บทนำ: จุดเริ่มต้นของคนธรรมดา
โรงเรียนมัธยมต้นในช่วงเปิดเทอมใหม่มักเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่สำหรับผม... เด็กชายวัย 13 ปี ร่างท้วมในชุดนักเรียนไซส์พอดีตัวจนเผยให้เห็นพุงกลมๆ เล็กน้อย ทุกอย่างกลับดูเหมือนจะผ่านไปอย่างเชื่องช้า ผมไม่ใช่เด็กประเภทที่ครูจะจำชื่อได้แม่น หรือเป็นคนที่เพื่อนในห้องจะนึกถึงเวลาชวนไปทำกิจกรรมอะไร ผมเป็นแค่เด็กผู้ชายหน้าตี๋ๆ ธรรมดาที่กลืนหายไปกับฝูงชนในโรงเรียนได้อย่างง่ายดาย
จนกระทั่งวันนั้น... วันที่ชีวิตมัธยมของผมมีความหมายขึ้นมาจริงๆ
ผมยืนหลบมุมอยู่ที่ริมสนามบาสเกตบอลของโรงเรียน เบื้องหน้าคือกลุ่มนักเรียนใหม่ ม.1 ที่กำลังรุมมุงดูบอร์ดรายชื่อแยกห้อง คนเยอะจนผมไม่อยากเบียดเข้าไป ได้แต่ยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ และตอนนั้นเอง ที่ "นางเอก" ในชีวิตจริงของผมก็ปรากฏตัวขึ้น
“สวัสดี เธอชื่ออะไรเหรอ?”
เสียงใสๆ ดังขึ้นพร้อมกับภาพเบื้องหน้าที่ทำเอาผมตาค้าง เด็กสาวผมสั้นในชุดนักเรียนสะอาดตา หน้าตาน่ารักโดดเด่นระดับที่ถ้าใครบอกว่าเป็นดาราก็คงเชื่อ
“พ..พงศ์พิพัฒน์” ผมตอบตะกุกตะกัก ความประหม่าแล่นริ้วขึ้นหน้า (ก็แหงล่ะ เกิดมาผมเพิ่งเคยคุยกับคนสวยระยะประชิดขนาดนี้เป็นครั้งแรก)
เธอไล่สายตาดูรายชื่อในกระดาษเอกสารที่ถือมาครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มกว้าง
“อ๋อ อยู่ห้องเดียวกันเลย! เราชื่ออลิสานะ เรียก 'ส้มโอ' ก็ได้ ตอนนี้เราเป็นรองหัวหน้าห้อง เธอมาเข้าแถวตรงนี้ได้เลยนะ”
ภายหลังผมถึงได้รู้ว่าส้มโออายุมากกว่าพวกเราในรุ่นถึง 2 ปีเพราะเข้าเรียนช้า นั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอมีบุคลิกที่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่า มีความมั่นใจ และเปล่งประกายออร่าบางอย่างที่ทำเอาเด็กกะโปโลอย่างผมถึงกับเผลอกลั้นหายใจ เลือดในกายสูบฉีดจนรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งหน้า ผมเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า... เด็กประถมที่เอาแต่วิ่งเล่นไปวันๆ ได้ถูกสวิตช์บางอย่างกดให้ก้าวเข้าสู่โลกของวัยรุ่นอย่างเต็มตัวแล้ว
หลังจากรวบรวมนักเรียนได้ครบถ้วน อาจารย์ก็แจ้งให้ทุกคนขึ้นไปรวมกันที่ห้องโฮมรูม
ผมเดินรั้งท้ายขึ้นมาถึงห้อง โต๊ะนักเรียนส่วนใหญ่ถูกจับจองไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงโต๊ะหลังสุดที่ไม่มีใครสนใจ “เด็กหลังห้อง” จึงกลายเป็นตำแหน่งที่เพื่อนๆ มอบให้ผมโดยปริยายตั้งแต่วันแรก
ระหว่างที่ผมกำลังนั่งเกร็งๆ ทำตัวไม่ถูก ส้มโอก็เดินเข้ามาทางประตูหลังห้องเพื่อแจกเอกสาร ทันทีที่เธอเดินมาหยุดที่โต๊ะของผม กลิ่นหอมจางๆ คล้ายแป้งเด็กผสมกับกลิ่นแดดอ่อนๆ ก็ลอยมาแตะจมูก ผมเงยหน้าขึ้นไปสบตาเธอ แล้วร่างกายก็พลันแข็งทื่อไปดื้อๆ
ผมยังไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกที่กำลังปะทุอยู่ในอกข้างซ้ายนี่เรียกว่าอะไร แต่มันคือความรู้สึกที่ผมรู้แน่ชัดว่า... ผมไม่สามารถละสายตาจากเธอได้อีกต่อไป
คลื่นลมในใจของวัย 13
“นี่เอกสารนะ ว่าแต่... เธอชื่อเล่นว่าอะไรเหรอ?” เธอถามย้ำพร้อมส่งรอยยิ้มบางๆ
"ก..กอล์ฟ" ผมตอบเสียงติดอ่าง ความมั่นใจที่เคยมีอยู่น้อยนิดระเหยหายไปหมด เหลือเพียงความประหม่าที่จุกอยู่ที่ลำคอ
ส้มโอยิ้มรับ ก่อนจะก้มลงจดบันทึกในสมุดรายชื่ออย่างตั้งใจ แล้วหมุนตัวเดินไปเช็คชื่อเพื่อนคนอื่นๆ ต่อ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมฟุ้งของแป้งเด็ก และชื่อของเธอที่ดังกังวานวนเวียนอยู่ในหัวผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า... อลิสา... ส้มโอ... ราวกับเป็นมนตร์สะกด
ชีวิตของตัวประกอบที่ไม่มีคุณสมบัติโดดเด่นอะไรเลยอย่างผม กำลังจะกลายเป็น "พระเอก" ของเรื่องราวที่มีชะตากรรมของความรักเป็นเดิมพัน
“เอาล่ะ คาบนี้เป็นคาบโฮมรูม ครูคือครูประจำชั้นของพวกเธอนะ”
เสียงของอาจารย์ฟังดูเป็นทางการขณะที่เขียนชื่อ-นามสกุลลงบนกระดานดำด้วยชอล์คสีขาว เสียงหัวชอล์คกระทบกระดานดังก้องไปทั่วห้องที่เพิ่งจะสงบลง
เสียงของอาจารย์ที่กำลังบรรยายกฎระเบียบต่างๆ เริ่มกลายเป็นเพียง "เสียงพื้นหลัง" ที่เบาหวิวสำหรับผม ประโยคเหล่านั้นผ่านหูซ้ายทะลุหูขวาไปอย่างรวดเร็ว เพราะสายตาและสมาธิทั้งหมดถูกดึงดูดไปที่โต๊ะด้านหน้า... ที่แผ่นหลังของส้มโอ
(ผู้หญิงอะไรนะ... สวย... อ่อนหวาน... น่ารัก)
ผมพึมพำกับตัวเองในใจ จังหวะการเต้นของหัวใจจากที่เคยราบเรียบ กลับรัวเร็วขึ้นเป็น ตึ่ก... ตึ่ก... ตึ่ก... มันเป็นจังหวะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตประถม ผมสับสนว่าทำไมแค่ได้มองแผ่นหลังของเธอ ถึงทำให้รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน และทำไมความร้อนในร่างกายถึงได้พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ คำว่า "ตกหลุมรัก" อาจจะยังดูยิ่งใหญ่เกินกว่าเด็กหนุ่มไร้เดียงสาอย่างผมจะเข้าใจได้ในตอนนี้ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว
ช่วงพักเที่ยงเป็นเหมือนบททดสอบความอดทน ผมแอบมองส้มโอที่หัวเราะร่าเริงอยู่กับกลุ่มเพื่อนใหม่ เธอเข้ากับทุกคนได้ดีเหลือเกิน ต่างจากผมที่ยังคงเป็นเพียงเงาจางๆ ในโรงเรียนที่ยังไม่มีเพื่อนสักคน
“ไปโรงเรียนมาแค่วันแรกก็เจอคนที่ชอบก่อนเจอเพื่อนซะแล้ว ไอ้เด็กหัวใจมักง่ายเอ๊ย” ผมแอบสบถด่าตัวเองในใจขณะยืนรอคิวซื้อน้ำ
แต่โชคชะตาก็เหมือนจะเล่นตลก เมื่อจู่ๆ ส้มโอก็เดินมาต่อคิวข้างๆ เธอหันมาส่งยิ้มให้ด้วยความเป็นกันเอง
“กินข้าวหรือยัง?”
“ย..ยัง มาซื้อน้ำก่อน” ผมตอบพลางรู้สึกว่าใจมันเต้นรัวจนแทบจะกระดอนออกมาข้างนอก
“ยินดีที่ได้รู้จักนะกอล์ฟ”
“ย...ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกัน...”
ผมรู้ตัวเลยว่าหน้าตัวเองต้องแดงก่ำเป็นมะเขือเทศสุกแน่ๆ ในหัวมีแต่คำว่า ส้มโอ... ชื่อน่ารักจัง... เปรี้ยวๆ หวานๆ เหมือนเจ้าของชื่อไม่มีผิด
สุภาพบุรุษในชุดนักเรียน
การเรียนวันแรกผ่านไปจนกระทั่งกริ่งคาบสุดท้ายดังขึ้น เวรทำความสะอาดช่วงเย็นเริ่มต้น แต่ความสงบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงโวยวายที่ดังมาจากหน้าห้อง
“เอามานะ!!!”
ผมวางไม้กวาดแล้วชะโงกหน้าออกไปดู ภาพที่เห็นคือ "ไอ้เท้ง" หัวโจกตัวยักษ์ประจำห้องกำลังสนุกกับการแย่งกระเป๋าส้มโอแล้วโยนไปมากับลูกสมุน เธอพยายามแย่งคืนด้วยท่าทีที่เริ่มแสดงความโกรธและอับอาย
โดยไม่ทันยั้งคิดหรือชั่งน้ำหนักความเสี่ยงใดๆ ผมพุ่งตัวเข้าไปแทรกกลางวงล้อม เอื้อมมือคว้ากระเป๋าสัมภาระใบนั้นมาจากด้านหลังของไอ้เท้งได้สำเร็จ!
“เฮ้ยอ้วน! ยุ่งไรวะ?” เท้งหันมามองด้วยสายตาคุกคาม
“กูไม่ได้ชื่ออ้วน” ผมตอบเสียงแข็ง ทั้งที่ลึกๆ แล้วขากำลังแอบสั่นกึกๆ
“กอล์ฟ...” เสียงส้มโอเรียกชื่อผมเบาๆ มันเป็นเหมือนน้ำเย็นที่ชโลมลงมากลางใจ ผมตัดสินใจหันไปส่งกระเป๋าคืนให้เธอด้วยแววตาที่หนักแน่นที่สุดเท่าที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้
“เฮ้ย เก๋าเหรอ?” เท้งถกแขนเสื้อขึ้นเตรียมเข้าปะทะ ผมยกมือขึ้นตั้งการ์ดตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว
“อย่ารังแกเธอ!”
“คิดว่าเป็นใคร เป็นอัศวินพิทักษ์เจ้าหญิงเหรอ 555555” ไอ้เท้งหัวเราะเยาะลั่นห้อง
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ กวาดสายตามองไอ้หัวโจกตรงหน้าด้วยความกล้าที่ผมเองก็เพิ่งเคยรู้จักมันเป็นครั้งแรกในชีวิต ก่อนจะตะโกนตอบกลับไปเต็มเสียง...
“เออ!”
อัศวินหลังห้อง กับดาวโรงเรียน
บทนำ: จุดเริ่มต้นของคนธรรมดา
โรงเรียนมัธยมต้นในช่วงเปิดเทอมใหม่มักเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่สำหรับผม... เด็กชายวัย 13 ปี ร่างท้วมในชุดนักเรียนไซส์พอดีตัวจนเผยให้เห็นพุงกลมๆ เล็กน้อย ทุกอย่างกลับดูเหมือนจะผ่านไปอย่างเชื่องช้า ผมไม่ใช่เด็กประเภทที่ครูจะจำชื่อได้แม่น หรือเป็นคนที่เพื่อนในห้องจะนึกถึงเวลาชวนไปทำกิจกรรมอะไร ผมเป็นแค่เด็กผู้ชายหน้าตี๋ๆ ธรรมดาที่กลืนหายไปกับฝูงชนในโรงเรียนได้อย่างง่ายดาย
จนกระทั่งวันนั้น... วันที่ชีวิตมัธยมของผมมีความหมายขึ้นมาจริงๆ
ผมยืนหลบมุมอยู่ที่ริมสนามบาสเกตบอลของโรงเรียน เบื้องหน้าคือกลุ่มนักเรียนใหม่ ม.1 ที่กำลังรุมมุงดูบอร์ดรายชื่อแยกห้อง คนเยอะจนผมไม่อยากเบียดเข้าไป ได้แต่ยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ และตอนนั้นเอง ที่ "นางเอก" ในชีวิตจริงของผมก็ปรากฏตัวขึ้น
“สวัสดี เธอชื่ออะไรเหรอ?”
เสียงใสๆ ดังขึ้นพร้อมกับภาพเบื้องหน้าที่ทำเอาผมตาค้าง เด็กสาวผมสั้นในชุดนักเรียนสะอาดตา หน้าตาน่ารักโดดเด่นระดับที่ถ้าใครบอกว่าเป็นดาราก็คงเชื่อ
“พ..พงศ์พิพัฒน์” ผมตอบตะกุกตะกัก ความประหม่าแล่นริ้วขึ้นหน้า (ก็แหงล่ะ เกิดมาผมเพิ่งเคยคุยกับคนสวยระยะประชิดขนาดนี้เป็นครั้งแรก)
เธอไล่สายตาดูรายชื่อในกระดาษเอกสารที่ถือมาครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มกว้าง
“อ๋อ อยู่ห้องเดียวกันเลย! เราชื่ออลิสานะ เรียก 'ส้มโอ' ก็ได้ ตอนนี้เราเป็นรองหัวหน้าห้อง เธอมาเข้าแถวตรงนี้ได้เลยนะ”
ภายหลังผมถึงได้รู้ว่าส้มโออายุมากกว่าพวกเราในรุ่นถึง 2 ปีเพราะเข้าเรียนช้า นั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอมีบุคลิกที่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่า มีความมั่นใจ และเปล่งประกายออร่าบางอย่างที่ทำเอาเด็กกะโปโลอย่างผมถึงกับเผลอกลั้นหายใจ เลือดในกายสูบฉีดจนรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งหน้า ผมเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า... เด็กประถมที่เอาแต่วิ่งเล่นไปวันๆ ได้ถูกสวิตช์บางอย่างกดให้ก้าวเข้าสู่โลกของวัยรุ่นอย่างเต็มตัวแล้ว
หลังจากรวบรวมนักเรียนได้ครบถ้วน อาจารย์ก็แจ้งให้ทุกคนขึ้นไปรวมกันที่ห้องโฮมรูม
ผมเดินรั้งท้ายขึ้นมาถึงห้อง โต๊ะนักเรียนส่วนใหญ่ถูกจับจองไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงโต๊ะหลังสุดที่ไม่มีใครสนใจ “เด็กหลังห้อง” จึงกลายเป็นตำแหน่งที่เพื่อนๆ มอบให้ผมโดยปริยายตั้งแต่วันแรก
ระหว่างที่ผมกำลังนั่งเกร็งๆ ทำตัวไม่ถูก ส้มโอก็เดินเข้ามาทางประตูหลังห้องเพื่อแจกเอกสาร ทันทีที่เธอเดินมาหยุดที่โต๊ะของผม กลิ่นหอมจางๆ คล้ายแป้งเด็กผสมกับกลิ่นแดดอ่อนๆ ก็ลอยมาแตะจมูก ผมเงยหน้าขึ้นไปสบตาเธอ แล้วร่างกายก็พลันแข็งทื่อไปดื้อๆ
ผมยังไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกที่กำลังปะทุอยู่ในอกข้างซ้ายนี่เรียกว่าอะไร แต่มันคือความรู้สึกที่ผมรู้แน่ชัดว่า... ผมไม่สามารถละสายตาจากเธอได้อีกต่อไป
คลื่นลมในใจของวัย 13
“นี่เอกสารนะ ว่าแต่... เธอชื่อเล่นว่าอะไรเหรอ?” เธอถามย้ำพร้อมส่งรอยยิ้มบางๆ
"ก..กอล์ฟ" ผมตอบเสียงติดอ่าง ความมั่นใจที่เคยมีอยู่น้อยนิดระเหยหายไปหมด เหลือเพียงความประหม่าที่จุกอยู่ที่ลำคอ
ส้มโอยิ้มรับ ก่อนจะก้มลงจดบันทึกในสมุดรายชื่ออย่างตั้งใจ แล้วหมุนตัวเดินไปเช็คชื่อเพื่อนคนอื่นๆ ต่อ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมฟุ้งของแป้งเด็ก และชื่อของเธอที่ดังกังวานวนเวียนอยู่ในหัวผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า... อลิสา... ส้มโอ... ราวกับเป็นมนตร์สะกด
ชีวิตของตัวประกอบที่ไม่มีคุณสมบัติโดดเด่นอะไรเลยอย่างผม กำลังจะกลายเป็น "พระเอก" ของเรื่องราวที่มีชะตากรรมของความรักเป็นเดิมพัน
“เอาล่ะ คาบนี้เป็นคาบโฮมรูม ครูคือครูประจำชั้นของพวกเธอนะ”
เสียงของอาจารย์ฟังดูเป็นทางการขณะที่เขียนชื่อ-นามสกุลลงบนกระดานดำด้วยชอล์คสีขาว เสียงหัวชอล์คกระทบกระดานดังก้องไปทั่วห้องที่เพิ่งจะสงบลง
เสียงของอาจารย์ที่กำลังบรรยายกฎระเบียบต่างๆ เริ่มกลายเป็นเพียง "เสียงพื้นหลัง" ที่เบาหวิวสำหรับผม ประโยคเหล่านั้นผ่านหูซ้ายทะลุหูขวาไปอย่างรวดเร็ว เพราะสายตาและสมาธิทั้งหมดถูกดึงดูดไปที่โต๊ะด้านหน้า... ที่แผ่นหลังของส้มโอ
(ผู้หญิงอะไรนะ... สวย... อ่อนหวาน... น่ารัก)
ผมพึมพำกับตัวเองในใจ จังหวะการเต้นของหัวใจจากที่เคยราบเรียบ กลับรัวเร็วขึ้นเป็น ตึ่ก... ตึ่ก... ตึ่ก... มันเป็นจังหวะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตประถม ผมสับสนว่าทำไมแค่ได้มองแผ่นหลังของเธอ ถึงทำให้รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน และทำไมความร้อนในร่างกายถึงได้พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ คำว่า "ตกหลุมรัก" อาจจะยังดูยิ่งใหญ่เกินกว่าเด็กหนุ่มไร้เดียงสาอย่างผมจะเข้าใจได้ในตอนนี้ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว
ช่วงพักเที่ยงเป็นเหมือนบททดสอบความอดทน ผมแอบมองส้มโอที่หัวเราะร่าเริงอยู่กับกลุ่มเพื่อนใหม่ เธอเข้ากับทุกคนได้ดีเหลือเกิน ต่างจากผมที่ยังคงเป็นเพียงเงาจางๆ ในโรงเรียนที่ยังไม่มีเพื่อนสักคน
“ไปโรงเรียนมาแค่วันแรกก็เจอคนที่ชอบก่อนเจอเพื่อนซะแล้ว ไอ้เด็กหัวใจมักง่ายเอ๊ย” ผมแอบสบถด่าตัวเองในใจขณะยืนรอคิวซื้อน้ำ
แต่โชคชะตาก็เหมือนจะเล่นตลก เมื่อจู่ๆ ส้มโอก็เดินมาต่อคิวข้างๆ เธอหันมาส่งยิ้มให้ด้วยความเป็นกันเอง
“กินข้าวหรือยัง?”
“ย..ยัง มาซื้อน้ำก่อน” ผมตอบพลางรู้สึกว่าใจมันเต้นรัวจนแทบจะกระดอนออกมาข้างนอก
“ยินดีที่ได้รู้จักนะกอล์ฟ”
“ย...ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกัน...”
ผมรู้ตัวเลยว่าหน้าตัวเองต้องแดงก่ำเป็นมะเขือเทศสุกแน่ๆ ในหัวมีแต่คำว่า ส้มโอ... ชื่อน่ารักจัง... เปรี้ยวๆ หวานๆ เหมือนเจ้าของชื่อไม่มีผิด
สุภาพบุรุษในชุดนักเรียน
การเรียนวันแรกผ่านไปจนกระทั่งกริ่งคาบสุดท้ายดังขึ้น เวรทำความสะอาดช่วงเย็นเริ่มต้น แต่ความสงบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงโวยวายที่ดังมาจากหน้าห้อง
“เอามานะ!!!”
ผมวางไม้กวาดแล้วชะโงกหน้าออกไปดู ภาพที่เห็นคือ "ไอ้เท้ง" หัวโจกตัวยักษ์ประจำห้องกำลังสนุกกับการแย่งกระเป๋าส้มโอแล้วโยนไปมากับลูกสมุน เธอพยายามแย่งคืนด้วยท่าทีที่เริ่มแสดงความโกรธและอับอาย
โดยไม่ทันยั้งคิดหรือชั่งน้ำหนักความเสี่ยงใดๆ ผมพุ่งตัวเข้าไปแทรกกลางวงล้อม เอื้อมมือคว้ากระเป๋าสัมภาระใบนั้นมาจากด้านหลังของไอ้เท้งได้สำเร็จ!
“เฮ้ยอ้วน! ยุ่งไรวะ?” เท้งหันมามองด้วยสายตาคุกคาม
“กูไม่ได้ชื่ออ้วน” ผมตอบเสียงแข็ง ทั้งที่ลึกๆ แล้วขากำลังแอบสั่นกึกๆ
“กอล์ฟ...” เสียงส้มโอเรียกชื่อผมเบาๆ มันเป็นเหมือนน้ำเย็นที่ชโลมลงมากลางใจ ผมตัดสินใจหันไปส่งกระเป๋าคืนให้เธอด้วยแววตาที่หนักแน่นที่สุดเท่าที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้
“เฮ้ย เก๋าเหรอ?” เท้งถกแขนเสื้อขึ้นเตรียมเข้าปะทะ ผมยกมือขึ้นตั้งการ์ดตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว
“อย่ารังแกเธอ!”
“คิดว่าเป็นใคร เป็นอัศวินพิทักษ์เจ้าหญิงเหรอ 555555” ไอ้เท้งหัวเราะเยาะลั่นห้อง
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ กวาดสายตามองไอ้หัวโจกตรงหน้าด้วยความกล้าที่ผมเองก็เพิ่งเคยรู้จักมันเป็นครั้งแรกในชีวิต ก่อนจะตะโกนตอบกลับไปเต็มเสียง...
“เออ!”