พ่อเราถูกยึดที่จากนโยบายทวงคืนผืนป่า
แต่ภายหลังจากยึดแล้ว ยังมีกลุ่มคนครอบครัวหนึ่งเข้าไปทำกินอยู่
เราได้เข้าไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ ว่าทำไมยังทำกินได้
เจ้าหน้าที่บอกว่าจะดำเนินการให้
หลังจากนั้นก็พบแค่เพียง แผ่นป้ายไวนิลประกาศว่าบริเวณนี้เป็นพื้นที่ตรวจยึด ติดอยู่เท่านั้น
โดยคนกลุ่มนั้นก็อ้างว่าตัวเองเป็นชาวบ้าน มีสิทธิทำกินได้
และไม่ว่าเราจะร้องเรียนไปที่ไหน ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ
ชาวบ้านกลุ่มนั้นก็ยังคงทำกินอยู่เหมือนเดิม
และทยอยแบ่งขายที่เหล่านั้นออกไปทีละแปลงๆ
ในขณะที่ดิฉันยังมีที่ดินเหลืออยู่อีกแปลงในบริเวณใกล้กัน
และเป็นบริเวณที่มีการสำรวจที่ดินทำกินตามโครงการของป่าไม้แล้ว
แต่ไม่ว่าจะเข้าไปทำอะไร ก็จะถูกคนกลุ่มนั้น เข้าไปโวยวาย
ด่าทอข่มขู่คนงาน จนไม่มีใครอยากเข้ามาทำงานให้
รวมทั้งร้องเรียนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ให้ออกมาตรวจสอบ อยู่ตลอดเวลา
ขณะเดียวกันในที่แปลงติดกัน ชาวบ้านก็ยังลักลอบกานไม้ เผาป่าเพื่อขยายที่ดินทำกินออกไปยังบริเวณโดยรอบทุกทิศทาง
แม้จะมีการแจ้งเบาะแสไป และมีหลักฐานชัดเจนว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำ และครอบครองอยู่
แต่ก็ยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านั้น
ผ่านมา 8 ปีแล้วนับจากวันตรวจยึด
รู้สึกสิ้นหวัง กับระบบราชการบ้านเราจริงๆ
หัวหน้าหน่วยแต่ละคน เข้ามาอยู่ 6 เดือน ปีนึงก็ย้ายไปที่อื่น
เข้ามาใหม่ก็บอกว่าขอเวลา 3 เดือน 5 เดือน เพราะยังไม่รู้เรื่อง
ตั้งแต่ยึดมาเปลี่ยนไปราวๆ 5-6 คนได้แล้ว จนจำหน้าจำชื่อแทบไม่ได้
ผอ.ฝ่าย อยู่จนย้ายไป ไม่รู้กี่คน
หาคนรับผิดชอบไม่ได้
เรื่องมันยาว รายละเอียดมันเยอะ
เล่าไม่เก่ง รู้แต่ว่าเจ็บใจ
เห็นที่ตัวเองถูกปล้นโดยเจ้าหน้าที่ไปให้คนอื่นหน้าตาเฉย
ได้คุยกับหลายคน ที่โดนยึด....ก็เป็นลักษณะเดียวกัน
ยิ่งปลูกยางพารา หรือปาล์มน้ำมันเอาไว้นี่ หวานเจี๊ยบ
อยากทวงถามถึงความเป็นธรรมว่าอยู่ที่ไหน
ที่ดินพ่อเราซื้อหามาด้วยเงินสุจริตแท้ๆ
รัฐมายึดคืนไปก็เสียใจ เจ็บใจมากพอแล้ว
(ทั้งที่มีข้อกฏหมายให้สามารถขออนุญาตทำกินได้ แต่ทำไมไม่ให้ทำ)
ยึดคืนไปแล้วปล่อยให้คนอื่นเข้ามาครอบครองต่อหน้าตาเฉย ไม่ทำอะไร
อ้างแต่ว่าไม่สามารถมาตรวจสอบได้
หรือมาถึงก็บอกว่าไม่รู้ว่ามันที่ปลูกไว้เป็นของใคร ทั้งๆ ที่สามารถตรวจสอบได้
(ส่วนนี้เรามีหลักฐานจากทางราชการเลยล่ะ)
แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังเฉย
แถมบางคนยังต่อว่าเราอีกด้วยว่า ใช้เจ้าหน้าที่เป็นเครื่องมือ
ใครกันแน่ที่ใช้เจ้าหน้าที่/ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ
มหากาพย์ทวงคืนผืนป่า ทวงป่าไปปลูกมัน ทวงไปให้ใคร
แต่ภายหลังจากยึดแล้ว ยังมีกลุ่มคนครอบครัวหนึ่งเข้าไปทำกินอยู่
เราได้เข้าไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ ว่าทำไมยังทำกินได้
เจ้าหน้าที่บอกว่าจะดำเนินการให้
หลังจากนั้นก็พบแค่เพียง แผ่นป้ายไวนิลประกาศว่าบริเวณนี้เป็นพื้นที่ตรวจยึด ติดอยู่เท่านั้น
โดยคนกลุ่มนั้นก็อ้างว่าตัวเองเป็นชาวบ้าน มีสิทธิทำกินได้
และไม่ว่าเราจะร้องเรียนไปที่ไหน ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ
ชาวบ้านกลุ่มนั้นก็ยังคงทำกินอยู่เหมือนเดิม
และทยอยแบ่งขายที่เหล่านั้นออกไปทีละแปลงๆ
ในขณะที่ดิฉันยังมีที่ดินเหลืออยู่อีกแปลงในบริเวณใกล้กัน
และเป็นบริเวณที่มีการสำรวจที่ดินทำกินตามโครงการของป่าไม้แล้ว
แต่ไม่ว่าจะเข้าไปทำอะไร ก็จะถูกคนกลุ่มนั้น เข้าไปโวยวาย
ด่าทอข่มขู่คนงาน จนไม่มีใครอยากเข้ามาทำงานให้
รวมทั้งร้องเรียนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ให้ออกมาตรวจสอบ อยู่ตลอดเวลา
ขณะเดียวกันในที่แปลงติดกัน ชาวบ้านก็ยังลักลอบกานไม้ เผาป่าเพื่อขยายที่ดินทำกินออกไปยังบริเวณโดยรอบทุกทิศทาง
แม้จะมีการแจ้งเบาะแสไป และมีหลักฐานชัดเจนว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำ และครอบครองอยู่
แต่ก็ยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านั้น
ผ่านมา 8 ปีแล้วนับจากวันตรวจยึด
รู้สึกสิ้นหวัง กับระบบราชการบ้านเราจริงๆ
หัวหน้าหน่วยแต่ละคน เข้ามาอยู่ 6 เดือน ปีนึงก็ย้ายไปที่อื่น
เข้ามาใหม่ก็บอกว่าขอเวลา 3 เดือน 5 เดือน เพราะยังไม่รู้เรื่อง
ตั้งแต่ยึดมาเปลี่ยนไปราวๆ 5-6 คนได้แล้ว จนจำหน้าจำชื่อแทบไม่ได้
ผอ.ฝ่าย อยู่จนย้ายไป ไม่รู้กี่คน
หาคนรับผิดชอบไม่ได้
เรื่องมันยาว รายละเอียดมันเยอะ
เล่าไม่เก่ง รู้แต่ว่าเจ็บใจ
เห็นที่ตัวเองถูกปล้นโดยเจ้าหน้าที่ไปให้คนอื่นหน้าตาเฉย
ได้คุยกับหลายคน ที่โดนยึด....ก็เป็นลักษณะเดียวกัน
ยิ่งปลูกยางพารา หรือปาล์มน้ำมันเอาไว้นี่ หวานเจี๊ยบ
อยากทวงถามถึงความเป็นธรรมว่าอยู่ที่ไหน
ที่ดินพ่อเราซื้อหามาด้วยเงินสุจริตแท้ๆ
รัฐมายึดคืนไปก็เสียใจ เจ็บใจมากพอแล้ว
(ทั้งที่มีข้อกฏหมายให้สามารถขออนุญาตทำกินได้ แต่ทำไมไม่ให้ทำ)
ยึดคืนไปแล้วปล่อยให้คนอื่นเข้ามาครอบครองต่อหน้าตาเฉย ไม่ทำอะไร
อ้างแต่ว่าไม่สามารถมาตรวจสอบได้
หรือมาถึงก็บอกว่าไม่รู้ว่ามันที่ปลูกไว้เป็นของใคร ทั้งๆ ที่สามารถตรวจสอบได้
(ส่วนนี้เรามีหลักฐานจากทางราชการเลยล่ะ)
แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังเฉย
แถมบางคนยังต่อว่าเราอีกด้วยว่า ใช้เจ้าหน้าที่เป็นเครื่องมือ
ใครกันแน่ที่ใช้เจ้าหน้าที่/ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ