ผู้หญิงเรายุคนี้หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น และหนึ่งในซูเปอร์ฟู้ดพื้นบ้านที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ ก็คือ งาดำ เม็ดเล็กๆ สีดำเข้มที่อุดมไปด้วยแคลเซียม วิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดีที่ช่วยบำรุงทั้งผิวพรรณ เส้นผม และกระดูก แต่ทราบไหมคะว่า การทานงาดำให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้น มีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่เรามักจะมองข้ามไป วันนี้เรามาดูกันค่ะว่าทานอย่างไรถึงจะถูกวิธีและได้คุณค่าสารอาหารครบถ้วนที่สุด
คั่วให้หอมก่อนทาน
งาดำดิบอาจมีสารบางชนิดที่คอยขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมและแร่ธาตุในร่างกาย การนำงาดำไปคั่วด้วยไฟอ่อนๆ จนส่งกลิ่นหอม นอกจากจะช่วยเพิ่มความอร่อยและทำให้น่าทานมากขึ้นแล้ว ความร้อนยังช่วยทำลายสารขัดขวางเหล่านั้น ทำให้ร่างกายของเราสามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้อย่างเต็มที่มากขึ้นค่ะ
ต้องบดให้แตกเพื่อการดูดซึม
นี่คือข้อผิดพลาดที่ผู้หญิงหลายคนทำบ่อยที่สุด คือการโรยงาดำเป็นเม็ดๆ ลงบนข้าวหรือเครื่องดื่มแล้วเคี้ยวกลืนไปเลย เนื่องจากเปลือกภายนอกของงาดำมีความแข็งและเหนียวมาก หากเราไม่เคี้ยวให้ละเอียดหรือนำไปบดให้แตกก่อน ร่างกายจะไม่สามารถย่อยเปลือกนี้ได้ และจะขับถ่ายออกมาเป็นเม็ดๆ เหมือนเดิม เท่ากับว่าเราแทบไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ดังนั้น ก่อนทานควรนำไปตำหรือบดหยาบๆ ให้เม็ดแตกออกก่อนนะคะ
ปริมาณที่พอดีในแต่ละวัน
ขึ้นชื่อว่าของดี แต่ทานมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียได้ งาดำให้พลังงานและมีน้ำมันตามธรรมชาติค่อนข้างสูง ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงเราคือประมาณวันละหนึ่งถึงสองช้อนโต๊ะก็เพียงพอแล้วค่ะ การทานมากเกินไปอาจทำให้ท้องอืด หรือได้รับพลังงานเกินความจำเป็นจนทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว
การเก็บรักษาเพื่อคงคุณค่า
หลังจากคั่วและบดงาดำเสร็จเรียบร้อยแล้ว แนะนำให้เก็บไว้ในภาชนะที่แห้งและปิดสนิท หลีกเลี่ยงแสงแดดและความชื้น หรือจะเก็บไว้ในตู้เย็นก็ได้ค่ะ เพราะน้ำมันในงาดำหากโดนความร้อนและอากาศนานๆ จะเกิดปฏิกิริยาทำให้มีกลิ่นหืนและสูญเสียคุณค่าทางอาหารไป การเก็บรักษาที่ถูกต้องจะช่วยให้เรามีงาดำที่ทั้งหอมและดีต่อสุขภาพไว้ทานได้นานขึ้น
การดูแลสุขภาพเริ่มต้นได้จากสิ่งเล็กๆ รอบตัวค่ะ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานงาดำตามวิธีเหล่านี้ จากเม็ดงาธรรมดาก็จะกลายเป็นยาอายุวัฒนะชั้นดีที่ช่วยดูแลความงามและสุขภาพของผู้หญิงเราจากภายในสู่ภายนอกได้อย่างแท้จริงค่ะ
เคล็ดลับ! รู้จักวิธีกินงาดำให้ได้ประโยชน์เต็มร้อย
คั่วให้หอมก่อนทาน
งาดำดิบอาจมีสารบางชนิดที่คอยขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมและแร่ธาตุในร่างกาย การนำงาดำไปคั่วด้วยไฟอ่อนๆ จนส่งกลิ่นหอม นอกจากจะช่วยเพิ่มความอร่อยและทำให้น่าทานมากขึ้นแล้ว ความร้อนยังช่วยทำลายสารขัดขวางเหล่านั้น ทำให้ร่างกายของเราสามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้อย่างเต็มที่มากขึ้นค่ะ
ต้องบดให้แตกเพื่อการดูดซึม
นี่คือข้อผิดพลาดที่ผู้หญิงหลายคนทำบ่อยที่สุด คือการโรยงาดำเป็นเม็ดๆ ลงบนข้าวหรือเครื่องดื่มแล้วเคี้ยวกลืนไปเลย เนื่องจากเปลือกภายนอกของงาดำมีความแข็งและเหนียวมาก หากเราไม่เคี้ยวให้ละเอียดหรือนำไปบดให้แตกก่อน ร่างกายจะไม่สามารถย่อยเปลือกนี้ได้ และจะขับถ่ายออกมาเป็นเม็ดๆ เหมือนเดิม เท่ากับว่าเราแทบไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ดังนั้น ก่อนทานควรนำไปตำหรือบดหยาบๆ ให้เม็ดแตกออกก่อนนะคะ
ปริมาณที่พอดีในแต่ละวัน
ขึ้นชื่อว่าของดี แต่ทานมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียได้ งาดำให้พลังงานและมีน้ำมันตามธรรมชาติค่อนข้างสูง ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงเราคือประมาณวันละหนึ่งถึงสองช้อนโต๊ะก็เพียงพอแล้วค่ะ การทานมากเกินไปอาจทำให้ท้องอืด หรือได้รับพลังงานเกินความจำเป็นจนทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว
การเก็บรักษาเพื่อคงคุณค่า
หลังจากคั่วและบดงาดำเสร็จเรียบร้อยแล้ว แนะนำให้เก็บไว้ในภาชนะที่แห้งและปิดสนิท หลีกเลี่ยงแสงแดดและความชื้น หรือจะเก็บไว้ในตู้เย็นก็ได้ค่ะ เพราะน้ำมันในงาดำหากโดนความร้อนและอากาศนานๆ จะเกิดปฏิกิริยาทำให้มีกลิ่นหืนและสูญเสียคุณค่าทางอาหารไป การเก็บรักษาที่ถูกต้องจะช่วยให้เรามีงาดำที่ทั้งหอมและดีต่อสุขภาพไว้ทานได้นานขึ้น
การดูแลสุขภาพเริ่มต้นได้จากสิ่งเล็กๆ รอบตัวค่ะ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานงาดำตามวิธีเหล่านี้ จากเม็ดงาธรรมดาก็จะกลายเป็นยาอายุวัฒนะชั้นดีที่ช่วยดูแลความงามและสุขภาพของผู้หญิงเราจากภายในสู่ภายนอกได้อย่างแท้จริงค่ะ