เมื่อรัฐบาลต้องเจอกับอาชญากรตัวฉกาจที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหลายรายการ
ทางรัฐบาลต้องการที่จะหยุดยั้งอิทธิผลมืดของมาเฟียรายนี้ให้ได้ แต่ทำยังไงก็จัดการไม่ได้สักที
นั่นทำให้งานดีงกล่าวต้องถึงมือของสิงฮัม ยอดตำรวจผู้ที่ไม่อาจอ่อนข้อให้กับอาชญากรรมต่างๆในสังคมได้
สิงฮัม ยินดีรับหน้าที่ดังกล่าวทันทีด้วยความเต็มใจยิ่ง
ด้วยความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวสิงฮัมเดินทางไปยังสิงหรยาโกณฑะเมืองเล็กๆต้นตอของปัญหาทั้งหมด
เขาเริ่มขั้นตอนในการทำลายกลุ่มอาชญากรไปทีละนิดๆพร้อมทั้งบรรดาลูกสมุนของฝ่ายศัตรู
แน่นอนว่าเขาต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบาก ต้องเฉียดเป็นเฉียดตายหลายหน
ขึ้นเหนือล่องใต้ บุกน้ำลุยไฟ เขาจะทำภารกิจนี้ได้สำเร็จหรือไม่
Singham 123 เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นตลกล้อเลียนภาษาเตลูกู ผลงานการกำกับเรื่องแรกของ Akshat Ajay Sharma
เขียนบทและอำนวยการสร้างโดย Manchu Vishnu นำแสดงโดย ซัมปูร์เนช บาบู รับบทนำ
โดยทำออกมาในรูปแบบของหนังแผ่นไม่ได้ฉายเข้าโรงแต่อย่างใด
ซัมปูร์เนช บาบู คนนี้เป็นนักแสดงตลกล้อเลียนที่ดังมากของ Tollywood (วงการหนังเตลูกู) ครับ
แจ้งเกิดกับหนังแนวนี้มาก่อนหน้าในปี 2014 กับเรื่อง Hrudaya Kaleyam จอมโจรสุดเพี้ยน
มาครั้งนี้ เจ้าตัวกลับมาอีกครั้งกับบทตรงกันข้ามกันบ้าง จากโจรมาเป็นยอดตำรวจผู้ยิ่งใหญ่ไร้เทียมทานนามว่า สิงฮัม
หนังเรื่องนี้จับเอาหนังฮินดีที่ชื่อว่า Singham ของพระเอกดังของบอลลีวู้ดอย่าง Ajay Devgn
เรื่องของตำรวจตงฉินผู้ต่อสู้กับบรรดาอิทธิพลมืดทั้งหลาย เป็นหนังซี่รี่ย์ตำรวจที่ประสบความความสำเร็จอย่างมาก
ภาคแรกปี 2011 และภาค 3 ปี 2024 คิดดูว่าดังขนาดไหนทิ้งช่วงห่างนานขนาดนี้ยังขายได้ ..
สุดท้ายก็โดนจับมาทำเป็นหนังล้อเลียนซะ กลายเป็นหนังเรื่องนี้ Singam 123
(ตัวเลข 123 หมายถึง การจับเอา 3 ภาคมารวมเป็นภาคนี้ล่ะ)
แน่นอนว่าหนังตลกบทส่งแบบนี้พระเอกของเรื่องอย่างบาบู คือเดอะแบกคนเดียวทั้งหมด
จังหวะการแสดง การเลียนแบบท่าทางดาราในแวดวงหนังอินเดียหลายต่อหลายคนภายใต้ใบหน้าแสนจริงจังของเขา
เรียกเสียงฮาได้อย่างไม่ต้องสงสัย เรื่องของบทคุณไม่ต้องไปสนใจอะไรเลยครับ
เส้นเรื่องเดียวยาวๆ ไป ตำรวจจัดการผู้ร้ายง่ายๆ โคตรชิลล์
และเสน่ห์ของหนังแอ๊คชั่นอินเดียเรารู้ดีอยู่แล้วคือเรื่องของความแกร่งเกินผู้เกินคนของตัวเอก
เรื่องนี้ยิ่งไปกันใหญ่ สิงฮัมคือแทบจะเรียกว่าเทพเจ้าได้เลย ซีนบู๊ที่น่าเหลือเชื่อและความอัจฉริยะเกินมนุษย์ของตำรวจผู้นี้
ผมเชื่อและมั่นใจว่าคุณจะไม่มีทางเห็นทางที่ไหนได้อย่างแน่นอน
คุยกับปลาฉลามก็ได้ โอวววว
จับไก่มาเป็นลูกศร ทำเพื่อออออ
และที่เด็ดสุดจนเป็นอีก 1 มีมตลอดกาลนั่นก็คือ เอากล้วยมาเป็นอาวุธ!!!
ขนาดฉากร้องเพลงวิ่งข้ามเขาซึ่งเป็นจุดเด่นของหนังอินเดียสมัยก่อนยังเอามาล้อเลียนในเรื่องนี้เลยคิดดู (ปัจจุบันไม่มีแล้ว)
สรุปถือเป็นหนังอินเดียสายฮาระดับตำนานขนานแท้ ถอดสมองและชมไปแบบไม่ต้องคิดอะไรใดๆทั้งสิ้นเลยครับ
แถมตอนจบยังอุตส่าห์ปูทางไว้แบบมีภาคต่อด้วยซ้ำ แต่ส่วนตัวผมว่าน่าจะไม่มีอะไรให้ต่อแล้วล่ะ 5555
คือหนังอินเดียที่เค้าทำให้มันดูเว่อร์วังขนาดนี้ เค้าตั้งใจนะครับ ทำให้พระเอกเป็น superhero แบบบ้านๆ
เราคงมีโอกาสได้เห็นมีมหนังอินเดียเว่อร์หลายเรื่องในโลกโซเชี่ยล แล้วเราก็มานั่งขำกันว่าหนังดูตลกปัญญานิ่มไรงี้
คือเค้าจงใจทำให้มันเป็นแบบนั้นเพื่อความฮาแบบไร้ขีดจำกัด กับฮีโร่บ้านๆของพวกเค้า
ส่วนถ้าถามถึงวงการหนังอินเดียโดยรวม อันนี้เค้าพัฒนาไปไกลหลายปีแสงล่ะครับ
ลืมภาพวิ่งรอบเขาไปได้เลย มันไม่มีอีกแล้ว อย่างหนังเรื่องนี้ยังทำฉากมาล้อเลียนเลย
บทก็ดี แตะเรื่องที่กระทบต่อสังคมได้มากมายหลายมิติ ไม่ต้องมีห่วงเรื่องจะผ่านเซ็นเซอร์เซ็นซิทิฟแบบบ้านเรามั้ย
ลองเปิดใจดูนะครับ แล้วคุณจะรักหนังอินเดีย
=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===
== Singam 123 (2015) ยอดตำรวจในตำนานผู้ใช้กล้วยเป็นอาวุธ!!! ==
เมื่อรัฐบาลต้องเจอกับอาชญากรตัวฉกาจที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหลายรายการ
ทางรัฐบาลต้องการที่จะหยุดยั้งอิทธิผลมืดของมาเฟียรายนี้ให้ได้ แต่ทำยังไงก็จัดการไม่ได้สักที
นั่นทำให้งานดีงกล่าวต้องถึงมือของสิงฮัม ยอดตำรวจผู้ที่ไม่อาจอ่อนข้อให้กับอาชญากรรมต่างๆในสังคมได้
สิงฮัม ยินดีรับหน้าที่ดังกล่าวทันทีด้วยความเต็มใจยิ่ง
ด้วยความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวสิงฮัมเดินทางไปยังสิงหรยาโกณฑะเมืองเล็กๆต้นตอของปัญหาทั้งหมด
เขาเริ่มขั้นตอนในการทำลายกลุ่มอาชญากรไปทีละนิดๆพร้อมทั้งบรรดาลูกสมุนของฝ่ายศัตรู
แน่นอนว่าเขาต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบาก ต้องเฉียดเป็นเฉียดตายหลายหน
ขึ้นเหนือล่องใต้ บุกน้ำลุยไฟ เขาจะทำภารกิจนี้ได้สำเร็จหรือไม่
Singham 123 เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นตลกล้อเลียนภาษาเตลูกู ผลงานการกำกับเรื่องแรกของ Akshat Ajay Sharma
เขียนบทและอำนวยการสร้างโดย Manchu Vishnu นำแสดงโดย ซัมปูร์เนช บาบู รับบทนำ
โดยทำออกมาในรูปแบบของหนังแผ่นไม่ได้ฉายเข้าโรงแต่อย่างใด
ซัมปูร์เนช บาบู คนนี้เป็นนักแสดงตลกล้อเลียนที่ดังมากของ Tollywood (วงการหนังเตลูกู) ครับ
แจ้งเกิดกับหนังแนวนี้มาก่อนหน้าในปี 2014 กับเรื่อง Hrudaya Kaleyam จอมโจรสุดเพี้ยน
มาครั้งนี้ เจ้าตัวกลับมาอีกครั้งกับบทตรงกันข้ามกันบ้าง จากโจรมาเป็นยอดตำรวจผู้ยิ่งใหญ่ไร้เทียมทานนามว่า สิงฮัม
หนังเรื่องนี้จับเอาหนังฮินดีที่ชื่อว่า Singham ของพระเอกดังของบอลลีวู้ดอย่าง Ajay Devgn
เรื่องของตำรวจตงฉินผู้ต่อสู้กับบรรดาอิทธิพลมืดทั้งหลาย เป็นหนังซี่รี่ย์ตำรวจที่ประสบความความสำเร็จอย่างมาก
ภาคแรกปี 2011 และภาค 3 ปี 2024 คิดดูว่าดังขนาดไหนทิ้งช่วงห่างนานขนาดนี้ยังขายได้ ..
สุดท้ายก็โดนจับมาทำเป็นหนังล้อเลียนซะ กลายเป็นหนังเรื่องนี้ Singam 123
(ตัวเลข 123 หมายถึง การจับเอา 3 ภาคมารวมเป็นภาคนี้ล่ะ)
แน่นอนว่าหนังตลกบทส่งแบบนี้พระเอกของเรื่องอย่างบาบู คือเดอะแบกคนเดียวทั้งหมด
จังหวะการแสดง การเลียนแบบท่าทางดาราในแวดวงหนังอินเดียหลายต่อหลายคนภายใต้ใบหน้าแสนจริงจังของเขา
เรียกเสียงฮาได้อย่างไม่ต้องสงสัย เรื่องของบทคุณไม่ต้องไปสนใจอะไรเลยครับ
เส้นเรื่องเดียวยาวๆ ไป ตำรวจจัดการผู้ร้ายง่ายๆ โคตรชิลล์
และเสน่ห์ของหนังแอ๊คชั่นอินเดียเรารู้ดีอยู่แล้วคือเรื่องของความแกร่งเกินผู้เกินคนของตัวเอก
เรื่องนี้ยิ่งไปกันใหญ่ สิงฮัมคือแทบจะเรียกว่าเทพเจ้าได้เลย ซีนบู๊ที่น่าเหลือเชื่อและความอัจฉริยะเกินมนุษย์ของตำรวจผู้นี้
ผมเชื่อและมั่นใจว่าคุณจะไม่มีทางเห็นทางที่ไหนได้อย่างแน่นอน
คุยกับปลาฉลามก็ได้ โอวววว
จับไก่มาเป็นลูกศร ทำเพื่อออออ
และที่เด็ดสุดจนเป็นอีก 1 มีมตลอดกาลนั่นก็คือ เอากล้วยมาเป็นอาวุธ!!!
ขนาดฉากร้องเพลงวิ่งข้ามเขาซึ่งเป็นจุดเด่นของหนังอินเดียสมัยก่อนยังเอามาล้อเลียนในเรื่องนี้เลยคิดดู (ปัจจุบันไม่มีแล้ว)
สรุปถือเป็นหนังอินเดียสายฮาระดับตำนานขนานแท้ ถอดสมองและชมไปแบบไม่ต้องคิดอะไรใดๆทั้งสิ้นเลยครับ
แถมตอนจบยังอุตส่าห์ปูทางไว้แบบมีภาคต่อด้วยซ้ำ แต่ส่วนตัวผมว่าน่าจะไม่มีอะไรให้ต่อแล้วล่ะ 5555
คือหนังอินเดียที่เค้าทำให้มันดูเว่อร์วังขนาดนี้ เค้าตั้งใจนะครับ ทำให้พระเอกเป็น superhero แบบบ้านๆ
เราคงมีโอกาสได้เห็นมีมหนังอินเดียเว่อร์หลายเรื่องในโลกโซเชี่ยล แล้วเราก็มานั่งขำกันว่าหนังดูตลกปัญญานิ่มไรงี้
คือเค้าจงใจทำให้มันเป็นแบบนั้นเพื่อความฮาแบบไร้ขีดจำกัด กับฮีโร่บ้านๆของพวกเค้า
ส่วนถ้าถามถึงวงการหนังอินเดียโดยรวม อันนี้เค้าพัฒนาไปไกลหลายปีแสงล่ะครับ
ลืมภาพวิ่งรอบเขาไปได้เลย มันไม่มีอีกแล้ว อย่างหนังเรื่องนี้ยังทำฉากมาล้อเลียนเลย
บทก็ดี แตะเรื่องที่กระทบต่อสังคมได้มากมายหลายมิติ ไม่ต้องมีห่วงเรื่องจะผ่านเซ็นเซอร์เซ็นซิทิฟแบบบ้านเรามั้ย
ลองเปิดใจดูนะครับ แล้วคุณจะรักหนังอินเดีย
=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===