ฤาจะเป็นกลยุทธ์ของน้องเนเน่

ฤานี่คือกลยุทธ์ที่เนเน่ใช้ในการออดิชั่น AGT?

​ในโลกของการแข่งขันดนตรีระดับสากล โดยเฉพาะเวทีใหญ่อย่าง America's Got Talent (AGT) ภาพจำที่เราคุ้นเคยคือภาพของผู้เข้าแข่งขันที่พยายามเค้นความสามารถทั้งหมดที่มี เพื่อเดินไปให้ถึงบรรทัดฐานความสมบูรณ์แบบที่กรรมการผู้ทรงอิทธิพลอย่าง Simon Cowell ขีดเส้นเอาไว้

มาตรฐานของ Simon คือไม้บรรทัดที่เน้นความ "สะอาด" ชัดเจน เป๊ะทุกโน้ต และไร้ที่ติ

​แต่ถ้าสิ่งที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังทำบนเวที ไม่ใช่การพยายามเดินไปแตะมาตรฐานนั้นล่ะ?

​ถ้าคำตอบคือความตั้งใจที่จะสวนทาง...

เรากำลังเผชิญหน้ากับกลยุทธ์ที่เรียกว่า "Controlled Messy" หรือ "ความดิบที่ควบคุมได้"

​ขั้วตรงข้ามในโลกดนตรีร็อก: เมื่อความ "รก" คือศิลปะ

​ในประวัติศาสตร์ดนตรี โดยเฉพาะดนตรีร็อก คำว่า "Messy" หรือการเล่นที่ฟังดูรก หยาบ หรือกระจัดกระจาย ไม่เคยถูกตีความว่าเป็น "ความไร้ฝีมือ" เสมอไป

ในทางกลับกัน มันคืออาวุธลับที่ใช้ขับเคลื่อนอารมณ์และสร้างเอกลักษณ์ที่ความสมบูรณ์แบบไม่สามารถให้ได้

​หากเราจำแนกมือกีตาร์ระดับโลกออกเป็นสองขั้ว เราจะเห็นภาพนี้ชัดเจนที่สุด:

​ฝั่ง "Clean" (ความแม่นยำระดับห้องทดลอง):
ยอดฝีมือระดับไอคอนอย่าง John Petrucci, Steve Vai, Paul Gilbert หรือ Eric Johnson คือตัวแทนของความสมบูรณ์แบบ โน้ตทุกตัวที่สะบัดออกจากปลายนิ้วใสสะอาด คมชัด ราวกับเปิดฟังจากแผ่นซีดีในสตูดิโอ ไม่มีเสียงรบกวนแม้แต่มิลลิวินาทีเดียว นี่คือสิ่งที่ Simon มองหา

​ฝั่ง "Controlled Messy" (พลังและอารมณ์ดิบ):
มือกีตาร์ระดับตำนานกลับเลือกทางตรงกันข้าม
Jimi Hendrix จงใจใช้เสียงฟีดแบ็ก การขูดสาย และโน้ตที่ล้นเกินขอบเขตมาเขย่าประสาทคนฟัง,
Kurt Cobain แห่ง Nirvana ถ่ายทอดความสิ้นหวังผ่านซาวด์กีตาร์ที่ดิบและหยาบกร้าน,
Neil Young โซโลยาวๆ ด้วยความแตกพร่าที่ดูเหมือนจะหลุดจังหวะแต่บาดลึก หรือ
Stevie Ray Vaughan ที่แสดงสดพร้อมเสียงสายกระทบเฟรตแบบไม่สะอาด 100% แต่เต็มไปด้วยพลังที่คุมอยู่หมัด
แม้กระทั่งยอดฝีมือสายสปีดอย่าง Yngwie Malmsteen ในภาคแสดงสดบางครั้งก็ยอมเล่นเร็วล้นจนฟังดูรก เพื่อแลกกับความเสี่ยงและพลังงานที่พุ่งพล่าน

​ความแตกต่างสำคัญจึงอยู่ที่ ความต่างระหว่าง "Messy ที่ควบคุมได้" กับ "Messy เพราะควบคุมไม่ได้" อย่างหลังคือข้อบกพร่อง แต่อย่างแรกคือ "ความตั้งใจ" ที่จะทลายความเนี้ยบเพื่อรับใช้อารมณ์ของบทเพลง

และนี่คือสนามรบที่เนเน่เลือกเดิน เพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือกรรมการ

​Lateral Thinking: เมื่อเด็กอัจฉริยะไม่เล่นตามเกม

​คำถามที่ตามมาทันทีคือ สำหรับเด็กวัยนี้ กลยุทธ์ที่ล้ำลึกแบบนี้มันจะดูเกินอายุไปหรือไม่?

​ในทางทฤษฎีบริหารจัดการ มันอาจดูซับซ้อน แต่ในทางปฏิบัติของ "อัจฉริยะ" สิ่งนี้มักถูกขับเคลื่อนด้วย สัญชาตญาณศิลปิน (Intuition) ที่มองเห็นสัจธรรมว่า ถ้าลงแข่งในเกมที่ผู้ใหญ่สร้างกฎไว้ ยังไงก็ไม่มีทางชนะอย่างเบ็ดเสร็จ

​การคิดแบบเส้นตรง (Vertical Thinking) คือการที่เนเน่ต้องซ้อมหนักเพื่อเล่นให้เป๊ะที่สุด สะอาดที่สุด เพื่อให้ Simon พยักหน้ายอมรับ

แต่นั่นจะทำให้เธอกลายเป็นเพียง "นักดนตรีฝีมือดีอีกคนหนึ่ง" ในทำเนียบการประกวด 20 ปีของเขา

​แต่สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นการใช้ "Lateral Thinking" (การคิดนอกกรอบเชิงข้าง) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนโจทย์ใหม่ทั้งหมด:

​โจทย์เดิม: ทำอย่างไรให้เล่นได้สมบูรณ์แบบที่สุดตามมาตรฐานของ Simon?

​โจทย์ใหม่ของเนเน่: ทำอย่างไรให้ทักษะและความดื้อดึงทางดนตรีของเรา สร้างแรงสั่นสะเทือนจนมาตรฐานของ Simon กลายเป็นเรื่องล้าสมัย?

​เธอไม่ได้พยายามเดินไปหาจุดที่ Simon ยืนอยู่ แต่เธอสร้างจุดยืนใหม่ที่เต็มไปด้วย Vibe และพลังงานดิบ แล้วบีบให้ Simon ต้องหันกลับมามองในมุมของเธอแทน

​จากแทคติกฟุตบอล สู่การปฏิวัติกติกา

​หากยังเห็นภาพไม่ชัด ลองเปรียบเทียบความแตกต่างนี้ในเชิง "ฟุตบอล"
​การแก้โจทย์แบบแรก (Vertical Thinking) ก็เหมือนการวาง "แทคติก" ในสนาม พยายามจัดตัวผู้เล่น ปรับแผนการรุก-รับ แก้เกมไปตามสถานการณ์ เพื่อเอาชนะภายใต้กติกาเดิมที่สมาคมวางไว้

​แต่การแก้โจทย์แบบหลังของเนเน่ มันไม่ใช่แค่เรื่องของแทคติก... มันคือการ "เปลี่ยนกติกา" ไปเลย!

​มันเหมือนกับการที่ทีมหนึ่งเดินลงสนามแล้วบอกว่า ต่อจากนี้เราจะเปลี่ยนกฎล้ำหน้าใหม่ ปรับขนาดความกว้างของสนาม หรือกำหนดให้มีจุดพักเบรคดื่มน้ำกลางคัน

ทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำเพื่อความสวยงามตามตำราเดิม แต่ทำเพื่อเอื้อต่อสไตล์เกมที่ดุดัน มีพละกำลัง และเป็นรูปแบบใหม่ที่คู่แข่งไม่เคยซ้อมรับมือมาก่อน... และทั้งหมดนั้นทำไปเพื่อเป้าหมายเดียวคือ "ชัยชนะ"

​การเลือกความดิบที่ควบคุมได้ (Controlled Messy) ของเนเน่ จึงไม่ใช่แค่เรื่องความชอบส่วนตัวในสไตล์ดนตรีร็อก แต่มันคือการแก้โจทย์เชิงกลยุทธ์ที่คมคายที่สุด เมื่อคนดูทั้งฮอลล์เดือดพล่าน และอารมณ์ดนตรีมันทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์แบบ ต่อให้เป็นกรรมการที่เน้นความเนี้ยบแค่ไหน ก็ไม่มีไม้บรรทัดอันไหนมาวัดหรือหักคะแนนความรู้สึกนั้นได้

​ด้ามขวานผุบนยอดเขา: พลังแห่งการจดจ่อที่ไร้กาลเวลา
​เบื้องหลังกลยุทธ์อันเหนือชั้น และ Vibe ดนตรีที่พุ่งพล่านจนเขย่าเวทีระดับโลกได้นั้น แน่นอนว่ามันต้องแลกมาด้วย "ชั่วโมงบิน" และการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง ชนิดที่คนนอกยากจะจินตนาการ

​มีนิทานจีนคลาสสิกเรื่องหนึ่ง เล่าถึงชายผู้คลั่งไคล้ในศาสตร์หมากรุกจีน เขาเดินขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อประลองฝีมือกับอาจารย์ท่านหนึ่ง ทั้งคู่ผลัดกันรุกรับ เดินหมากด้วยความเพลิดเพลินเพราะเจอคนที่รู้ใจ จนลืมเวลาลืมโลกภายนอกไปเสียสนิท

​เมื่อร่ำลากันเสร็จ ชายคนนั้นเดินกลับลงมาจากเขา ปรากฏว่าทุกสิ่งทุกอย่างในหมู่บ้านเปลี่ยนไปหมดแล้ว ภรรยาของเขาแก่เฒ่าจนเดินเหินลำบาก ส่วนลูกชายที่เคยอุ้มในวัย 2 ขวบ ก็เติบโตจนมีครอบครัวของตัวเอง เวลาในโลกมนุษย์ผ่านไปเป็นสิบๆ ปี แต่เขากลับหันมารำพึงกับตัวเองว่า...

​"กูว่ากูเพิ่งเล่นกับอาจารย์ไปแป๊บเดียวเองนะเนี่ย"

​ในมุมหนึ่ง นิทานเรื่องนี้อาจเป็นคำเตือนเรื่องเวลา แต่ในอีกมุมหนึ่ง—โดยเฉพาะในมุมของการฝึกฝนเพื่อความเป็นเลิศ—นี่คือภาพสะท้อนของภาวะ "Flow State" หรือความสุขขั้นสุดยอดที่เกิดจากการได้อยู่กับสิ่งที่รัก จนเวลาไม่มีความหมายอีกต่อไป

​หยาดเหงื่อและความทุ่มเทของเนเน่ในการฝึกซ้อมดนตรีก็คงไม่ต่างกัน สำหรับคนอื่น การนั่งซ้อมจับกีตาร์ ซ้อมร้องเพลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าวันละหลายชั่วโมงอาจดูเป็นเรื่องเหน็ดเหนื่อยและน่าเบื่อหน่าย
แต่สำหรับเนเน่ วินาทีที่เธอได้จดจ่ออยู่กับตัวโน้ตและเสียงเพลง เธออาจจะรู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านไปแค่ "แป๊บเดียว" เท่านั้น

​ความพยายามที่ขับเคลื่อนด้วยความรักจนลืมวันลืมคืนเช่นนี้ คือวัตถุดิบชั้นดีที่หล่อหลอมให้ "ความดิบ" ของเธอกลายเป็นความดิบที่ทรงพลังและควบคุมได้

และเมื่อใดก็ตามที่เธอก้าวขึ้นไปยืนบนเวที AGT... โลกทั้งใบและกรรมการทุกคน ก็อาจจะตกอยู่ในภวังค์จนรู้สึกว่า เวลาการแสดงของเธอนั้นผ่านไปเพียง "แป๊บเดียว" เช่นกัน

​ขอเป็นกำลังใจให้ทุกชั่วโมงของการฝึกซ้อมบนยอดเขาดนตรีของเนเน่... จงเพลิดเพลินกับการเดินหมากในโลกของตัวเองต่อไป เพราะในท้ายที่สุด ชัยชนะที่ได้มาจะงดงามและคุ้มค่ากับทุกวินาทีที่เสียไปอย่างแน่นอน!

​ร่วมกันผนึกกำลังระหว่าง
กาญจน์ พิมลเกียรติ กับ Gemini


ขอบคุณภาพจาก AGT
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่