13 กรกฏาคม. July. ช่วบอลโลก บอลยูโร. จะตรงกับวันชาติฝรังเศษษ ( ส) วันที่ ที่โดนปล้นแผ่นดินฝังตะวันออก ลาว กัมพูชา จำๆ

เรา ต้องเอาคืน. ...ๆๆๆ

แต่ วันนี้ กองทัพเรือ




ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในการจัดงานรำลึกวิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ครบรอบปีที่ 133

     วันนี้ (13 กรกฎาคม 2569) เวลา 09.00 น. พลเรือเอก ไพโรจน์  เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในการจัดงานวันรำลึกวิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ประจำปี 2569 ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี นางอารียา  เฟื่องจันทร์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ ผู้แทนหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ตลอดจน ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ทหารผ่านศึกในส่วนของกองทัพเรือ และลูกเสือสมุทร  เข้าร่วม ในพิธีฯ ประกอบด้วยพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พิธีสดุดีวีรชนในเหตุการณ์ ร.ศ.112 พิธีสงฆ์ การจัดแสดงนิทรรศการเพื่อน้อมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงนำพาประเทศไทยให้เป็นเอกราช และวีรกรรมอันหาญกล้าของวีรชนในเหตุการณ์ ร.ศ.112  

     เมื่อรัตนโกสินทร์ศก 112 หรือ ร.ศ.112 ซึ่งตรงกับปีพุทธศักราช 2436 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยในยุคนั้นชาติตะวันตกได้เข้ามามีอิทธิพลสำคัญทางแถบเอเชีย ด้วยวัตถุประสงค์แสวงหาอาณานิคมจากประเทศต่าง ๆ เช่น ญวน เขมร ลาว ซึ่งเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ส่วนพม่าและมลายูตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ

     สยาม (ประเทศไทย) ถูกชาติมหาอำนาจฝรั่งเศสเข้ารุกราน ในวันที่ 13 กรกฎาคม พุทธศักราช 2436 โดยเรือรบฝรั่งเศส 2 ลำ คือ เรือสลุปแองคองสตังค์ และเรือปืนโกแมต ได้รุกล้ำสันดอนปากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามา และได้เกิดการปะทะกับฝ่ายไทย ทั้งหมู่ปืนที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า และเรือรบไทยที่จอดอยู่เหนือป้อมพระจุลจอมเกล้า จำนวน 9 ลำ ผลปรากฏว่า เรือรบฝรั่งเศส สามารถตีฝ่าแนวป้องกันที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาได้จนถึงกรุงเทพฯ ส่วนฝ่ายไทยเรือได้รับความเสียหายจากกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายตรงข้าม จำนวน 4 ลำ




     ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ไทยกับฝรั่งเศสได้ยุติการสู้รบกรณีพิพาท เรื่องเขตแดนทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ไทยเสียดินแดนบางส่วนเพื่อดำรงไว้ซึ่งเอกราชของไทย อันได้แก่ สปป.ลาว ปัจจุบัน ในพื้นที่เมืองหลวงพระบาง เมืองเวียงจันทน์ และอาณาเขตนครจำปาศักดิ์ตะวันออก และเกาะแก่งต่าง ๆ บริเวณริมแม่น้ำโขง คิดเป็นพื้นที่ 143,000 ตารางกิโลเมตร

     จากเหตุการณ์ ร.ศ.112 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีวิสัยทัศน์พัฒนาการทหารเรือไทย วางรากฐานไว้ป้องกันภัยด้านทะเล ทรงส่งพระเจ้าลูกยาเธอหลายพระองค์ออกไปศึกษาวิชาการด้านการปกครอง การทหารบก การทหารเรือและอื่น ๆ ในทวีปยุโรป รวมทั้งทำการฝึกนายทหารเรือไทย เพื่อปฏิบัติงานแทนชาวต่างชาติตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทำให้กองทัพเรือ มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศตราบจนปัจจุบัน

     ในส่วนของ ป้อมพระจุลจอมเกล้า หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “ป้อมพระจุลฯ” เป็นป้อมปราการทางน้ำ ตั้งอยู่ที่ ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ สร้างขึ้นเมื่อใด ไม่พบหลักฐานแน่ชัด แต่คาดว่าสร้างขึ้นในราวเดือน มีนาคม พ.ศ.2427 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อป้องกันการรุกรานจากอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งเป็นชัยภูมิที่เหมาะสม หากมีเรือรบของข้าศึกบุกเข้ามาทางปากน้ำ ป้อมแห่งนี้สร้างเป็นป้อมปืนใหญ่แบบตะวันตก และได้ติดตั้งปืนใหญ่อาร์มสตรอง 152/32 มม. (6 นิ้ว) จำนวน 7 กระบอก เป็นอาวุธหลักของป้อม ทำให้ป้อมนี้เป็นป้อมปราการของสยามที่ทันสมัยมากที่สุดในเวลานั้น  ป้อมพระจุลจอมเกล้า นอกจากจะเป็นป้อมที่พระองค์ทรงดำริให้สร้างขึ้นแล้ว พระองค์ยังได้ทรงมาทดลองยิงปืนเสือหมอบด้วยพระองค์เอง ในวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2436 อีกทั้งยังใช้ยิงต่อสู้กับเรือรบฝรั่งเศส ในวิกฤติการณ์ ร.ศ. 112 โดยมี พลเรือตรี พระยาชลยุทธโยธินทร์ เป็นผู้อำนวยการป้องกันปากแม่น้ำเจ้าพระยา

     ปัจจุบัน ป้อมพระจุลจอมเกล้าขึ้นตรงกับฐานทัพเรือกรุงเทพ และได้ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อ พ.ศ.2536 เพื่อเป็นราชานุสรณ์และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่เปรียบมิได้ และกองทัพเรือ ได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์เปิดให้ประชาชนเข้าชมด้วย ป้อมพระจุลจอมเกล้าจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสมุทรปราการ




#กองทัพเรือ
#ป้อมพระจุลจอมเกล้า
#รศ112





แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่