สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวพันทิปที่รักทุกท่านครับ วันนี้ผมขอมาเล่าเรื่องใกล้ตัวที่เชื่อว่าทุกคนต้องเจอมาบ้างแล้วแน่ๆ ครับ
ช่วงนี้ไม่ว่าจะเปิดข่าว หรือนั่งจิบกาแฟสบายๆ ก็มักจะได้ยินเรื่องมิจฉาชีพโทรมาหลอกกันไม่เว้นแต่ละวันเลยนะครับ บางทีก็มาในรูปแบบข้อความ SMS แอบอ้างนู่นนี่นั่น ชวนให้เราเคลิ้มตามไปง่ายๆ ครับ ผมเลยอยากชวนทุกคนมาติดเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ ด้วยวิธีง่ายๆ สไตล์อ่านสนุก ได้ประโยชน์สูงสุดกันดีกว่าครับ รับรองว่าอ่านจบแล้ว ใครโทรมาแปลกๆ ก็จะจับทางได้ทันที ไม่มีทางโดนหลอกแน่นอนครับ!
ลองนึกภาพตามนะครับ จู่ๆ คุณกำลังนอนดูซีรีส์เพลินๆ ก็มีสายเข้าเบอร์แปลกๆ ครับ พอรับปุ๊บ เสียงเข้มๆ จากปลายสายก็อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมสรรพากร บอกว่าคุณมีภาษีค้างชำระเป็นแสน ต้องรีบดำเนินการโอนเงินเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นจะโดนฟ้องครับ! หรือบางทีก็มาแนวรักโรแมนติก ส่งข้อความหวานหยดมา บอกว่าส่งของขวัญมาให้จากต่างประเทศ แล้วขอให้คุณโอนค่าธรรมเนียมก่อนครับ ฟังดูเหมือนตลกนะครับ แต่พอเราอยู่ในสถานการณ์จริงที่กำลังตกใจหรือดีใจมากๆ สติมันก็ชอบหลุดง่ายๆ เลยครับ นี่แหละคือจุดอ่อนที่พวกมิจฉาชีพมันจ้องจะเล่นงานเราครับ
เอาล่ะครับ มาดูกันว่าเราจะป้องกันตัวเองจากพวกมันได้ยังไงบ้างนะครับ
1. สงสัยไว้ก่อน เป็นดีที่สุดครับ
สิ่งแรกที่ต้องจำขึ้นใจคือ ไม่ว่าใครโทรมา หรือส่งข้อความมาหาเราแบบไม่คาดฝัน แล้วดูมีพิรุธหน่อยๆ ให้ตั้งสมมติฐานไว้เลยว่า "นี่อาจจะเป็นมิจฉาชีพครับ" ความสงสัยนี่แหละครับ คือเกราะป้องกันด่านแรกของเราเลย อย่าเพิ่งรีบร้อนเชื่อ อย่าเพิ่งรีบตอบตกลง หรือรีบทำตามที่พวกเขาสั่งเด็ดขาดครับ
2. ตรวจสอบให้แน่ชัด อย่าเชื่อข้อมูลจากมิจฉาชีพโดยตรงครับ
ถ้าสายที่เข้ามาอ้างว่าเป็นแบงก์ ตำรวจ กรมนู่นนี่นั่น ให้เราวางสายไปก่อนเลยครับ แล้วให้เราหาเบอร์โทรศัพท์ของหน่วยงานนั้นๆ ด้วยตัวเองจากเว็บไซต์ทางการ หรือเบอร์คอลเซ็นเตอร์ของหน่วยงานนั้นๆ โดยตรงครับ ห้ามใช้เบอร์ที่มิจฉาชีพให้มาเด็ดขาดนะครับ เพราะนั่นคือเบอร์ของพวกมันเองครับ! จำไว้ว่า เจ้าหน้าที่รัฐ หรือแบงก์จริงๆ เขาไม่มีนโยบายโทรมาสอบถามข้อมูลส่วนตัว หรือให้โอนเงินแบบเร่งด่วนทางโทรศัพท์นะครับ
3. ข้อมูลส่วนตัวคือสมบัติส่วนตัว ห้ามให้ใครเด็ดขาดครับ
ไม่ว่าจะเป็นเลขบัตรประชาชน เลขบัญชีธนาคาร รหัสผ่าน PIN OTP หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ที่สำคัญมากๆ ครับ ถ้ามีคนโทรมาขอข้อมูลเหล่านี้ อ้างว่าเพื่อยืนยันตัวตน หรืออ้างอะไรก็ตาม ให้สันนิษฐานไว้เลยว่า "นี่แหละมิจฉาชีพแน่นอนครับ" ธนาคาร หรือหน่วยงานราชการเขาไม่เคยขอข้อมูลละเอียดอ่อนเหล่านี้ทางโทรศัพท์อยู่แล้วครับ
4. อย่าโอนเงินเด็ดขาด ไม่ว่าสถานการณ์ไหนๆ ครับ
นี่คือข้อที่สำคัญที่สุดครับ! ถ้าปลายสายเริ่มมีการพูดถึงการโอนเงิน หรือให้กดลิงก์เพื่อโอนเงิน ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นค่าปรับ ค่าธรรมเนียม หรือเป็นเงินที่คุณถูกรางวัลครับ ให้กดวางสายไปทันทีเลยครับ นี่คือธงแดงที่ใหญ่ที่สุดที่จะบอกว่า "กำลังโดนหลอกแล้วนะ!" ครับ เงินในกระเป๋าเรามีค่า อย่าให้ใครเอาไปง่ายๆ นะครับ
5. บล็อกเบอร์ และรายงานให้เจ้าหน้าที่ทราบครับ
หลังจากวางสายจากมิจฉาชีพแล้ว สิ่งที่เราควรทำต่อไปคือ บล็อกเบอร์นั้นทิ้งไปเลยครับ จากนั้นก็แจ้งเรื่องไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจไซเบอร์ (1441) หรือธนาคารที่เราใช้บริการอยู่ครับ การรายงานจะช่วยให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อติดตามและป้องกันไม่ให้คนอื่นๆ ตกเป็นเหยื่อต่อไปครับ
เป็นไงบ้างครับเพื่อนๆ อ่านแล้วรู้สึกมีภูมิต้านทานเพิ่มขึ้นมาทันทีเลยใช่ไหมครับ การป้องกันมิจฉาชีพไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ แค่เรามีสติ ไม่ประมาท และรู้จักสงสัยไว้ก่อนครับ บางทีพวกมันก็มาในรูปแบบใหม่ๆ ที่เราคาดไม่ถึงนะครับ เพราะฉะนั้นเราต้องอัปเดตข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอครับ
จำไว้ว่า ไม่มีใครอยากให้เงินเราง่ายๆ หรอกครับ ถ้ามันฟังดูดีเกินจริง มันก็มักจะไม่จริงครับ! หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนไม่มากก็น้อยนะครับ ถ้าชอบก็ฝากกดไลค์ กดแชร์ เพื่อให้เพื่อนๆ คนอื่นได้อ่านกันด้วยนะครับ ปลอดภัยไว้ก่อนนะครับทุกท่าน แล้วเราจะรอดไปด้วยกันครับ!
รู้ทันมิจฯ รอดปลอดภัย! สารพัดวิธีป้องกันภัยไซเบอร์ทางโทรศัพท์และข้อความ (ฉบับไม่โลกสวย)
ช่วงนี้ไม่ว่าจะเปิดข่าว หรือนั่งจิบกาแฟสบายๆ ก็มักจะได้ยินเรื่องมิจฉาชีพโทรมาหลอกกันไม่เว้นแต่ละวันเลยนะครับ บางทีก็มาในรูปแบบข้อความ SMS แอบอ้างนู่นนี่นั่น ชวนให้เราเคลิ้มตามไปง่ายๆ ครับ ผมเลยอยากชวนทุกคนมาติดเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ ด้วยวิธีง่ายๆ สไตล์อ่านสนุก ได้ประโยชน์สูงสุดกันดีกว่าครับ รับรองว่าอ่านจบแล้ว ใครโทรมาแปลกๆ ก็จะจับทางได้ทันที ไม่มีทางโดนหลอกแน่นอนครับ!
ลองนึกภาพตามนะครับ จู่ๆ คุณกำลังนอนดูซีรีส์เพลินๆ ก็มีสายเข้าเบอร์แปลกๆ ครับ พอรับปุ๊บ เสียงเข้มๆ จากปลายสายก็อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมสรรพากร บอกว่าคุณมีภาษีค้างชำระเป็นแสน ต้องรีบดำเนินการโอนเงินเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นจะโดนฟ้องครับ! หรือบางทีก็มาแนวรักโรแมนติก ส่งข้อความหวานหยดมา บอกว่าส่งของขวัญมาให้จากต่างประเทศ แล้วขอให้คุณโอนค่าธรรมเนียมก่อนครับ ฟังดูเหมือนตลกนะครับ แต่พอเราอยู่ในสถานการณ์จริงที่กำลังตกใจหรือดีใจมากๆ สติมันก็ชอบหลุดง่ายๆ เลยครับ นี่แหละคือจุดอ่อนที่พวกมิจฉาชีพมันจ้องจะเล่นงานเราครับ
เอาล่ะครับ มาดูกันว่าเราจะป้องกันตัวเองจากพวกมันได้ยังไงบ้างนะครับ
1. สงสัยไว้ก่อน เป็นดีที่สุดครับ
สิ่งแรกที่ต้องจำขึ้นใจคือ ไม่ว่าใครโทรมา หรือส่งข้อความมาหาเราแบบไม่คาดฝัน แล้วดูมีพิรุธหน่อยๆ ให้ตั้งสมมติฐานไว้เลยว่า "นี่อาจจะเป็นมิจฉาชีพครับ" ความสงสัยนี่แหละครับ คือเกราะป้องกันด่านแรกของเราเลย อย่าเพิ่งรีบร้อนเชื่อ อย่าเพิ่งรีบตอบตกลง หรือรีบทำตามที่พวกเขาสั่งเด็ดขาดครับ
2. ตรวจสอบให้แน่ชัด อย่าเชื่อข้อมูลจากมิจฉาชีพโดยตรงครับ
ถ้าสายที่เข้ามาอ้างว่าเป็นแบงก์ ตำรวจ กรมนู่นนี่นั่น ให้เราวางสายไปก่อนเลยครับ แล้วให้เราหาเบอร์โทรศัพท์ของหน่วยงานนั้นๆ ด้วยตัวเองจากเว็บไซต์ทางการ หรือเบอร์คอลเซ็นเตอร์ของหน่วยงานนั้นๆ โดยตรงครับ ห้ามใช้เบอร์ที่มิจฉาชีพให้มาเด็ดขาดนะครับ เพราะนั่นคือเบอร์ของพวกมันเองครับ! จำไว้ว่า เจ้าหน้าที่รัฐ หรือแบงก์จริงๆ เขาไม่มีนโยบายโทรมาสอบถามข้อมูลส่วนตัว หรือให้โอนเงินแบบเร่งด่วนทางโทรศัพท์นะครับ
3. ข้อมูลส่วนตัวคือสมบัติส่วนตัว ห้ามให้ใครเด็ดขาดครับ
ไม่ว่าจะเป็นเลขบัตรประชาชน เลขบัญชีธนาคาร รหัสผ่าน PIN OTP หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ที่สำคัญมากๆ ครับ ถ้ามีคนโทรมาขอข้อมูลเหล่านี้ อ้างว่าเพื่อยืนยันตัวตน หรืออ้างอะไรก็ตาม ให้สันนิษฐานไว้เลยว่า "นี่แหละมิจฉาชีพแน่นอนครับ" ธนาคาร หรือหน่วยงานราชการเขาไม่เคยขอข้อมูลละเอียดอ่อนเหล่านี้ทางโทรศัพท์อยู่แล้วครับ
4. อย่าโอนเงินเด็ดขาด ไม่ว่าสถานการณ์ไหนๆ ครับ
นี่คือข้อที่สำคัญที่สุดครับ! ถ้าปลายสายเริ่มมีการพูดถึงการโอนเงิน หรือให้กดลิงก์เพื่อโอนเงิน ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นค่าปรับ ค่าธรรมเนียม หรือเป็นเงินที่คุณถูกรางวัลครับ ให้กดวางสายไปทันทีเลยครับ นี่คือธงแดงที่ใหญ่ที่สุดที่จะบอกว่า "กำลังโดนหลอกแล้วนะ!" ครับ เงินในกระเป๋าเรามีค่า อย่าให้ใครเอาไปง่ายๆ นะครับ
5. บล็อกเบอร์ และรายงานให้เจ้าหน้าที่ทราบครับ
หลังจากวางสายจากมิจฉาชีพแล้ว สิ่งที่เราควรทำต่อไปคือ บล็อกเบอร์นั้นทิ้งไปเลยครับ จากนั้นก็แจ้งเรื่องไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจไซเบอร์ (1441) หรือธนาคารที่เราใช้บริการอยู่ครับ การรายงานจะช่วยให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อติดตามและป้องกันไม่ให้คนอื่นๆ ตกเป็นเหยื่อต่อไปครับ
เป็นไงบ้างครับเพื่อนๆ อ่านแล้วรู้สึกมีภูมิต้านทานเพิ่มขึ้นมาทันทีเลยใช่ไหมครับ การป้องกันมิจฉาชีพไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ แค่เรามีสติ ไม่ประมาท และรู้จักสงสัยไว้ก่อนครับ บางทีพวกมันก็มาในรูปแบบใหม่ๆ ที่เราคาดไม่ถึงนะครับ เพราะฉะนั้นเราต้องอัปเดตข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอครับ
จำไว้ว่า ไม่มีใครอยากให้เงินเราง่ายๆ หรอกครับ ถ้ามันฟังดูดีเกินจริง มันก็มักจะไม่จริงครับ! หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนไม่มากก็น้อยนะครับ ถ้าชอบก็ฝากกดไลค์ กดแชร์ เพื่อให้เพื่อนๆ คนอื่นได้อ่านกันด้วยนะครับ ปลอดภัยไว้ก่อนนะครับทุกท่าน แล้วเราจะรอดไปด้วยกันครับ!