อ่านหนังสือต่อชีวิต! ผลวิจัยเผยอ่านหนังสือวันละ 30 นาที ช่วยยืดอายุได้มากถึง 2 ปี
เคยได้ยินวลีที่ว่า “การอ่านหนังสือคือการเปิดประตูไปสู่โลกใบใหม่” กันไหม?
.
วลียอดฮิตที่หลายคนคงเคยได้ยินผ่านหู แต่รู้หรือไม่ว่าการอ่านหนังสือไม่ใช่แค่เพียงให้ความรู้ แต่มันคือ ‘ยาวิเศษ' ที่ช่วยยืดอายุและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เราได้
.
ดร.แคธลีน จอร์แดน (Kathleen Jordan) ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุขัยแห่ง Midi Health กล่าวว่า การอ่านไม่ใช่แค่กิจกรรมยามว่าง แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังต่อสุขภาพสมอง ช่วยลดความเครียด และสร้างความยืดหยุ่นให้จิตใจได้
.
โดยเธอยังเน้นย้ำต่อว่าการอ่านหนังสือแบบเล่มส่งผลดีต่อสมองมากกว่านิตยสาร เพราะการอ่านหนังสือต้องใช้สมาธิและการจดจ่อที่ลึกซึ้ง รวมถึงการมีส่วนร่วมทางความคิด ซึ่งต่างจากการอ่านบทความสั้นๆ บนโซเชียลมีเดีย
.
นอกจากนี้งานวิจัยของมหาวิทยาลัยเยล ในปี 2016 ที่ได้ติดตามกลุ่มตัวอย่างวัยผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป จำนวน 3,635 คน เป็นเวลา 12 ปี ยังพบว่าคนที่อ่านหนังสือวันละ 30 นาที มีอายุขัยยืนยาวกว่าคนที่ไม่ได้อ่านถึง 23 เดือน หรือเกือบ 2 ปีเลยทีเดียว
.
ไม่เพียงเท่านั้น ในด้านการป้องกันโรคทางสมอง งานวิจัยจากวารสาร Neurology ยังยืนยันว่าผู้สูงอายุที่ทำกิจกรรมกระตุ้นสมองอย่างสม่ำเสมอ เช่น อ่านหนังสือ, เขียนจดหมาย หรือเล่นเกม ยังมีแนวโน้มที่จะเริ่มมีภาวะสมองเสื่อมจากโรคอัลไซเมอร์ช้ากว่าคนทั่วไปถึง 5 ปี เนื่องจากการอ่านช่วยสร้างทุนสำรองทางปัญญา เปรียบเสมือนเกราะป้องกันสมองจากการเสื่อมถอยตามวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.
ในระยะสั้น นอกจากการอ่านหนังสือจะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยเยียวยาอารมณ์และเสริมสร้างสุขภาวะทางใจได้ดีเยี่ยมแล้ว การอ่านหนังสือยังส่งผลดีอีกมากมาย ดังต่อไปนี้
.
1 - เสริมสร้างความเห็นอกเห็นใจ (Empathy): จากงานวิจัยเกี่ยวกับการอ่านนวนิยายและความเห็นอกเห็นใจในปี 2013 พบว่า การจดจ่ออยู่กับชีวิตของตัวละครในนวนิยาย ช่วยขยายความตระหนักรู้ทางอารมณ์ ทำให้เราเข้าใจผู้อื่นและนำมาปรับใช้ในชีวิตจริงได้มากขึ้น
.
2 - ลดภาวะซึมเศร้าและความโดดเดี่ยว: งานวิจัยเกี่ยวกับกิจกรรมยามว่างที่กระตุ้นสมองที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Frontiers ในปี 2023 พบว่าการอ่านช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าได้ดี โดยเฉพาะเมื่อเป็นการอ่านที่เชื่อมโยงกับสังคม เช่น การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในชมรมหนังสือหรือห้องสมุด
.
3 - ทำหน้าที่เป็น Digital Detox: การอ่านหนังสือโดยเฉพาะแบบเล่มช่วยให้เราวางมือถือลง ลดการไถฟีดเพื่อเสพข่าวเชิงลบก่อนนอน ช่วยให้จิตใจสงบและเพิ่มความภาคภูมิใจในตัวเองเมื่ออ่านจบเล่ม
.
สำหรับใครที่กังวลว่าการสร้างนิสัยรักการอ่านเป็นเรื่องยากเกินไป ดร.โจนาธาน กราฟ-แรดฟอร์ด (Jonathan Graff-Radford) อายุรแพทย์ระบบประสาทพฤติกรรม ได้ให้คำแนะนำไว้ว่า สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่การอ่านวรรณกรรมชั้นสูง แต่อยู่ที่การเลือกอ่านสิ่งที่ชอบจริงๆ โดยยึดหลักแนวทางง่ายๆ 3 ข้อ
.
1 - ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ที่ทำได้จริง: การเริ่มจากเป้าหมายที่ง่ายที่สุด เช่น อ่านเพียง 5-10 นาทีต่อวัน หรืออ่านก่อนเข้านอนวันละ 5 หน้า จะสร้างความผ่อนคลายและวินัยที่ทำได้ต่อเนื่องอย่างไม่กดดันตัวเองจนเกินไป
.
2 - พกหนังสือติดตัวเสมอ: การพกหนังสือติดตัวทำให้เราสามารถใช้ช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างรอคิว ขณะเดินทาง หรือช่วงพักเที่ยงให้เป็นประโยชน์ เพื่อเปลี่ยนเวลาว่างให้กลายเป็นการสะสมนิสัยที่ดี (Habit-stacking)
.
3 - เลือกอ่านในสิ่งที่ชอบ: ไม่จำเป็นต้องฝืนอ่านวรรณกรรมยากๆ หรือนวนิยายแฟนตาซีตามกระแส แต่ให้เลือกหนังสือเล่มที่ชอบและสนใจจริงๆ เพราะความสุขระหว่างอ่านหนังสือคือสิ่งสำคัญที่สุด
.
สุดท้ายนี้ การอ่านไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมยามว่าง แต่คือการลงทุนระยะยาวเพื่อสมองที่แข็งแรงและชีวิตที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอ และยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มตั้งแต่วันนี้เพื่อตัวคุณเองในอนาคต
.
ที่มา : BrandThink
อ่านหนังสือต่อชีวิต! ผลวิจัยเผยอ่านหนังสือวันละ 30 นาที ช่วยยืดอายุได้มากถึง 2 ปี