JJNY : เปิดชื่อ 4 กท.ไม่ส่งข้อมูล│เท้งชี้เป็นเรื่องดี ถ้าปชช.ได้ประโยชน์│ปชน.จี้ปล่อยตัวนักกิจกรรม│ชาวสวนมะพร้าวโต้ศุภจี

รักชนก เปิดชื่อ 4กระทรวง ไม่ส่งข้อมูลงบ 70 หาดใหญ่ขอเจ็ตสกี 4 สูบ 8 ล้านบาท
https://www.matichon.co.th/politics/news_5801340
.

.
รักชนก เปิดชื่อ 4 กระทรวง ไม่ส่งข้อมูลงบ 70 หาดใหญ่ขอเจ็ตสกี 4 สูบ 8 ล้านบาท
.
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 กรกฎาคม ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวเปิดบรรยายถึงการศึกษาการจัดทำงบประมาณว่า ทำไมเราถึงต้องสนใจเรื่องงบประมาณ เพราะงบประมาณอยู่รอบตัวเราตั้งแต่ลืมตาดูโลกเราจะได้ค่าเลี้ยงดูบุตรเท่าไหร่ จะได้รับการศึกษาแบบใด รวมถึงปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง เหล่านี้เกี่ยวข้องกับการศึกษางบประมาณทั้งสิ้น ซึ่งการบริหารราชการแผ่นดิน ประกอบด้วยคน คือ ข้าราชการ ลูกจ้าง กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎระเบียบ เราจะกำกับให้ใครได้สิทธิเสียสิทธิอะไรเกิดจากกฎหมาย และงบประมาณ
.
น.ส.รักชนกกล่าวต่อว่า การจะแก้ไขปัญหาหรือขับเคลื่อนอะไรต้องใช้ 3 อย่างคือ คน กฎ งบ และการที่เราต้องรู้เรื่องงบประมาณเพื่อจะได้รู้ว่าคนที่สัญญากับเราในช่วงเลือกตั้ง มีความจริงใจที่จะทำในสิ่งที่เขาพูดจริงๆ หรือไม่ ทางนี้ก่อนจะมีเล่มงบประมาณขาวคาดแดง จะต้องมีคำของบประมาณก่อน ซึ่งจะมีมูลค่าเป็น 2 เท่าของงบประมาณที่จะได้รับที่จะได้รับการจัดสรรจริง โดยงบประมาณปี 2570 กมธ.ติดตามงบ ได้ทำหนังสือส่งไปทุกกระทรวง ทุกกรม ทุกท้องถิ่น ซึ่งท้องถิ่นส่งกลับมาให้กรรมาธิการเหมือนต้องการจะฟ้องว่าสำนักงบประมาณตัดงบ แต่กระทรวงกลับหวงคำของบประมาณมาก เพราะไม่อยากให้เห็นว่าทำคำของบมาแบบไหน
.
น.ส.รักชนกกล่าวต่อว่า ขอเปิดชื่อกระทรวงที่ไม่ส่งข้อมูลให้กับ กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กระทรวงพลังงาน กระทรวงสาธารณสุข ส่วนกระทรวงที่ส่งข้อมูลน้อยมาก คือกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศ สำหรับกระทรวงที่ส่งข้อมูลคำของบประมาณมาให้แล้วแต่ถอนกลับคือ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
.
น.ส.รักชนกกล่าวด้วยว่า เมื่อไปดูรายละเอียดของคำของบประมาณ เช่น เทศบาลนครหาดใหญ่พบว่า เจ็ตสกีเครื่องยนต์ 4 สูบ 4 จังหวะ จำนวน 8 ล้านบาท แล้วยังมีคำของบประมาณห้องเรียนอัจฉริยะ ทำให้ประชาชนเห็นว่าเรื่องนี้ใครพูดจริง เพราะจะเห็นว่าท้องถิ่นขอมาแต่รัฐบาลอาจจะอนุมัติงบกลางให้ เวลาจะดูว่ารัฐบาลมีความจริงใจพูดความจริงกับเราหรือไม่ ว่าใส่ใจก็ไปดูการตั้งงบประมาณ หรือตั้งโครงการอะไรในการดูแล จึงต้องตั้งคำถามว่าหลายเรื่องทำไมรัฐบาลถึงไม่ตั้งงบปกติในการแก้ไขปัญหา
.
น.ส.รักชนกกล่าวต่อว่า หลายคนมักจะมองพวกเราที่เป็น ส.ส.ด้วยความชื่นชมเป็นความหวัง แต่การที่จะเปลี่ยนแปลงสร้างสรรค์ประเทศให้ดีขึ้นไม่ได้อยู่ในมือของพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือมือของใครคนใดคนหนึ่ง แต่อยู่ในมือของทุกคน และการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ทุกคนต้องช่วยกันส่งเสียง เช่น กรณีล่าสุดแนวคิดปรับเกณฑ์ ลูกใช้สิทธิดูแลพ่อแม่เพื่อลดหย่อนภาษี และตัดสิทธิพ่อแม่ในการรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแต่ถูกประชาชนและสื่อวิพากษ์วิจารณ์ สุดท้ายก็ต้องพิจารณาปรับลดเกณฑ์นี้ออกไป รวมถึงโครงการ TH-AI Passport ที่ถูกจับตา จนรัฐบาลต้องยอมขยับและมีการแก้ไขสัญญาจากงบประมาณเหมาจ่าย ให้ใช้ได้คุ้มค่ามากขึ้นเล็กน้อย แม้พรรคประชาชนอยากจะให้ยกเลิกโครงการนี้ก็ตาม
.
น.ส.รักชนกกล่าวด้วยว่า หวังว่าผลของการวิพากษ์วิจารณ์น่าจะส่งผลให้สำนักงบประมาณ ตัดโครงการนี้ออกทั้งโครงการในปีหน้า จึงไม่อยากให้คิดว่าเมื่อเราด่าหรือวิพากษ์วิจารณ์หรือพูดไปแล้วจะไม่มีอะไร หรือเขาไม่ฟังเรา ถ้าเราเป็นเสียงเดียวก็อาจจะถูกละเลย แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารวมกันเป็นกลุ่มก่อน และร่วมกันชี้ว่าอะไรคือปัญหาของประเทศ ไม่ว่าจะอย่างไรเราก็ต้องฟัง สุดท้ายเราก็ยังมีอำนาจในมือด้วยการลงโทษในอีก 3 ปีข้างหน้าหากเขาไม่ฟังเสียงของเรา
.
น.ส.รักชนกกล่าวอีกว่า ระบบงบประมาณที่เราอยากเห็น คือระบบป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น ตั้งแต่ต้นทางด้วยการเปิดเผยข้อมูล ให้สาธารณชนรับทราบ ให้เข้าถึงข้อมูลได้เหมือนที่พรรคประชาชนเรียกร้องให้มีการถ่ายทอดสด ในกรรมาธิการงบประมาณแล้วมีคนมาล้อว่าถ่ายทอดแล้วยังไง มีคนดู 5 คน 10 คน แต่เป็นการทำให้ทุกอย่างโปร่งใส ประเด็นคือใครอยากดูต้องได้ดูเพราะคือภาษี เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานว่าเขาเอาเงินไปทำอะไร
.

.
เท้ง ชี้ 3 อดีตนายกฯ ชินวัตร พบผู้นำอาเซียน เป็นเรื่องดี ถ้าประชาชนได้ประโยชน์
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10319285
.
เท้ง มอง ‘3 อดีตนายกฯ ตระกูลชินวัตร’ เดินสายพบผู้นำอาเซียน เป็นเรื่องดี ถ้าประชาชนได้ประโยชน์ ติง ‘อนุทิน’ ควรแอ็กชั่นปัญหาส่งออกกุ้งให้เร็วกว่านี้
.
เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 11 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณี 3 อดีตนายกรัฐมนตรีครอบครัวชินวัตร ประกอบด้วย นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินสายพบปะผู้นำในประเทศอาเซียน มองว่ามีนัยยะทางการเมืองหรือไม่
.
โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้คนที่ควรตอบคำถามมากที่สุด คือ ตัวนายกรัฐมนตรี อย่างที่มีการโพสต์และสื่อสารออกมาถึงปัญหากับประเทศมาเลเซีย คือ เรื่องการส่งออกกุ้ง ซึ่งส่วนตัวคิดว่าแอ็กชั่นของนายกฯ อาจจะช้าเกินไป
.
ทั้งนี้ ตั้งแต่มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา เราก็เคยบอกไปแล้วว่า หากดำเนินการเรื่องนี้ช้า เกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งจะได้รับความเสียหาย เพราะหากกุ้งตายก็จะตายทั้งบ่อในช่วงเวลา 1-2 สัปดาห์ ซึ่งคนที่ควรจะมีแอ็กชั่นที่เร็วกว่านี้และหาทางออกให้กับเกษตรกรก็คือนายกฯ
.
เมื่อถามย้ำว่า มองว่าในทางการเมืองมีนัยยะอะไรหรือไม่กับการเดินสายดังกล่าวของ 3 อดีตนายกฯ ตระกูลชินวัตร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นัยยะทางการเมืองให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน การเดินทางไปเจรจา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอดีตนักการเมืองหรือนักการเมืองปัจจุบันที่เดินทางไปเจรจา เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับคนในประเทศก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น
.
แต่สิ่งสำคัญ คือ คนที่เป็นนายกฯ ในขณะที่ดำรงตำแหน่งก็ควรจะใช้อำนาจที่มีให้แอคทีฟ รวดเร็ว และแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที
.
อีกหนึ่งสิ่งที่พวกเราเรียกร้องมาโดยตลอด คือ การรับผิดชอบต่อสภาฯ มาตอบกระทู้ในสภาฯ บ้าง ซึ่งเข้าใจว่ามีภารกิจหลายอย่าง แต่เราก็รู้กันดีว่าการตอบกระทู้ถามสดจะมีในวันพฤหัสบดี ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของนายกฯ ที่ต้องล็อกเวลามารับผิดชอบตอบกระทู้สด ซึ่งเป็นหน้าที่พื้นฐานของคนเป็นนายกฯ ที่ต้องทำ” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวของครอบครัวชินวัตรจะสะเทือนถึงรัฐบาลหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จะสะเทือนไม่สะเทือนนั้น ขึ้นอยู่ที่ว่าเคลื่อนไหวแล้วประชาชนได้ประโยชน์หรือไม่ ถ้าประชาชนได้ประโยชน์ก็คงไม่มีข้อเสียหายอะไร และในหน้าที่ของฝ่ายค้านเอง หากเราจะตั้งคำถามโดยตรงก็คงจะตั้งคำถามไปยังนายกฯ
.
เมื่อถามกรณีมีกระแสข่าวว่า นายทักษิณเดินทางไปพูดคุยเรื่องกุ้งกับนายกฯ มาเลเซีย ก่อนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย จะเดินทางไป ถือเป็นการแทรกแซงการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น คือใครก็ตามที่เข้าไปพูดคุยแล้ว สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้
.
ส่วนตัวจะตอบแทนนายทักษิณไม่ได้ว่า นอกจากเรื่องกุ้งแล้วได้ไปคุยเรื่องอะไรอีกบ้าง ซึ่งหน้าที่ของฝ่ายค้าน เราเรียกร้องคนที่อยู่ในตำแหน่ง คือ นายกฯ ที่ควรจะมีแอ็กชั่นได้เร็วกว่านี้
.

.
สส.ปชน. ร่อนแถลงจี้รบ. ปล่อยตัว จางซิ่นเยี่ยน นักกิจกรรม ให้ลี้ภัยไปแคนาดา-หยุดละเมิดกม.ระหว่างประเทศ.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5801466
.
สส.ปชน. ร่อนแถลงจี้รบ. ปล่อยตัว จางซิ่นเยี่ยน นักกิจกรรม ให้ลี้ภัยไปแคนาดา-หยุดละเมิดกม.ระหว่างประเทศ
.
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม นายสรศักดิ์ สมรไกรสรกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ถึงกรณีที่ ‘จาง ซิ่นเยี่ยน’ (Zhang Xinyen) นักกิจกรรมประชาธิปไตย ฮ่องกง ถูกห้ามไม่ให้ขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางไปลี้ภัยตั้งถิ่นฐานที่แคนาดา โดยระบุว่า
.
แถลงการณ์ / เรียกร้องต่อรัฐบาล เรื่อง: ยุติการกักขังและขัดขวาง ‘จาง ซิ่นเยี่ยน’ ลี้ภัยไปแคนาดา หยุดละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
.
จากกรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ทางการไทยได้ขัดขวางไม่ให้ นางจาง ซิ่นเยี่ยน (Zhang Xinyan) วัย 54 ปี นักรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยชาวจีนและสมาชิกกลุ่ม “Hong Kong Parliament” เดินทางขึ้นเครื่องบินเพื่อไปลี้ภัยตั้งถิ่นฐานยังประเทศแคนาดา และได้นำตัวเธอกลับไปกักขังไว้ที่สถานกักกันคนต่างด้าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซอยสวนพลู ด้วยข้อหาอาศัยอยู่ในประเทศไทยเกินกำหนด (Overstay) นั้น
.
ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการกระทำของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการทำลายโอกาสในการแสวงหาความปลอดภัยในประเทศที่สามของผู้ลี้ภัย แต่ยังสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะนำไปสู่การผลักดันส่งกลับไปยังประเทศจีน ซึ่งเธอเป็นผู้ต้องหาคดีความมั่นคงและถูกตั้งค่าหัวสูงถึง 200,000 ดอลลาร์ฮ่องกง การขัดขวางและกักขังในครั้งนี้ จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักมนุษยธรรมและบรรทัดฐานสากลอย่างร้ายแรง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้:
.
▪︎ การละเมิดหลักกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ (Customary International Law):
แม้ประเทศไทยไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย ค.ศ. 1951 แต่หลักการห้ามผลักดันกลับ (Non-Refoulement) ได้ตกผลึกเป็นกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศเพราะได้รับการยอมรับและปฏิบัติตามอย่างต่อเนื่อง จึงมีผลบังคับใช้กับทุกรัฐโดยไม่มีข้อยกเว้น ภายใต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ หลักการนี้คุ้มครองทุกคนไม่ให้ถูกส่งตัวกลับไปเผชิญการประหัตประหารหรือการทรมาน การที่ทางการไทยใช้ข้อหา Overstay มาเป็นเครื่องมือจับกุมและกีดกันไม่ให้เธอเดินทางไปประเทศที่สามที่ตอบรับการลี้ภัยแล้ว จึงเป็นการเพิกเฉยต่อสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองอย่างสิ้นเชิง
.
▪︎ การฝ่าฝืนกฎหมายภายในประเทศ:
.
การที่จาง ซิ่นเยี่ยน ถูกตั้งค่าหัวและถูกหมายหัวจากทางการจีน เป็นเหตุผลอันควรเชื่อได้ว่าหากเธอถูกผลักดันกลับ เธอจะตกอยู่ในอันตรายที่จะถูกกระทำทรมาน หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งการส่งตัวกลับในลักษณะนี้ ถือเป็นการฝ่าฝืน พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 มาตรา 13 อย่างชัดเจน ที่ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐขับไล่ หรือส่งบุคคลกลับไปเผชิญอันตรายดังกล่าว
.
▪︎ การทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและทำให้ไทยแปลกแยก:
.
ในอดีต รัฐบาลไทยเคยมีประวัติการบังคับส่งกลับผู้ลี้ภัยเพื่อให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ทวิภาคีกับประเทศมหาอำนาจเหนือสิทธิมนุษยชน เช่น กรณีการผลักดันชาวอุยกูร์ให้แก่ทางการจีน หรือการกักขังชาวอุยกูร์ที่ ต.ม. สวนพลู ยาวนานกว่า 11 ปี การที่ทางการไทยขัดขวางไม่ให้ จาง ซิ่นเยี่ยน เดินทางไปประเทศแคนาดาทั้งที่แคนาดาตอบรับการตั้งถิ่นฐานแล้ว ถือเป็นการปฏิบัติประเทศพันธมิตรที่ไร้หลักการสมควรถูกประนามอย่างรุนแรง และตอกย้ำภาพลักษณ์ว่ารัฐบาลไทยพร้อมละทิ้งพันธกรณีทางจริยธรรมเพื่อเอาใจมหาอำนาจ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยยิ่งแปลกแยกจากสังคมโลกและขาดความน่าเชื่อถือจนยากที่จะแก้ไข
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่