ไปนั่งสมาธิกับอาจารย์ใหญ่ในป่าช้าคนเดียวมาค่ะ

กระทู้คำถาม
โปรดใช้จักรยานในการอ่านนะคะ
เราชื่อเจน  เรื่องที่เล่า อาจไม่น่าตื่นเต้นมาก แค่อยากจะแชร์ประสบการณ์  
คือการที่เราไปปฏิบัติธรรมทำกรรมฐานเนี่ย เป็นการสร้างบุญกุศลให้ตัวเราเอง และการไปนั่งสมาธิกับอาจารย์ใหญ้ก็เป็นการแผ่กุศลให้กับท่านด้วย

เจนเพิ่งไปปฏิบัติธรรมมา ที่วัดแห่งหนึ่ง จ.พิจิตร มันเริ่มจากที่แม่เจนไปมาก่อน กลับมาแม่บอกว่ารู้สึกชีวิตดีขึ้นเรื่อยๆ และก็ชวนเจนไป ตอนนั้นเจนเองก็เจอเรื่องแย่ๆมาเยอะตามภาษาวัยรุ่น ทั้งอกหัก ของหาย ขับรถชนคนเจ็บ เสียเงินเสียทอง กระเป๋าเบา คือพินาศมากก
เวลาเจอเรื่องแย่ๆหลายเรื่อง มันทำให้เรารู้สึกเหมือนหมดอาลัยตายอยาก เคยใช่มั๊ย?
นี่แหละ เจนตัดสินใจจะไปพักผ่อนจิตใจด้วยการไปปฏิบัติธรรม และจุดไคลแมกซ์สุดก็คือ ต้องไป"นั่งสมาธิกับอาจารย์ใหญ่ในป่าช้า"
แฮกแท็ก..#คนเดียว  ค่ะ ท้าทายจิตใจมาก  เป็นคนกลัวผี วิญญาณ ไม่เคยเจอผีแบบจังๆนะ มีแต่มโนไปเอง

เริ่มดีกว่า
ทริปนี้ร่วมทางกันห้าคนค่ะ เป็นพี่ๆที่เคยไปนั่งแล้วสามคน จะมาเป็นพี่เลี้ยงให้เจนค่ะ  อีกคนเป็นญาติเจนเอง
จากสระบุรีไปถึงพิจิตรเที่ยงๆค่ะ มีคนมาปฏิบัติกันเยอะ ทั้งหมด 18 คน เป็นวันจันทร์ (ถ้าเสาร์อาทิตย์คนจะเยอะ)
ถึงปุ๊บ พระอาจารย์บอกให้เข้าไปไหว้พระไหว้เจ้าที่ พอบ่ายก็เริ่มปฏิบัติธรรม เดินกรรมฐาน ไป-กลับ การเดินมี 6 ระยะ เมื่อยมาก เดินเสร็จก็มานั่งสมาธิ 1 ชม. เต็มๆ เจนลืมตาบ่อย สมาธิสั้นค่ะ แล้วก็มาเดินกรรมฐานต่ออีก 1 รอบ แต่รอบนี้ใจเย็นขึ้น เหมือนเขาฝึกให้ใจเราเย็น
จากนั้นเราก็ไปปลุกญาณค่ะ เจนก็ไม่ค่อยเข้าใจนะว่าคืออะไร แต่เขาให้เราไปนั่งสมาธิและเร่งท่อง"หนอ" ในใจ คล้ายๆว่าใครมีของมีครู ก็จะแสดงออกมาเจนเองหลับตาท่องหนอในใจ ค่อยๆเร่งขึ้นให้เร็วตามที่เขาบอก สักพักพระอาจารย์ก็บอกให้ท่องทุกคนท่องออกมาเลยค่ะ "หนอๆๆๆ..."  คือคิดว่ามันเป็นการเร่งให้ญาณเราออกมานะ สักพักรอบๆข้างก็ส่งเสียง คล้ายๆว่าของขึ้นเต็มไปหมด หลับตาอยู่ไม่เห็นอะไร ภาวนาอยู่ในใจ อึดอัดมาก คิดในใจว่าตัวเองมาทำอะไรตรงนี้วะ? มันแปลกๆ จนพี่ไอซ์(พี่เลี้ยง)เข้ามาพูดข้างๆหู บอกให้ท่องออกมาเลย เจนก็"หนอๆๆๆๆๆ" ไปอยู่พักหนึ่ง รู้สึกเหมือนจะเป็นลม พูดแทบไม่หายใจเลย มือเท้าชาไปหมด เขาก็บอกให้เจนนอนหงายลงไป ปากยังคงท่องอยู่ สักพักพี่ไอซ์ก็ให้ลืมตา เหงื่อท่วมเลยและเหนื่อยเกือบตาย เจนมองดูที่แขนทั้งสองข้างของตัวเอง มีรอยตราปั๊มว่า "ผ่าน" ไม่เข้าใจว่าคือผ่านอะไร แต่คือคนที่ผ่านสามารถเข้าไปนั่งสมาธิในป่าได้ พระอาจารย์จะเป็นคนรู้เองว่าใครผ่านไม่ผ่าน

จากนั้นเราก็มาถึงตอนจับฉลากอาจารย์ใหญ่ ว่าใครจะได้นั่งกับอาจารย์ท่านไหน มันเป็นป้ายแขวนคอแล้วก็มีชื่อของอาจารย์ใหญ่อยู่ค่ะ ตอนเขาเดินเอามาให้เลือกก็ไม่ได้รู้เรื่องหรอก หยิบไม่ลังเล..... ป้ายเขียนว่า "สายที่ ๒/๔'' และก็มีชื่ออาจารย์อยู่
เจน: หื๊มมมม....
พี่ไอซ์ : "นี่และ อาจารญ์ใหญ่ที่หนูจะต้องไปนั่งด้วย"
คือสายที่ ๒ คล้ายๆกลุ่มอะค่ะ มีทั้งหมด ๖ สาย ใครได้สายไหน ไปนั่งสายนั้น นั่งในมอใกล้ๆกันค่ะ "มอ"นี่คล้ายกระท่อมอะค่ะ จะอยู่ในซอยเล็กๆอีกทีและมีศพของอาจารย์ใหญ่อยู่ อาจจะอยู่ในหลุม ในโลง แล้วแต่ค่ะ แล้วเราก็นั่งในกรดภาวนาสมาธิไป 2 ชั่วโมงเต็มๆ ห้ามพกโทรศัพท์เข้าไปด้วย

พอห้าโมง เขาปล่อยพัก และทำวัตรเย็น ตอนหกโมงครึ่งจนถึงสองทุ่ม สวดมนต์กันเพลินเลย
ได้เวลาแล้วค่ะ สองทุ่มกว่า เขาก็แยกกันไปตามสาย สายเจนมีกันตั้ง 3 คนค่ะ พี่ๆก็ให้กำลังใจเจนกันดีเหมือนจะไปรบที่ชายแดน
''สู้ๆนะน้องเจน" "ตั้งใจนะ"  แล้วก็เดินตามพระอาจารย์ เณร ลุงสัปเหร่อเข้าป่าช้าไปกับไฟฉายสองดวง ส่วนพี่ไอซ์ก็มาส่งเจนด้วยค่ะ เป็นกำลังใจให้กันมาก
เจน "พี่ไอซ์ ถ้าเจนง่วงหรือเมื่อยมากๆ เจนนอนได้มั๊ยอะ"
พี่ไอซ์ "ได้ แต่พี่เชื่อว่าเจนไม่ง่วงหรอก" :]
แล้วก็ดินต่อไป เดินคุยกันไปเรื่อย มอของเจนที่ต้องไปนั่งอยู่ไกลมาก และสายเจนมีแค่ 3 คนเอง เจนเป็นคนสุดท้ายนั่งไกลสุดเลย พอใครเดินถึงมอตัวเอง พระอาจารย์และคนอื่นๆจะเข้าไปส่งคนนั้นในมอ พาท่องคาถาก่อนจะปล่อยให้นั่งวิปัสสนาคนเดียวค่ะ พอส่งเพื่อนร่วมชะตาครบทั้ง 2 คนแล้ว พระอาจารย์ก็ถามเจนค่ะ ว่าของเจนอยู่มอไหน พอเห็นชื่ออาจารย์ใหญ่ก็ว่าอยู่ไกลเลยให้เปลี่ยนมอค่ะ มานั่งอีกมอ เราก็เฮ้ยยยย เซอร์ไพร์มาก เปลี่ยนอาจารย์เฉย  
พระอาจารย์ "ไปนั่งกับแม่มรแทนละกัน แม่มรใจดี ไม่น่ากลัวหรอก"
แม่มรเป็นแม่ชีค่ะ พระบอก เราก็โล่งใจหน่อย คงไม่น่ากลัวเท่าไร ไม่ใช่อาจารย์ที่ตายโหงว่างั้นเถอะ
เดินต่อไป...
ไฟฉายของพระอาจารย์ส่องไปที่สะพานเล็กๆ ข้ามบ่อน้ำเขียวๆ มีแมลงตัวน้อยๆบินมาเล่นไฟใกล้ๆ
"ถึงแล้วครับ"
..... ทางเข้าไปมอ มีพวงหรีดแห้งๆแขวนประดับสวยงามอยู่สองข้างทาง
รออะไรละคะ ไปค่ะ ข้ามสะพานไปค่ะ ใจก็คิดอยู่ว่า "มันจวนเวลาแล้วสินะ" อีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า กูจะต้องอยู่คนเดียวแล้ว เอาวะ ตั้งใจ...
กว่าจะถึงมอก็เกือบ 400 เมตรค่ะ เดินใจเย็นอยู่  จนถึง...ไฟฉายส่องเข้าไปข้างใน เผยให้เห็นโลงเย็นสีน้ำเงินยังห่อพลาสติกอยู่

เซอร์ไพร์กว่าสิ่งใดค่ะ  เจนไม่ได้นั่งกับแม่ชีแค่อาจารย์เดียว แต่มี 4 อาจารย์  
มีโลงเย็นตั้งบนโต๊ะ โรงขาวของแม่ชีอมรรัตน์อยู่ในหลุมหน้าเจนเลย มีโลงคุณยายตั้งอยู่ซ้ายมือ ขวามือเป็นอาจารย์ใหญ่ใส่ชุดข้าราชการ เห็นจากกรอบรูปหน้าโลงค่ะ และในอีกหนึ่งท่านอยู่ในหลุมฝังกลบแล้วข้างหลังเจน  
เจนต้องนั่งในกลดตรงกลางค่ะ ขีดเส้นใต้"ตรงกลาง"  แล้วพระอาจารย์ให้เจนเข้าไปนั่ง เดินตัวลีบหลบซ้ายหลบขวาเข้าไปเลยค่ะ
สัปเหร่อ "จะดูแม่มรมั๊ยลูก เดี๋ยวเปิดให้ดู"
เจน "ไม่เอาค่าาา ไม่เป็นไร"  
สัปเหร่อ "ไม่ดูหรอ ดูหน่อยนะ ครูบาอาจารย์ ไม่น่ากลัวหรอก"  มือเอื้อมแล้วค่ะ กำลังจะเปิดฝาโลง  ใจล่วงเลยค่ะ !! เราก็ยันไปว่าไม่ดูๆ ลุงก็เออ..เดี๋ยวจะไม่นั่งซะก่อน  แล้วพระอาจารย์พาสวดคาถาแล้วก็พูดคำปลุกอาจารย์ค่ะ
พระอาจารย์ "ขอให้อาจารย์"
เจน "ขอให้อาจารย์"
พระอาจารย์ "ลุกขึ้นมาหลอกมาหลอน ฝึกจิตใจ"
............ กูเงียบเลยค่ะ แล้วพระอาจารย์ก็บอกว่าให้ท่องไปเถอะ เจนก็ท่องตามเบาๆ
พอท่องเสร็จก็พากันสาธุ เจนถามว่าถ้าเกิดไม่ไหวจริงๆ ส่งเสียงเรียกคนได้ไหม เขาก็บอกว่าไม่ควรเสียงดัง ห้ามลืมตา ห้ามลืมภาวนาและห้ามหนีออกจากกรดเด็ดขาด อยู่ในกลดจะปลอดภัย
พี่ไอซ์"เดี๋ยวพี่มารับนะ ตั้งใจล่ะ" สั่งเสียเสร็จ ก็พากันออกไป ทิ้งเจนไว้คนเดียวท่ามกลางความมือ หลับตาลืมตาไม่ต่างกันเลย เจนก็รีบหลับตา ในใจมีแต่ความกลัว ตอนนั้นคิดว่าต้องผ่านให้ได้ ตั้งใจจะมาเองแล้ว คิดถึงความราบรื่นในชีวิตหลังจากนี้

มันเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่กำลังเต้นรัว  เจนนั่งภาวนา"พองหนอ ยุบหนอ นั่งหนอ ถูกหนอ" ไปเรื่อยๆ จนใจค่อยๆเต้นช้าลง และจิตก็นิ่ง ในขณะที่เราหลับตาแต่เรารู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน เราก็จินตนาการไปต่างๆนาๆเลยค่ะ  
......เจนนั่งอยู่กับความมือและเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงจิ้งหรีดไกลๆ เสียงใบไม้ล่วงหล่น อากาศร้อนหน่อยๆแต่ก็พอทน ผ่านไปประมาณ 15 นาที ขาก็เริ่มชาค่ะ ชาขึ้นมาถึงมือที่ประกบกันอยู่ จะขยับเปลี่ยนข้างก็ยังไม่กล้าเลยค่ะ เกร็งไปหมด  ในขณะที่เจนกำลังหลับตาภาวนาอยู่นั้น ก็รู้สึกว่ามีแสงบางอย่างลอดเข้าตามาค่ะ รู้สึกว่ามันอยู่ตรงหน้าเจนเลย เป็นแสงสีขาวๆฟ้าๆ จำไม่ค่อยได้ แต่ก็คิดนะ คิดว่าคงเป็นแม่มรแน่ๆ แต่คงมาดี เพราะเขาบอกว่าท่านใจดี ชั่วครู่นั้นแสงก็หายไป มืดสนิทเหมือนเดิม ...... เจนภาวนาต่อไป
ปั้ง !  
สะดุ้งแรงเลยค่ะ นึกในใจว่ามาแล้ววว คือเป็นเสียงเคาะฝาโลงค่ะ เพราะรู้สึกถึงความไหวสั่นของแผ่นไม้ โลงแม่มรค่ะ แล้วก็เคาะเป็นระยะๆ ใจเต้นแรงกลัวมากแต่ก็ยังภาวนาต่อไป

ปั้งๆๆ! เสียงเคาะโลงของคุณยายค่ะ แล้วเคาะดังขึ้น ถี่ขึ้น โลงแม่มรก็ยังเคาะอยู่ สลับๆกัน ตอนนั้นนึกถึงบ้านผีสิงที่ดรีมเวิร์ลค่ะ พยายามคิดว่ามันไม่ใช่ของจริงค่ะ ทั้งๆที่ก็รู้ในใจ  แม้เสียงเคาะโรงจะยังคงดังอยู่ต่อเนื่อง แต่ก็ไม่อาจกลบเสียงหัวใจที่เต้นรัวได้เลยค่ะ เต้นแรงกว่าตอนโดนจูบครั้งแรกอีก อยากจะไม่
แล้วทันทีที่ความกลัวกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็ได้ยินเสียงฝาโลงคุณยาย เสียงแผ่นไม้ค่อยๆเลื่อนออกคล้ายๆเสียงตอนเพื่อนๆเปิดประตูอะ เหมือนคุณยายจะลุกขึ้นมายังไงยังงั้น โอ๊ะขนลุก!! แล้วก็ได้ยินเสียงหายใจแผ่วๆ คือมันไม่เงียบไม่นิ่งแล้วตอนนั้น สมองก็ปั่นไปหมดกลัวไปหมดเลย กลัวท่านจะลุกขึ้นมา กลัวโลงข้างๆ กลัวหลุมข้างหลัง กลัวไปหมด!!!ขนาดหลับตาอยู่ยังจินตนาการภาพได้ชัดเจน นึกภาพตามสิคะ นั่งอยู่คนเดียวในความมืด ลืมตาก็ไม่ได้ ลุกออกก็ไม่ได้ ต้องภาวนาตลอดเวลาเพื่อไม่ให้สติหลุด อยู่กับจินตนาการที่ปรุงแต่งขึ้นเองอะค่ะ

ใจยังคงเต้นแรงและรัว กลัวจะลืมภาวนา กลัวเผลอลืมตา กลัวจะมีใครเดินมารอบๆ กลัวได้ยินเสียงพูด กลัวแม้กระทั่งลมที่ผ่านหู ภาวนาจนไม่ไหวแล้ว จึงนึกในใจว่า "พอแล้วหนอ รับไม่ไหวแล้วหนอ ไม่หลอกแล้วหนอ" พูดในใจซ้ำไปซ้ำมาสลับกับภาวนาอยู่แบบนี้ค่ะ  สักพักเสียงเคาะที่ได้ยินอยู่นั้นก็ค่อยๆหายไปค่ะ แปลกป่ะล่ะ สักพักก็เงียบไปเลยค่ะ เงียบสงัด... แล้วเจนก็ยังภาวนาต่อไป ใจที่เต้นรัวๆก็ค่อยๆเบาลง เบาลง จนจิตนิ่งค่ะ  มันเงียบจริงๆ เงียบจนได้ยินเสียงมอไซด์ไกลๆ ได้ยินจ๋อมๆ ของปลาในบ่อน้ำ เสียงใบไม้ล่วง เสียงไม้โลงศพลั่น เจนก็พูดในใจว่า "ลูกตั้งใจภาวนาต่อไปเรื่อยๆ ไม่หลอกแล้วหนอ  พองหนอ ยุบหนอ นั่งหนอ ถูกหนอ" สลับกันไปเรื่อยๆ พอหลังๆก็เริ่มภาวนา"เมื่อไหร่คนจะมารับหนอ" 5555 คือรู้สึกว่ามันโคตรนานอะ ทรมาณมาก กลัวก็กลัว อยากกลับมาก แต่ทำอะไรไม่ได้ไง นอกจากภาวนา

เวลาผ่าน นานเกินไปละ ......
"สาาาาาธุ " ได้ยินเสียงสาธุจากมออื่นค่ะ เป็นสัญญาณว่า จวนเวลาแล้วล่ะ  เดี๋ยวคนก็มารับแล้ว
ได้ยินสาธุอยู่สองหนค่ะ  ยิ่งได้ยิน ใจก็ชื้นนนค่ะ (แต่ก็ร้อนไปในตัวด้วยว่าเมื่อไหร่จะมารับกูบ้างวะ) งงมะ? เข้าใจฟิลใช่มะ
ขณะนั้นก็ได้ยินเสียงเท้าคนเดินไม่ใกล้ไม่ไกลค่ะ ไอเราก็ยิ้มในใจแล้วค่ะ รู้ว่าเขากำลังมารับเราแล้ว
ปรากฏว่า ไม่มีใครมารับค่ะ ใจเหี่ยวมาก

ก็นั่งภาวนาต่อค่ะ สักพัก ได้ยินเป็นเสียงคนคุยกันเบาๆ และเดินมาที่สะพานไม้หน้าทางเข้ามอที่เจนนั่งอยู่นี่เอง ก็ดีใจค่ะ ว่านี่ของจริงแน่
ภาวนาในใจว่า ขออย่าเจอแจกพอร์ททีหลังเล๊ยยย ไหนๆก็จะได้กลับแล้ว เอ่า! พองหนอ ยุบหนอ นั่งหนอ ถูกหนอ มารับแล้วหนอออออ
เจนได้ยินเสียงคนมารับเริ่มใกล้ขึ้นมาเรื่อยๆ  เขามาแล้วค่ะ มาแล้วค่ะ
ปั้ง !!! มาแล้วจริมๆด้วยย โคตรแฟนเต๋อ โลงของอาจารย์ที่เป็นข้าราชการ  เคาะโลงอีกแล้วค่ะ อย่างแรงและถี่มาก ยิ่งพระอาจารย์กำลังจะมาใกล้ ยิ่งหลอกกัน เหมือนตั้งใจมากเลย พอเจนนึกปั๊บ ท่านก็มาทักทายเลยค่ะ
สิ้นสุดเสียงเคาะ เจนรู้แล้วว่าพระอาจารย์และทุกคนเดินมาหยุดที่ด้านหลังแล้ว  เขาส่องไฟเข้ามา

"สาาาาธุ " ทุกคนพูดพร้อมกัน และก็เดินเข้ามารับเจน ที่ด้านใน เจนยังไม่กล้าลืมตาเลยเพราะไม่รู้ว่าที่มารับนั้นของจริงหรือภาพลวง จนพี่ไอซ์บอกว่าลืมตาได้แล้ว เจนถึงลืมตาขึ้นมา  
แม่งงโคตรโล่งอะ แล้วพระอาจารย์ก็พาสวดมนต์ ก่อนที่จะให้ขอพรกับอาจารย์ใหญ่ ตั้งใจมาขอแต่ตอนขอลืมหมดเลยค่ะ ก็ขอรวมๆไป แล้วพี่ไอซ์ก็พยุงเจนลุกขึ้น เดินไม่เป็นเลย ไม่ใช่อะไรนะ เหน็บชา ปวดไปทั้งขาเลยค่ะ ปวดหลังมาก บอกเลยว่ามันฝึกความอดทนของเราได้ดีเลยล่ะ
พอออกมาจากป่า เขาก็จะให้เราไปรับเหรียญศักดิ์สิทธิ์ แต่ต้องไปเอาคนเดียวในป่าและใช้ตะเกียงด้วย ห้ามใช้ไฟฉาย แปลกมาก ซึ่งเหรียญอยู่ในโลงที่มีกระดูกอาจารย์ใหญ่อยู่ แต่เจนสละสิทธิ์ เพราะไม่กล้าไปจริมๆ

กลับมาเล่าให้แม่และน้าฟัง ที่เจนเจออะ เบากว่าทุกคนในบ้านนะ คือแม่เองก็เจอหนักกว่ามาก ทั้งเสียงริเก มโหรี เสียงคนพูด ดินผลุด ต่างๆนาๆ แม่เจนแอบลืมตาด้วยค่ะ แกบอกว่าเห็นดวงไฟสีฟ้ากลมๆอยู่ตรงหน้าเลย  
เจนพูดไว้ว่าจะไปทำบุญให้อาจารย์ทุกท่าน ทั้งท่านที่เจนไม่ได้นั่งให้ด้วย กลับมาหอก็ไม่กล้านอนคนเดียวเลยไปนอนกับเพื่อน เพื่อนฝันว่า มีผู้หญิงบอกให้บอกเจนว่าไปทำบุญให้เขาได้แล้ว เขาอายุ 42  ตื่นมามันถามเจนเลยค่ะ น่าแปลกมั๊ย ตอนนี้ทำบุญเรียบร้อยแล้วค่ะ  

ถ้าใครมีโอกาส ก็ลองดูสักครั้งนะ นั่งกับอาจารย์ใหญ่ แล้วมาแชร์กัน
แก้ไขข้อความเมื่อ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 6
ผมถามหน่อย
นั่งแล้วมันได้อะไร คือมันทำให้จิตใจดีขึ้น
หรือยังไงอะครับ
อันนี้ถามจริงจัง ไม่ได้ไรนะครับ

เพราะผมมองว่าไร้สาระมากๆอะ สำหรับแนวคิดผมอะครับ
คือความเชื่อของคนไม่เหมือนกันอยู่แล้ว
คือให้ไปนั่งกะศพ ละมีเสียง --'
ผมก็กลัวนะความมืด แต่มาแบบนี้ผมว่ามันตลกอะ
แสงสีเสียงครบ นี่พระอาจารย์ทำเองหรือป่าว
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่