี้หาประกาศตามหาคนที่หายากในสังคมบ้านเราครับ

ขอเกริ่นนิดนึง
ผมจะเขียนโดยใช้หลักการ สมัครงาน และ จุดประสงค์ คือ มันแค่อ่านง่าย และ คุณจะเชื่อหรือไม่ใช่นั่นก็ขึ้นอยู่กับหลักการคิดวิเคราะห์แยกแยะของแต่ละท่าน เพราะ ผมเข้าใจดีว่าการจะหาคนดีจริงมันยากแค่ไหนในสังคมไทยปัจจุบัน และ มิจจี้ก็เยอะ ปลอมเปลือก ปกปิดโปรไฟล์ก็เยอะ

ดังนั้น ผมจะใช้แนวคิดที่สวนทางกันเลย คือ สปอยความจริงเป็นหลักแต่ไม่ใช่ทั้งหมดที่ทำได้และทำอยู่นะ ย่อความจริงลดลงมาให้อ่านได้ในส่วนสำคัญ
เพื่อเป็นหลักในการพิจารณาเหมือนสมัครงานนั่นเอง

1. มันไม่เสียเวลา เร็ว และ เข้าใจง่ายขึ้น อ่าน คิดภาพตามเองเลย ตัดสินใจได้ก่อนจะคุย ปลอดภัยกว่ามิจจี้หลอกให้คุยก่อนไม่บอกอะไรเลย
2. เนื่องจากมันเป็นพันทิป และ ผมขี้เกียจโพสรูปเยอะเดี๋ยวมันก็มาและหายไปอีกโพสซ้ำ
3. เห็นข้อมูลและเจตนา และ จุดประสงค์เลยอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง

ส่วนพวกแบบแนวคิดว่า ไม่โรแมนติก ไม่อะไรเลย อันนั้นมันค่อยไปคิดตอนที่คุย หรือ จะออกเดทจริงจังดีกว่าไหมครับ คนเราถ้าคิดจะจริงจังไอ้เรื่องความหวานมันเป็นเรื่องในอนาคต

แต่ตอนนี้ คือ เราต้องดู info กันก่อนตัดสินใจ เหมือนทำงานนั่นแหละกว่าจะรู้ความเป็นจริง คือ ต้องทำงานไปก่อนสักระยะถึงจะเข้าใจ มันไม่ต่างกันมากครับว่าเราจะเจอคนที่ทำงานไปด้วยกันได้ระยะยาวจริงไหม เราก็ต้องสัมภาษณ์ดูแนวทางก่อนจะตัดสินใจ เลือกเขามาทำงาน หรือ เลือกคนมาในชีวิต

ถ้าเลือกแบบสุ่ม random select มันจะวนสมัครการเดิม คือ เจออาหวังนั่นเอง

ที่ผมใช้หลักการนี้เพราะว่า คนที่คิดวิเคราะห์ แยกแยะได้ดีจริง จะอ่านแล้วเข้าใจเองครับ ถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจไม่ผิดครับ มันเป็นวิธีคิดคนตามหลักจิตวิทยาอย่างนึงในการขายความจริงและดู reaction

โปรไฟล์ของผม
1. จบตรี ทำงานสาย IT ให้กลุ่มธนาคาร และ มือถือเป็นหลัก ชื่อตำแหน่งคือ software engineer แต่คนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าก็ programmer ธรรมดาแหละ

อันที่จริงงานมันมีมากกว่านั้นเยอะครับ ลักษณะการทำงานเป็นสาย consulting หรือ คนที่ต้องให้คำปรึกษาการพัฒนา software และ คนที่ผมต้องไปช่วยทำงานแบบนี้ ค่อนข้างมีปัญหาเชิงโครงสร้างบางอย่างทำให้งาน flow สะดุด มีระบบ ระเบียบที่ต้องให้คิดเยอะ

ต้องช่วยเขาวาง plan และ แชร์ solution จากประสบการ์ณทำงานว่า ควรจะแก้ปัญหาแบบนี้อย่างไรดีมีทางออกแบบใดได้บ้าง และ เหมือนที่ปรึกษาหาทางออกให้คนที่ทำงานด้วย เพราะ กลุ่มคนที่ผมทำงานด้วย เขาเก่งด้านบริหารคน แต่เรื่องความเข้าใจเชิงเทคโนโลยีอาจจะ 0 เลยถึงแม้จะมี AI ก็ยังสั่งงานไม่ถูกเลย ก็จะคุยกับระดับ Project manager, Software analysis , Business analysis แทบ Full stack

ไม่ใช่นั่งเขียน code ไปวันๆ กลับบ้านนอนนะครับ มันต่างกันนะ

ปัจจุบันใช้ภาษาอังกฤษ 60% ไทย 40% ครับ ผมก็ฝึกพูดอังกฤษของผมอยู่เรื่อยๆ ตามลักษณะการทำงานที่อาจจะเจอคนชาติอินเดีย หรือ เวียดนาม หรือ สิงคโปร์ครับ

2. รายได้ 80K UP ยังไปต่อได้อีก แต่ต้องคุยเยอะ ไม่ได้บอกตัวเลขตรงตัวครับ มีรายได้จากการลงทุนในหุ้นต่างประเทศด้วยพอดีศึกษาทางนั้นไว้เยอะ ไม่ได้ทำงานปกติอย่างเดียวนะมันรวยช้าหนะตามหลักการลงทุนถึงจะตัวเลขขนาดนี้ก็ตาม

3. รูปร่างส่วนสูง ผมไม่ได้สูงเวอร์แค่ จัดในกลุ่มผู้ชายที่ดูดีเหมือนเกย์ดูแลตัวเองเยอะ แต่ไม่ใช่เกย์คนชอบเข้าใจผิดกันไปเอง
- อายุ 32 ปี
- ส่วนสูง  168
- น้ำหนัก 70-71 จากการเข้ายิมและฟิตเนสสม่ำเสมอ มีกล้ามเนื้อ บอดี้เฟริม ไม่ได้อ้วนพุงพุ้ยหนะ ^^ fat 20% ถ้าลีนก็ six-pack ขึ้นสบาย มันแค่ต้องคุมอาหารการกินจริงจังกว่านี้เฉยๆ แต่อยู่ในช่วงปรับตารางการออกกำลังกายและคุมระดับอาหารให้ถูกต้อง มันใช้เวลา
- ผิวขาวมากจนถ้าเอาแขนมาเทียบก็จะเห็นเลยว่าขาวไม่ต่างกันมาก เมื่อเทียบกับผู้ชายที่จะคล้ำหรือหมอง

มีภาพบอดี้บางส่วนให้ดู ธรรมดาครับคนออกกำลังกายเอง ผิวก็คือผิวที่ถ่ายด้วยกล้องมือถือสะท้อนกระจกเลยง่ายๆ ไม่ใส่ฟิลเตอร์สักอย่าง กล้ามเนื้อพอประมาน body build ตามดาราเกาหลีท่านนึงเขาจะตัวเล็กหน่อยแต่หุ่นดี

ไม่ได้ปักยานะ ผมไม่ชอบปักยา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
4. บุคคลิกนิสัย ผมเป็นคนฉลาดมาก คิดวิเคราะห์เก่ง แก้ไขปัญหาเก่ง

ที่บ้านสอนมาดี ไม่ได้เนริด และ ไม่ได้อ่อนต่อโลกครับคนก็ชอบเข้าใจผิดคิดว่าคนประเภทนี้คงไม่เห็นโลกไม่เห็นสังคมอะไรเลยเก็บตัวอยู่แต่กับห้อง บลา ๆ ๆ ๆ ๆ อย่างที่บอก ผมศึกษาจิตวิทยาความคิดมนุษย์ด้วย ผมอ่านสมองคนและเดาเก่งนะครับ ผมก็ต้องเจอคนด้วยสิต้องไปนั่งคุยนั่งอ่าน นั่งฟังคนในสังคมบ้างมันไม่เรียกว่าเก็บตัวหรอก เขาเรียกกันว่า "ไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว"

มันตรงกันข้ามเลย ผมเป็น introvert ที่พัฒนาไปไกลแล้ว หรือ ความเป็นจริง คือ ambivert ครับมีความสามารถทั้งในแบบของ introvert และ extrovert ด้วยทั้งคู่ครับ

ถ้าวัดตาม MBTI คือ : INTJ หรือ นักออกแบบ นักวางแผน เจ้ากลยุทธ ใช้ตรรกกะได้เก่งกว่าใช้ความรู้สึก แต่ไม่ได้หมายความว่าไร้จิตใจเน้อ เพราะ ผมก็ศึกษาด้านจิตวิทยาไง และ การอ่านความคิดในสมองมนุษย์เหมือนกัน และ มันอ่านได้ยันระดับอารมณ์

มันเลยทำให้เรา ทันคนไง ระวังคนเก่ง ไม่ค่อยโดนหลอกง่ายขนาดนั้น หรือ หลงใครง่ายแบบถวายตัวขนาดนั้น แค่อาจจะแกล้งตีนมึน นั่นมันก็แค่เทคนิคในจิตวิทยาแบบนึงในการประเมิณอีกฝ่ายครับ เวลาเราทำตัวนิ่งไม่เปิดเผยตัว คนเข้าใจก็จะเข้าใจเองแหละว่าทำไมถึงนิ่งดูเชิงดีกว่า เปิดตัวแบบโจ่งแจ้งต่างหลักการกัน

"คนที่มองคนหยาบมาก หรือ มองแค่เปลือก แล้วหาแค่คนสนองตัณหาตัวเอง เขาก็จะคิดไม่ทันกับเรื่องแบบนี้เลย วิเคราะห์แยกแยะแบบละเอียดไม่ออกเลย ถ้าเราทำตัวดูเงียบกว่าเปิดเผย"

5. ฐานะทางบาง และ สภาพโดยรวมด้านอื่น

- พ่อแม่ผมเกษียณได้ด้วยตัวเองอยู่ ปัจจุบันผมเลยไม่ได้ส่งเสียเลี้ยงค่าใช้จ่ายอะไรเลยตั้งแต่อายุ 22 ตอนจบใหม่ จนถึงปัจจุบันอายุ 32 ทางบ้านก็ยังมีการทำงานมีรายได้ มีธุรกิจส่วนตัว ทำอยู่กัน 2 คน นายจ้างเขาไม่ยอมให้ออกครับ เขาก็จ้างต่อนั่งตำแหน่งที่ปรึกษาให้คุมงานอยู่ไกลเลย นานๆ จะเจอกันสักที ฟิลลิ่งก็เหมือนสังคมฝรั่งแหละครับ พ่อแม่อยู่คนละรัฐทำงานอยู่ชานเมือง ลูกก็อยู่คนละรัฐในเมืองมากกว่า มันเลยไม่เหมือนกับคนไทยขนาดนั้น

มีมรดกแหละแต่ผมไม่ได้สนใจอีก แหละ ว่าจะต้องรับหรือไม่รับยังไง ไม่ได้สนใจธุรกิจทางฝั่งนั้นเลย
"ผมชอบหาและทำอะไรด้วยตัวเองมากกว่าพึ่งใบบุญพ่อแม่ขนาดนั้น" เพราะ ผมกับพ่อเล่นแข่งขันกันหาเงินแล้วดูว่าใครมีเงินมากกว่ากัน

- หนี้ผม 0 รวม ให้นับ asset ทั้งหมดที่มีก็ 3 ล้านบาท

ผมมีคอนโดในกรุงเทพทำเลใกล้รถไฟฟ้าทางเลือกหลายสายเหมาะต่อการทำงานระยะยาวมากกว่าครับ งานแบบผมยังไงก็อยู่กรุงเทพทั้งชีวิต การเงินไม่ได้สอนให้ผมเช่าอยู่แบบไร้อนาคตหนะครับ ซื้อเองดีกว่า ศึกษาด้านลงทุนอสังหาเอาไว้ด้วย เล็งบ้านต่อ แต่ขอพักไปลงทุนสร้างทางเลือกอาชีพอีกแบบก่อนดีกว่า ช่วงดอกเบี้ยแพง ราคาบ้านแพงไม่คุ้มดอก

- ผมเป็นคนที่ บริหารจัดการเวลาเป็นครับ ทำอะไรได้หลากหลายอย่าง แล้วไม่ได้แบบหลับหู หลับตาไม่รับรู้อะไรเลย อย่างที่บอก ผมศึกษาสิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา และ ผมก็มีความรู้มีความสามารถมากพอจะมองเห็นโลกที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวันว่ามันจะเกิดอะไร ไม่ได้ทำงานหลับหูหลับตากลับบ้านนอน แล้วเอาเงินไปใช้แสวงหาความสุขไปเรื่อยไง

- ผมเป็นคนที่ ซีเรียสกับการวางแผนอนาคตสูงมาก เพราะ ผมไม่อยากแก่แล้วเป็นภาระปัญหาคนอื่น ผมจะแก่แบบคุณภาพเท่านั้นและผมมั่นใจว่าผมทำได้ผมทำไปแล้ว และ ทำอยู่เรื่อยๆ ตามวินัยครับ

- วางแผนเกษียณ
- หาทางสร้างรายได้ ป้องกันความเสี่ยงตกงาน
- สร้างวินัยการลงทุนที่ดี

มันสอนให้เราแคร์อนาคตครับ และ ผมเห็นด้วยว่ามันเป็นเรื่องที่ซีเรียสไม่ใช่เรื่องตลกขนาดนั้น จะให้ผมใช้เงินเปย์สาวแบบไร้หัวคิด ผมคงไม่ทำอะครับมันรู้สึกทำให้ตัวฉันดูโง่ไปหน่อยไหมอะคิดอะไรตื้นๆ เหมือนคนไม่มีสมอง

ยุคสมัยนี้คุณก็น่าจะเห็นว่า มีคนตกงานเท่าไหร่ ทำธุรกิจเจ๊งเท่าไหร่ ติดกับดักทางรายได้แค่ไหน ถ้าคิดได้น้อยก็เสี่ยงครับ ซึ่งผมไม่ขอเอาชีวิตไปเสี่ยงกับอะไรแบบนี้ครับ

ตรงนี้เลยทำให้ ผู้หญิงที่ผมจะเลือกได้ก็ต้องมีความสามารถระดับนึงเลย และ ต้องเกษียณได้ทำไม ผมมีเหตุผลที่เถียงยังไงก็ไม่ชนะอยู่ครับ คือ
ผมนึกถึงเด็กรุ่นใหม่ หรือ ลูกตัวเองในกรณีที่แต่งงานหรือมีลูก และ ไม่อยากให้ลูกต้องมาเจอสังคมแบบว่า

ก็ต้องเอาเงินมาหาเลี้ยงพ่อแม่ตัวเอง ไอ้ตัวผมหาเงินได้เกษียณได้วางแผนได้ไม่มีปัญหา แต่อย่าลืมว่า ฝั่งแม่ก็ต้องหาเงิน และ ทำได้เหมือนกันด้วย
แล้วผมอ่านข่าวนะครับเห็นอยู่สังคมปัจจุบันข่าวออกกันรุนแรงมาก "กับดักกตัญญูเพียบ"

ถ้าคุณเข้าใจจะเก็ทคำว่า "มีลูกเมื่อพร้อม มีแฟนเมื่อพร้อม และ แฟนก็ต้องมีความพร้อมด้วยนะ"

- ปัจจุบันผม Work from home ตั้งแต่ปี 2020 แล้วครับ ปัจจุบันก็แทบไม่ได้เข้าออฟฟิศเลย จนลืมสังคมออฟฟิศไปเลยการจะเจอผมได้ก็มีแค่
ฟิตเนสคอนโด ออกกำลังกายเทรนเอง คุมอาหารการกิน ทำอาหารกินเอง
สนามยิงธนู ฝึกจิต ฝึกสมาธิไม่ให้กลายเป็นพวกสมาธิสั้น
ร้านอาหารญี่ปุ่น
เดินช็อปปิ้งในห้าง สายช็อปมากกว่าเที่ยว
ร้านนั่งดื่มกินชิวที่ เน้นคนไม่เยอะ สบายตัวบรรยากาศดี เข้าสังคมได้คุยกับคนในร้านกินดื่มแลกเปลี่ยนความคิด ไม่ใช่เมาหัวทิ่มไม่สนใจอะไรแบบตลาดล่างหนะครับ ชอบคุยกับเด็กเสริฟร้าน ไม่ใช่สาวเชียร์เบียร์ ให้ทริปประจำเขาทำงานเหนื่อย บริการดีก็ให้ไปไม่เยอะหรอก

ก็บริการดีจริงเทเบียร์ เทไวน์ให้ตลอด

ดังนั้น สิ่งที่ผมอธิบายใครจะมองว่า อวด หรือ แอคก็แล้วแต่จะคิดวิเคราะห์เลย ผมไม่โกรธครับ แต่ผมยังไม่ได้เล่าทั้งหมดเลย หรือ ถ้าอยากจะอ่านจริงๆ ก็ไปย้อนอ่านได้ว่าผมก็เขียนแบบเดิม

แต่เพิ่มเติม ผมก็ยังไม่ได้หยุดพัฒนาตัวเองขนาดนั้นครับยังคงเป้าหมายเดิม หาบ้านในกรุงเทพอีกหลัง ลงทุน ทำธุรกิจและโปรเจคส่วนตัวให้สำเร็จเพื่อจะได้ลาออกจากงานหลักแบบสบายใจแล้วไปทำอย่างอื่น ยังคงวางแผนหาทางให้รายได้ 100-150K แบบง่ายๆ ผมถึงศึกษาลงทุนทางเลือก มากกว่าจะเน้นทำธุรกิจโดยตรงซึ่งการแข่งขันต่างกัน

สุดท้ายข้อที่ 6 สเปคที่ผมหาง่ายมากครับ ไม่ต้องอธิบายยืดยาวเลย ก็เท่ากับผมทำได้นั่นแหละ หรือ สังคมระดับเดียวกัน เพราะ ผมก็เอาแนวคิดมาจาก
"ศีลเสมอกัน ฐานะเท่ากัน ไม่แตกต่างกันเกินไป และ มีเหตุผลในฐานะมนุษย์ที่ก็ทำงานและผ่านโลกผ่านประสบการ์ณมา"

ถ้าให้อธิบายอีกนิดก็ คือ เอาสิ่งที่ผมทำได้ = มาตรฐานขั้นต่ำครับ

ผมไม่ชอบผู้หญิงที่อยู่สูงกว่าตัวเอง และ ไม่ชอบคนที่อยู่ต่ำกว่ามากๆ ผมชอบผู้หญิงที่ดูจะเข้าใจโลกที่ควรจะเป็นซึ่งมันก็หายาก

"ส่วนมากผมเจอแต่เด็กน้อย วาดฝันไว้สูงตามเทรน tiktok นั่นแหละ แต่ทำได้จริงไม่ค่อยได้ เรียกร้องงี่เง่า เอาแต่ใจ" คือ ถ้าฉลาดพอก็รู้แหละว่าไม่น่าคบหาด้วยสักนิดต่อให้หน้าตาดีแค่ไหน

จะให้หาสาวในออฟฟิศของผมก็หน้าตาดี มีโปรไฟล์นั่นแหละ แต่ว่างานแบบผมมันจะเจอคนยากกว่า แล้วผู้หญิงแบบนี้เขาไม่ค่อยโสดกันนะ จะไปจีบคนแต่งงานแล้วทำไมหละ

ก็เลยต้องโพสหาหลายทาง หลากหลายแบบครับ

ขอบคุณครับทุกท่านที่อ่านจนจบ คุณมีความอดทนที่ดีเลิศครับ เพราะ คนไทยอ่านหนังสือไม่ค่อยเยอะหรอกครับ ความอดทนต่อการอ่านเขาจะต่ำ นั่นแหละผมถึงเจตนาเขียนให้ยาว เพราะ ผมวัดระดับ EQ ของคนอ่านด้วยครับ ถ้าอ่านแค่นี้ทนยังไม่ไหว ชีวิตเขาจะมีคุณภาพได้ยังไงถ้า EQ ต่ำจริงไหมหละครับ?? ^^ นั่นแหละเทคนิคจิตวิทยา

ขอให้ผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจกันอย่างปลอดภัย พยายามระวังเรื่องการเงินเอาไว้นะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่