'กรุงเทพมหานคร' ติด Top 10 ของโลกอีกแล้ว แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเมืองน่าอยู่ ร้านอาหาร หรือการท่องเที่ยว

แต่เป็นการติด Top 10 เมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกสำหรับคนรวย

https://www.facebook.com/share/1Ckscze39t/?mibextid=wwXIfr


รายงาน ‘Global Wealth and Lifestyle Report 2026’ ของ ‘Julius Baer’ จัดให้กรุงเทพขยับจากอันดับ 11 ในปี 2568 มาอยู่อันดับ 10 ของโลก และกลายเป็นหนึ่งใน 5 เมืองของเอเชียแปซิฟิกที่ติด 10 อันดับแรก ร่วมกับสิงคโปร์ ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และซิดนีย์

สิ่งที่น่าสนใจคือ การติดอันดับของกรุงเทพ ไม่ได้เกิดจากราคาอสังหาริมทรัพย์เหมือนเมืองอื่นที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

หากดูรายละเอียดของดัชนี จะพบว่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย (Residential Property) ของกรุงเทพอยู่เพียงอันดับ 17 จาก 25 เมืองที่สำรวจ สะท้อนว่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีของกรุงเทพยังไม่ได้แพงเท่าเมืองอย่างสิงคโปร์ ฮ่องกง มิลาน หรือโมนาโก

แต่สิ่งที่ดันให้กรุงเทพขึ้นมาติดอันดับกลับเป็นสินค้าและบริการระดับลักชัวรีหลายประเภท โดย ‘สูทผู้ชาย’ และ ‘รองเท้าผู้หญิง’ มีราคาสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก ขณะที่ ‘รถยนต์’ มีราคาสูงเป็นอันดับ 2 และ ‘แชมเปญ’ มีราคาสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก

นอกจากนี้ สินค้าและบริการอย่างนาฬิกาหรู กระเป๋าผู้หญิง โรงเรียนเอกชน และอุปกรณ์กีฬาระดับพรีเมียม ก็ล้วนอยู่ในกลุ่ม Top 10 ของโลกเช่นกัน

ในทางกลับกัน กรุงเทพยังมีสินค้าและบริการหลายอย่างที่ถูกกว่าเมืองใหญ่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นห้องพักโรงแรมระดับหรู สปา เที่ยวบินชั้นธุรกิจ หรือบริการเลสิก ซึ่งทั้งหมดอยู่ในกลุ่มท้ายของตาราง

‘Julius Baer’ ระบุว่า ค่าครองชีพสำหรับการใช้ชีวิตระดับพรีเมียมทั่วโลกเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10.2% ในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้เกิดจากเงินเฟ้อเพียงอย่างเดียว ปัจจัยสำคัญคือการแข็งค่าของสกุลเงิน โดยเฉพาะ ‘ฟรังก์สวิส’ และ ‘ยูโร’ ส่งผลให้หลายเมืองในยุโรปมีอันดับสูงขึ้น แม้ว่าราคาสินค้าในประเทศจะไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก

อีกปัจจัยคือราคาสินค้าลักชัวรีทั่วโลกที่ปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 12.3% โดยราคา ‘เครื่องประดับ’ เพิ่มขึ้น 16.4% และ ‘นาฬิกาหรู’ เพิ่มขึ้น 15.5% จากต้นทุนวัตถุดิบอย่าง ‘ทองคำ’ และ ‘หนัง’ ที่สูงขึ้น รวมถึงการที่แบรนด์ลักชัวรีส่วนใหญ่ตั้งราคาอ้างอิงจากสกุลเงินยูโรและฟรังก์สวิส

รายงานยังสะท้อนว่าพฤติกรรมของคนร่ำรวยกำลังเปลี่ยนไปเช่นกัน เพราะความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ ค่าเงิน และมาตรการภาษีนำเข้า ทำให้หลายคนเริ่มเดินทางไปซื้อสินค้าลักชัวรีในต่างประเทศมากขึ้น

โดยอย่างน้อย 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า ได้เปลี่ยนประเทศที่ซื้อสินค้าลักชัวรีแล้ว ขณะที่มากกว่าครึ่งบอกว่า พร้อมเดินทางไปซื้อสินค้าในต่างประเทศ หากช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายหรือหลีกเลี่ยงภาษีได้

สำหรับปีนี้ ‘สิงคโปร์’ ยังครองอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ตามด้วยซูริก โมนาโก ฮ่องกง ลอนดอน เซี่ยงไฮ้ ปารีส ซิดนีย์ มิลาน และกรุงเทพ ในอันดับ 10 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่กรุงเทพ ก้าวขึ้นมาติด Top 10 ของการจัดอันดับนี้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่