
แนวคิด Many-Worlds Interpretation (MWI) หรือการตีความแบบหลายโลก
คือทฤษฎีในกลศาสตร์ควอนตัมที่ระบุว่า ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ให้เลือกความเป็นไปได้
ผลลัพธ์ทั้งหมดจะเกิดขึ้นจริง โดยจักรวาลจะแตกออกเป็นหลายมิติ (Multiverse)
เพื่อให้ทุกทางเลือกดำเนินไปในเส้นทางของตัวเอง
ทำความเข้าใจทฤษฎี Many-Worlds
กลศาสตร์ควอนตัมอธิบายพฤติกรรมของอนุภาคเล็กๆ ว่าไม่ได้มีสถานะเดียวจนกว่าจะถูกสังเกต
ยกตัวอย่างเช่น ในการทดลองโยนเหรียญ เหรียญจะมีสถานะเป็นทั้งหัวและก้อยพร้อมๆ กัน
(สถานะนี้เรียกว่า Superposition) จนกว่าเราจะเปิดมือดู ผลลัพธ์จึงจะเหลือเพียงอย่างเดียว
นักฟิสิกส์ ฮิวจ์ เอเวอเร็ตต์ (Hugh Everett) ผู้เสนอแนวคิดนี้ในปี 1957 อธิบายว่า
เหตุการณ์ที่เหรียญออกหัวและก้อยเกิดขึ้นจริงทั้งคู่ แต่เกิดขึ้นในจักรวาลที่แยกออกจากกัน:
จักรวาลที่ 1: เมื่อคุณเปิดมือดู เหรียญออกหัว
จักรวาลที่ 2: ในเวลาเดียวกัน มีคุณอีกคนหนึ่งในอีกจักรวาลเปิดมือดูแล้วพบว่าเหรียญออกก้อย
ฟังก์ชันคลื่น (Wave function) คือสมการทางคณิตศาสตร์ที่บอกความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ต่างๆ ทฤษฎีนี้เชื่อว่าฟังก์ชันคลื่นเป็นของจริง ไม่ได้ยุบตัวลงเหลือทางเลือกเดียวตามความเข้าใจดั้งเดิม การสังเกตการณ์ของเราไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์อื่นหายไป แต่เป็นการแยกตัวของผู้สังเกตการณ์ออกไปรับรู้ผลลัพธ์นั้นๆ ในจักรวาลคู่ขนานต่างหาก
เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น ลองจินตนาการถึงทางแยก คุณอาจตัดสินใจเดินไปทางซ้ายหรือขวา
ทฤษฎีนี้อธิบายว่า จักรวาลของเราแตกออกเป็นสองเส้นทางทันที ในจักรวาลหนึ่งคุณเลือกเดินซ้าย
ส่วนอีกจักรวาลหนึ่งคุณเลือกเดินไปทางขวา
แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องแต่งในนิยายวิทยาศาสตร์
แต่มันเป็นหนึ่งในคำอธิบายเชิงทฤษฎีที่นักฟิสิกส์ใช้ถกเถียงกันอย่างจริงจังในปัจจุบัน
อ่านต่อ:
อนาคตถูกกำหนดไว้แล้ว vs เราเลือกอนาคตได้
กับ Many-Worlds Interpretation
ในกลศาสตร์ควอนตัม
https://m.pantip.com/topic/44163068
ทฤษฏี Many-Worlds Interpretation (MWI) หรือการตีความแบบหลายโลก คือทฤษฎีในกลศาสตร์ควอนตัม
แนวคิด Many-Worlds Interpretation (MWI) หรือการตีความแบบหลายโลก
คือทฤษฎีในกลศาสตร์ควอนตัมที่ระบุว่า ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ให้เลือกความเป็นไปได้
ผลลัพธ์ทั้งหมดจะเกิดขึ้นจริง โดยจักรวาลจะแตกออกเป็นหลายมิติ (Multiverse)
เพื่อให้ทุกทางเลือกดำเนินไปในเส้นทางของตัวเอง
ทำความเข้าใจทฤษฎี Many-Worlds
กลศาสตร์ควอนตัมอธิบายพฤติกรรมของอนุภาคเล็กๆ ว่าไม่ได้มีสถานะเดียวจนกว่าจะถูกสังเกต
ยกตัวอย่างเช่น ในการทดลองโยนเหรียญ เหรียญจะมีสถานะเป็นทั้งหัวและก้อยพร้อมๆ กัน
(สถานะนี้เรียกว่า Superposition) จนกว่าเราจะเปิดมือดู ผลลัพธ์จึงจะเหลือเพียงอย่างเดียว
นักฟิสิกส์ ฮิวจ์ เอเวอเร็ตต์ (Hugh Everett) ผู้เสนอแนวคิดนี้ในปี 1957 อธิบายว่า
เหตุการณ์ที่เหรียญออกหัวและก้อยเกิดขึ้นจริงทั้งคู่ แต่เกิดขึ้นในจักรวาลที่แยกออกจากกัน:
จักรวาลที่ 1: เมื่อคุณเปิดมือดู เหรียญออกหัว
จักรวาลที่ 2: ในเวลาเดียวกัน มีคุณอีกคนหนึ่งในอีกจักรวาลเปิดมือดูแล้วพบว่าเหรียญออกก้อย
ฟังก์ชันคลื่น (Wave function) คือสมการทางคณิตศาสตร์ที่บอกความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ต่างๆ ทฤษฎีนี้เชื่อว่าฟังก์ชันคลื่นเป็นของจริง ไม่ได้ยุบตัวลงเหลือทางเลือกเดียวตามความเข้าใจดั้งเดิม การสังเกตการณ์ของเราไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์อื่นหายไป แต่เป็นการแยกตัวของผู้สังเกตการณ์ออกไปรับรู้ผลลัพธ์นั้นๆ ในจักรวาลคู่ขนานต่างหาก
เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น ลองจินตนาการถึงทางแยก คุณอาจตัดสินใจเดินไปทางซ้ายหรือขวา
ทฤษฎีนี้อธิบายว่า จักรวาลของเราแตกออกเป็นสองเส้นทางทันที ในจักรวาลหนึ่งคุณเลือกเดินซ้าย
ส่วนอีกจักรวาลหนึ่งคุณเลือกเดินไปทางขวา
แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องแต่งในนิยายวิทยาศาสตร์
แต่มันเป็นหนึ่งในคำอธิบายเชิงทฤษฎีที่นักฟิสิกส์ใช้ถกเถียงกันอย่างจริงจังในปัจจุบัน
อ่านต่อ:
อนาคตถูกกำหนดไว้แล้ว vs เราเลือกอนาคตได้
กับ Many-Worlds Interpretation
ในกลศาสตร์ควอนตัม
https://m.pantip.com/topic/44163068