สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิป วันนี้ผมอยากมาแชร์ประสบการณ์และระบายความในใจเกี่ยวกับเรื่องหนี้สิน ที่เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยเจอ หรือกำลังเผชิญอยู่
"อิณาทานํ ทุกฺขํ โลเก" การกู้หนี้ เป็นทุกข์ในโลก
ประโยคนี้ผมเคยได้ยินมานานครับ แต่สารภาพตามตรงว่า ถ้าเราไม่ได้ตกอยู่ในสภาวะของการเป็นหนี้จริงๆ ก็คงไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกนี้ได้อย่างถ่องแท้เลย
ย้อนกลับไปตอนที่ผมเริ่มสร้างหนี้ก้อนแรก ตอนนั้นผมอายุประมาณ 20 ต้นๆ ครับ ชีวิตช่วงนั้นมันก็มีขึ้นๆ ลงๆ ไม่ได้ถึงกับขัดสนอดอยาก แต่ก็มีปัญหาเรื่องการหมุนเงินไม่ทันบ้าง รู้สึกเคว้งคว้าง ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งทางไหนดี
บางทีก็แอบคิดเล่นๆ หรือปลอบใจตัวเองด้วยประโยคที่ดัดแปลงมาว่า "นตฺถิ โลเก อนินฺณโต" คนไม่เป็นหนี้ ย่อมไม่มีในโลก... บางครั้งมันก็รู้สึกเหมือนเป็นวิบากกรรมที่ทำให้เราต้องมาเป็นหนี้ ทั้งที่ลึกๆ แล้วเราก็ไม่ได้อยากจะเป็นเลยครับ
พอเราเติบโตขึ้น อยู่ในสังคมที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย ธนาคารเสนอให้บัตรเครดิตมา ประกอบกับรถก็ผ่อนหมดแล้ว ผมก็เลยลองเอาเงินอนาคตเหล่านี้มาใช้เพื่อเรียนรู้บ้าง เอามาหมุนใช้ตอนที่ขัดสนบ้าง โดยที่ไม่ได้วางแผนอนาคตให้รัดกุมสักเท่าไหร่
ลองคำนวณดู ตอนอายุ 20 ต้นๆ หนี้ที่ผมสร้างไว้มันอยู่ประมาณ 50,000 - 60,000 บาทครับ ดูเหมือนอาจจะไม่เยอะสำหรับบางคนใช่ไหมครับ?
แต่พอชีวิตมันถึงจุดที่เป็น "ขาลง" จริงๆ...
พอไม่มี มันก็คือไม่มีเลยสักบาทครับ สภาพคล่องพังทลาย ทำให้ผมเริ่มค้างชำระ จากยอดห้าหกหมื่น ดอกเบี้ยเริ่มเดิน ทบต้นทบดอกไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายยอดหนี้รวมที่ผมต้องจ่ายทะยานขึ้นไปเป็น 100,000 บาท
ถึงจุดนี้ ผมเข้าใจดีครับว่า "เป็นหนี้ก็ต้องจ่าย" ทุกคนล้วนมีหน้าที่และเหตุผลเป็นของตัวเอง
"กมฺมุนา วตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
ทุกอย่างมันล้วนเป็นกรรม หรือ "การกระทำ" ของเราเองที่เราได้ทำไว้ ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบัน พอผมเริ่มได้มาศึกษาธรรมะ ก็ได้ซึมซับคำสอนเข้ามาเรื่อยๆ พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสสอนหลักธรรมในการใช้ชีวิตเพื่อไม่ให้เราต้องเป็นทุกข์ไว้มากมาย
เมื่อมองย้อนกลับไป ผมพยายามคิดในอีกแง่มุมหนึ่งครับ... ถ้าผมไม่ตกเป็นหนี้ก้อนนี้ตั้งแต่วันนี้ ในอนาคตผมอาจจะไปสร้างหนี้ก้อนที่ใหญ่กว่านี้มหาศาลก็ได้ เพราะตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจธรรมะและการใช้ชีวิตอย่างลึกซึ้งเท่านี้
ถึงแม้ในตอนนี้ ผมอาจจะยังไม่กล้าการันตี 100% ว่าตัวเองจะไม่เผลอไปสร้างหนี้ก้อนใหญ่อีก แต่อย่างน้อยบทเรียนนี้มันก็สลักลึกลงไปในใจผมแล้วครับ
ปัจจุบันนี้ผมอายุ 26 ปี กำลังพยายามตั้งใจทำงานและจ่ายหนี้ก้อนนี้ให้หมด และตั้งปณิธานกับตัวเองไว้ว่าจะพยายามนำหลักธรรมคำสอนมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต มีสติในการใช้จ่ายให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้ไม่ต้องกลับไปเป็น "ทุกข์" ในวงจรนี้อีกในอนาคต
ใครที่กำลังเป็นหนี้ หรือเคยผ่านจุดที่มืดมนที่สุดของการเป็นหนี้มาแล้ว มาแชร์ประสบการณ์ พูดคุย หรือให้ข้อคิดเตือนใจกันได้นะครับ ขอบคุณทุกคนที่สละเวลาเข้ามาอ่านครับ ขอให้ทุกคนหลุดพ้นจากวัฏจักรหนี้และพบกับความสงบสุขในชีวิตครับ
อิณาทานํ ทุกฺขํ โลเก" การกู้หนี้เป็นทุกข์ในโลก... บทเรียนหนี้ 1 แสนในวัย 26 ที่ทำให้ผมเข้าใจธรรมะ
"อิณาทานํ ทุกฺขํ โลเก" การกู้หนี้ เป็นทุกข์ในโลก
ประโยคนี้ผมเคยได้ยินมานานครับ แต่สารภาพตามตรงว่า ถ้าเราไม่ได้ตกอยู่ในสภาวะของการเป็นหนี้จริงๆ ก็คงไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกนี้ได้อย่างถ่องแท้เลย
ย้อนกลับไปตอนที่ผมเริ่มสร้างหนี้ก้อนแรก ตอนนั้นผมอายุประมาณ 20 ต้นๆ ครับ ชีวิตช่วงนั้นมันก็มีขึ้นๆ ลงๆ ไม่ได้ถึงกับขัดสนอดอยาก แต่ก็มีปัญหาเรื่องการหมุนเงินไม่ทันบ้าง รู้สึกเคว้งคว้าง ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งทางไหนดี
บางทีก็แอบคิดเล่นๆ หรือปลอบใจตัวเองด้วยประโยคที่ดัดแปลงมาว่า "นตฺถิ โลเก อนินฺณโต" คนไม่เป็นหนี้ ย่อมไม่มีในโลก... บางครั้งมันก็รู้สึกเหมือนเป็นวิบากกรรมที่ทำให้เราต้องมาเป็นหนี้ ทั้งที่ลึกๆ แล้วเราก็ไม่ได้อยากจะเป็นเลยครับ
พอเราเติบโตขึ้น อยู่ในสังคมที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย ธนาคารเสนอให้บัตรเครดิตมา ประกอบกับรถก็ผ่อนหมดแล้ว ผมก็เลยลองเอาเงินอนาคตเหล่านี้มาใช้เพื่อเรียนรู้บ้าง เอามาหมุนใช้ตอนที่ขัดสนบ้าง โดยที่ไม่ได้วางแผนอนาคตให้รัดกุมสักเท่าไหร่
ลองคำนวณดู ตอนอายุ 20 ต้นๆ หนี้ที่ผมสร้างไว้มันอยู่ประมาณ 50,000 - 60,000 บาทครับ ดูเหมือนอาจจะไม่เยอะสำหรับบางคนใช่ไหมครับ?
แต่พอชีวิตมันถึงจุดที่เป็น "ขาลง" จริงๆ...
พอไม่มี มันก็คือไม่มีเลยสักบาทครับ สภาพคล่องพังทลาย ทำให้ผมเริ่มค้างชำระ จากยอดห้าหกหมื่น ดอกเบี้ยเริ่มเดิน ทบต้นทบดอกไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายยอดหนี้รวมที่ผมต้องจ่ายทะยานขึ้นไปเป็น 100,000 บาท
ถึงจุดนี้ ผมเข้าใจดีครับว่า "เป็นหนี้ก็ต้องจ่าย" ทุกคนล้วนมีหน้าที่และเหตุผลเป็นของตัวเอง
"กมฺมุนา วตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
ทุกอย่างมันล้วนเป็นกรรม หรือ "การกระทำ" ของเราเองที่เราได้ทำไว้ ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบัน พอผมเริ่มได้มาศึกษาธรรมะ ก็ได้ซึมซับคำสอนเข้ามาเรื่อยๆ พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสสอนหลักธรรมในการใช้ชีวิตเพื่อไม่ให้เราต้องเป็นทุกข์ไว้มากมาย
เมื่อมองย้อนกลับไป ผมพยายามคิดในอีกแง่มุมหนึ่งครับ... ถ้าผมไม่ตกเป็นหนี้ก้อนนี้ตั้งแต่วันนี้ ในอนาคตผมอาจจะไปสร้างหนี้ก้อนที่ใหญ่กว่านี้มหาศาลก็ได้ เพราะตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจธรรมะและการใช้ชีวิตอย่างลึกซึ้งเท่านี้
ถึงแม้ในตอนนี้ ผมอาจจะยังไม่กล้าการันตี 100% ว่าตัวเองจะไม่เผลอไปสร้างหนี้ก้อนใหญ่อีก แต่อย่างน้อยบทเรียนนี้มันก็สลักลึกลงไปในใจผมแล้วครับ
ปัจจุบันนี้ผมอายุ 26 ปี กำลังพยายามตั้งใจทำงานและจ่ายหนี้ก้อนนี้ให้หมด และตั้งปณิธานกับตัวเองไว้ว่าจะพยายามนำหลักธรรมคำสอนมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต มีสติในการใช้จ่ายให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้ไม่ต้องกลับไปเป็น "ทุกข์" ในวงจรนี้อีกในอนาคต
ใครที่กำลังเป็นหนี้ หรือเคยผ่านจุดที่มืดมนที่สุดของการเป็นหนี้มาแล้ว มาแชร์ประสบการณ์ พูดคุย หรือให้ข้อคิดเตือนใจกันได้นะครับ ขอบคุณทุกคนที่สละเวลาเข้ามาอ่านครับ ขอให้ทุกคนหลุดพ้นจากวัฏจักรหนี้และพบกับความสงบสุขในชีวิตครับ