JJNY : พรรคปชน.เสียใจไฟไหม้โรงเบียร์│เท่าพิภพ จี้รมต.ล็อกคิวตอบกระทู้│ซัด สภาถึงจุดต่ำสุด│คลื่นความร้อนทำคนอังกฤษดับ

พรรคประชาชน เสียใจไฟไหม้โรงเบียร์ เรียกร้องรัฐเร่งสอบ เข้มงวดมาตรฐานความปลอดภัยสถานประกอบการ https://www.matichon.co.th/politics/news_5803031
.

.
พรรคประชาชน เสียใจไฟไหม้โรงเบียร์ เรียกร้องรัฐเร่งสอบ เข้มงวดมาตรฐานความปลอดภัยสถานประกอบการ
 .
จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้ภายโรงเบียร์ ย่านลาดพร้าว ใกล้เคียงซอยลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร เมื่อเวลา 23.57 น. วันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยล่าสุด มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 27 ราย บาดเจ็บนำตัวส่งโรงพยาบาลอีก 63 คน ผู้เสียชีวิต 27 ราย แบ่งเป็นเพศชาย 9 ราย และเพศหญิง 18 ราย
.
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พรรคประชาชน – People’s Party โพสต์ข้อความระบุว่า
.
พรรคประชาชนขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์บริเวณซอยลาดพร้าว 1 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ที่เกิดขึ้นคืนวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก พรรคประชาชนขอส่งกำลังใจให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสีย รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทุกท่าน
.
เหตุการณ์อัคคีภัยในสถานประกอบการเช่นนี้เคยเกิดขึ้นหลายครั้งในประเทศไทย สะท้อนถึงความหละหลวมในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อกำกับควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยของสถานประกอบการ
.
พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ดำเนินการตรวจสอบสาเหตุของเหตุการณ์อย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และเร่งด่วน พร้อมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการกวดขันและติดตามการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาคารและระบบป้องกันอัคคีภัยในสถานประกอบการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อกำกับให้ผู้ประกอบการตระหนักและเร่งปรับปรุงมาตรฐานการป้องกันเหตุฉุกเฉิน ทั้งด้านโครงสร้างอาคารและระบบป้องกันภัย ให้มีความพร้อมและมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเช่นนี้อีก
.
https://www.facebook.com/PPLEThai/posts/pfbid0in5ezaR5r5XoqTKDP6DezwEBCqhaD3aPNKbTNR4xjGnx2TFs6zhxyHSFaVzCpcnfl
.

.
เท่าพิภพ จี้ รมต. ล็อกคิวตอบกระทู้ ลั่นส่งคำถามล่วงหน้า แต่ก็ไม่มาตอบ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5803218
.
เท่าพิภพ เสียดายกระทู้ตัวเองแห้วคิว วอนรัฐมนตรีล็อกคิวตอบกระทู้ ลั่น แม้ส่งคำถามให้ล่วงหน้าแต่ก็ไม่มาตอบ
.
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 13 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงบรรยากาศจับสลากตั้งกระทู้ถามของสภาผู้แทนราษฎรว่า ฝ่ายเลขาสภาผู้แทนราษฎรมีกติกาในการยื่นกระทู้ หากใครมาพร้อมกันก่อนเวลา 09.00 น. ก็จะเป็นการลงทะเบียนและจับสลาก ซึ่งตนได้เตรียมยื่นกระทู้ถามทั่วไปเรื่องทางเดินริมน้ำเจ้าพระยาบริเวณมัสยิดบางอ้อ
.
นายเท่าพิภพ กล่าวต่อว่า ส่วนกะทู้ถามแยกเฉพาะ ตนจะถามเรื่องการใช้ประโยชน์ของที่สาธารณะ อย่างการรถไฟให้ท้องถิ่นได้จัดการ เมื่อได้คิวก็จะใส่สลากในกล่อง จากนั้นก็จับคิวเวลา 09.00 น. ซึ่งกำลังถามทั่วไปจะถามสัปดาห์ละ 3 กระทู้ โดยประเมินว่าหากเลยลำดับคิวที่ 60 ขึ้นไปก็เป็นเรื่องยากที่จะได้ตั้งกระทู้ถามในสภา เช่นในสมัยก่อนใครมาก่อนได้ลำดับคิวก่อนในการถาม แต่สภารู้สึกจัดการยาก เพราะบางคนมารอตั้งแต่เที่ยงคืนก่อนการจับ แต่ว่าจับสลากในช่วงช่วงเวลา 08.00 น. เปรียบเสมือน ซื้อบัตรคอนเสิร์ตและเพื่อความยุติธรรมจึงเปิดเวลา ลงทะเบียนจับฉลาก ตั้งแต่ 07.00 น.
.
นายเท่าพิภพ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม บรรยากาศวันนี้เป็นไปอย่างคึกคักซึ่งมี ส.ส. และผู้ช่วย ส.ส. มาจับกระทู้โดยคิวแรกเป็นผู้ช่วยของ น.ส.ณัฐยา บุญภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ส่วนกะทู้ถามของตนหมดลุ้นแล้ว อาจจะหาโอกาสในการถามกระทู้สดหรือกลไกอื่นต่อไป เพราะต้องการให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยว่าสามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้
.
นายเท่าพิภพ กล่าวด้วยว่า บรรยากาศในวันนี้ฝั่งรัฐบาลส่วนใหญ่เป็นผู้ช่วย ส.ส. มายื่นคิวกระทู้ถามเนื่องจากหลายคนอาจอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งอาจจะเห็น ส.ส.พรรคประชาชนเยอะ เนื่องจากอยู่ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง สามารถเดินทางได้สะดวกกว่า เชื่อว่า ส.ส.พรรครัฐบาลก็มีความห่วงใยประชาชนไม่แพ้กัน เป็นไปได้ว่า ส.ส.พรรครัฐบาลอาจพูดคุยกับรัฐมนตรีได้โดยตรงทำให้กลไกนี้อาจไม่จำเป็นกับ ส.ส.ฝั่งรัฐบาล
.
นายเท่าพิภพ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีมาตอบกระทู้ถามของสภาฯ เพราะกระทู้ทั่วไปเป็นคำถามล่วงหน้า ฉะนั้น จึงขอเรียกร้องนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีแต่ละคนมาตอบกระทู้ ซึ่งคำถามหลายข้อเขียนไว้ล่วงหน้าให้ทราบแล้ว
.
ไม่ใช่เรื่องยากในการตอบ และขอเสนอแนะว่าการตอบกระทู้ในเมืองไทยต้องพัฒนาให้เหมือนกับอังกฤษที่กระทู้ครั้งหนึ่งเป็น 100 คำถาม ส่วนเมืองไทยให้โจทย์ไปก่อนและข้าราชการส่งเอกสารคำถามไปให้ แต่กลับไม่มาตอบ จึงถือโอกาสนี้อยากให้รัฐบาลเห็นว่า ส.ส.ฝ่ายค้านตั้งใจที่มาแต่เช้าตั้งใจขนาดไหน จึงอยากให้รัฐมนตรีล็อกคิวมาตอบกระทู้ให้หน่อย” นายเท่าพิภพ กล่าว
.

.
เท่าพิภพ ประเมิน 3 เดือน ประธานโสภณ สอบตก ซัด สภาถึงจุดต่ำสุด หลังเซ็นเซอร์สไลด์สส.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5803271
.
‘เท่าพิภพ’ ประเมิน 3 เดือน ‘โสภณ’ สอบตก ผ่านกฎหมายน้อย-ทำโครงการไม่เกี่ยวข้อง-ใช้งบไม่ตรงจุด ซัด สภาถึงจุดต่ำสุด หลังเซ็นเซอร์สไลด์สส. ขอทำสภาโปร่งใส อย่าแค่พูดคำสวยหรู ยก ‘ชวน‘ เป็นต้นแบบประธานสภาฯ
.
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 13 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินการทำงานของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังปฏิบัติหน้าที่มาแล้ว 3 เดือน โดยนายเท่าพิภพ กล่าวว่า ด้วยความเคารพ ท่านก็จะบอกว่าท่านทำงานหนัก ก็คิดว่าท่านคงทำงานหนัก แต่เหมือนที่พูดไปในหลายครั้งในเรื่องงบประมาณ ตอนนี้ตนอยู่คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตนได้ถามเรื่องงบประมาณหรือโครงการต่างๆ ที่เป็นโครงการอะไรก็ไม่รู้ซึ่งไม่เกี่ยวเลย ทั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บางครั้งไปทำโครงการใช้งบประมาณโดยไม่เกี่ยว
.
นายเท่าพิภพ กล่าวต่อว่า รัฐสภาเปรียบเหมือนผลผลิตของเราคือเป็นตัวแทนพี่น้องของประชาชนการทำกฎหมายออกมาได้ไว เหมือนห้องผลิตกฎหมายของประเทศ สุดท้ายงบประมาณใดๆ คนเกี่ยวเนื่องกับการเพิ่มประสิทธิภาพตรงนั้นไม่ใช่เรื่องการไปทำ แค่เรื่องเต้น เคารพธงชาติ ถามว่าทำเช่นนั้นแล้วกฎหมายออกเร็วขึ้นหรือไม่ ประสิทธิภาพการทำงานของ สส. หรือข้าราชการในสภาเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ สิ่งที่เราอยากเปลี่ยนคือสภาที่โปร่งใสมากขึ้น ไม่ได้มีคำพูดที่สวยหรูว่าเป็นสภาองค์กรคุณธรรม แต่ต้องออกแบบมาเพื่อประชาชน วันนี้ใครมาสภายังมีพื้นที่ปิดเยอะแยะ ประชาชนเข้ามาหาผู้แทนเขาไม่ได้ ตนไม่ได้กลัวประชาชนหรือว่าใครในนี้กลัวประชาชนตนก็ไม่ทราบ

ถ้าประเมินมาเรียนตามตรงว่าสอบตก เราผ่านกฎหมายได้น้อยมาก เราใช้กระบวนการกรรมาธิการได้น้อยมากบางกรรมาธิการก็ไม่มีการถ่ายทอดสด อันนี้คือความโปร่งใสมันอยู่ตรงไหน การมีส่วนร่วมของประชาชนมาอยู่ตรงไหนก็ต้องกราบเรียนท่านประธานโสภณด้วยความเคารพ ทางเราฝ่ายค้านก็พร้อมทำงานร่วมมืออยู่แล้วอย่างแข่งขัน” นายเท่าพิภพ กล่าว
.
นายเท่าพิภพ กล่าวด้วยว่า ตนอยากแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่เป็นนโยบายของพรรคประชาชน คงไม่ได้แก้ปัญหาแบบปะผุต่อไป การแก้ปัญหาแบบโครงสร้างก็คือการแก้ที่กฎหมาย พ.ร.บ. ต่างๆ รวมถึงรัฐธรรมนูญ วันหนึ่งอยากให้ทุกคนคิดว่า ถ้าวันหนึ่งไม่ได้มีเราเป็น สส. แล้วทิ้งอะไรไว้ให้กับประเทศนี้บ้าง
.
เมื่อถามถึง ความเป็นกลางของประธานรัฐสภาในสมัยแรกมองอย่างไรบ้าง นายเท่าพิภพ กล่าวว่า ความเป็นกลางมันพูดยาก ตนเชื่อว่าทุกคนไม่เป็นกลาง มันมีอคติอะไรบางอย่าง ท่านก็มาจากพรรคการเมืองของท่าน ตนมองแบบความเป็นจริงตนเข้าใจ แต่บางครั้งก็เอาหลักการให้แน่นอนชัดเจน ตนจึงขอชื่นชมไปยังประธานสภาคนแรกในชีวิตที่ทำงานด้วยคือ นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานรัฐสภา ซึ่งในสมัยนั้นก็เป็นพรรคที่ตรงกันข้ามกับตน แต่หลักการที่เขาวางมันถูกต้อง เมื่อเราอยู่ในความเห็นที่แตกต่างกัน ก็ควรจะเปิดพื้นที่ โดยวางหลักการให้ชัดเจน
.
ผมว่าเป็นจุดที่ตกต่ำที่สุดในหลักการเรื่องการพูดการเซ็นเซอร์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บางครั้งอาจารย์ชัชชาติเอาขึ้นสไลด์เซ็นเซอร์ คือผมก็ไม่รู้จะกลัวเซ็นเซอร์กันไปแค่ไหน ก็อยากให้อย่ากลัวการตรวจสอบและเปิดโอกาสให้ทุกคนได้พูดอย่างเต็มที่เพราะคดีความประธานอาจจะไม่ทราบ แต่พรรคผมมันมีทุกคนแล้ว เรามาทำหน้าที่ตรงนี้ก็รับความเสี่ยงไปอยู่แล้ว” นายเท่าพิภพ กล่าว
.
นายเท่าพิภพ กล่าวต่อว่า ฉะนั้น จึงขอให้ประธานเปิดพื้นที่ เพราะไม่ได้ทำให้ท่านเสียหาย แต่ทำให้พรรครัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีสง่างามขึ้น เพราะผ่านการตรวจสอบเหมือนเราไปขัดหลังฟอกขาวให้ท่าน ถ้าตอบได้ก็ดีไป เช่นเดียวกับการถามกระทู้ อย่ามองเราเป็นคู่ขัดแย้งหรือคู่แข่งทางการเมือง ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองเปิดโอกาสให้ทุกคนทำหน้าที่
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่