ช็อก! รักษาฟรี 30 บาท แต่โดนเรียกมัดจำ 3 หมื่น? แฉเบื้องหลัง "วิกฤติสาธารณสุข" ที่คนไทยทุกคนต้องรู้! (ฉบับเข้าใจง่าย)

     ข่าวใหญ่ที่ยะลาเพิ่งเกิดหมาดๆ เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2569 ผู้ป่วยอายุ 76 ปี ใช้สิทธิบัตรทอง แต่โดนโรงพยาบาลรัฐเรียกมัดจำถึง 30,000 บาทก่อนผ่าตัดหลอดเลือดแดงใหญ่! สรุปแล้วคำว่า "รักษาฟรี" ยังมีอยู่จริงไหม หรือเป็นแค่วาทกรรม? วันนี้ "ฟ้า" และ "ดาว" จากรายการเม้ามอยชีวิต จะมาแกะรอยปัญหาเชิงโครงสร้างนี้ให้ฟังกันแบบเพื่อนเม้าให้เพื่อนฟังค่ะ!

สวัสดีชาว Pantip ทุกคนค่ะ! วันนี้ขอแวะมาเปิดประเด็นร้อนที่กระทบกระเป๋าตังค์พวกเราทุกคนแน่ๆ ในอนาคต เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันคือ "รอยรั่วของระบบ" ที่ปล่อยไว้ไม่ได้แล้วค่ะ!

1. หมอไม่ได้ใจร้าย แต่ระบบมันบีบหัวใจ (The Reimbursement Gap)
        เหตุการณ์ที่ยะลา ปลัดกระทรวงสาธารณสุขยืนยันเองเลยว่า แพทย์เลือกใช้ "สเตนต์ (Stent Graft)" เพราะมีความเสี่ยงต่ำกว่าการผ่าตัดเปิดหน้าอกในผู้ป่วยสูงอายุ ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกจรรยาบรรณที่สุด! แต่... นวัตกรรมนำเข้าพวกนี้ราคาปาไป 200,000 - 300,000 บาทต่อราย! ในขณะที่ระบบเบิกจ่ายของ สปสช. (ระบบ DRG) จ่ายชดเชยให้โรงพยาบาลต่ำกว่าต้นทุนจริงราว 30,000 บาท แปลว่าทุกครั้งที่หมอช่วยชีวิตคนไข้แบบปลอดภัยที่สุด โรงพยาบาลต้องควักเนื้อจ่ายเอง 30,000 บาท พอขาดทุนสะสมหนักเข้า ทางออกที่เจ็บปวดที่สุดก็คือการหันมา "เก็บเงินมัดจำล่วงหน้า" จากญาติคนไข้นั่นเองค่ะ



2. ทางรอดระยะสั้น: เลิกผลักภาระให้คนไข้!

พี่ฟ้าในฐานะสายวางแผน ขอเสนอทางแก้เฉพาะหน้า (ภายใน 1 ปี) ที่ สปสช. ต้องรีบทำด่วนๆ ค่ะ
ตั้งกองทุนส่วนต่างอุปกรณ์ราคาสูง: แยกงบออกมาชัดเจนเลย สำหรับอุปกรณ์ที่แพงกว่าเรตปกติอย่างมีนัยสำคัญ
ระบบขออนุมัติล่วงหน้า (Prior Authorization): ถ้าคนไข้เข้าเกณฑ์ชัดเจน เช่น อายุเยอะ เสี่ยงสูง ให้โรงพยาบาลทำเรื่องเบิก สปสช. เต็มราคาได้เลย ไม่ต้องให้ญาติมาจ่ายมัดจำ
ห้ามเก็บมัดจำเด็ดขาด: ต้องออกกฎย้ำให้ชัดเจนว่า หัตถการที่อยู่ในสิทธิประโยชน์ ห้ามเรียกเก็บมัดจำ ถือว่าผิดกฎหมาย!



3. ทางรอดระยะกลาง-ยาว: ปฏิรูประบบให้ทันโลกเทคโนโลยี

น้องดาวขอบอกเลยว่า เทคโนโลยีการแพทย์มันพุ่งไปไกลมาก ถ้ารอแก้กฎหมายแบบเต่าคลาน ยังไงก็ไม่ทันกิน! ทางออกระยะยาวคือ:
Dynamic Pricing: ทบทวนอัตราเบิกจ่ายทุก 6 เดือน ให้สอดคล้องกับราคาตลาดเครื่องมือแพทย์ปัจจุบัน
จัดซื้อรวมระดับประเทศ: ให้องค์การเภสัชกรรมเจรจาต่อรองราคาสเตนต์ล็อตใหญ่กับผู้ผลิตไปเลย จะได้ส่วนลดมหาศาล
ตั้งกองทุนสำรองสำหรับนวัตกรรม (Innovation Reserve Fund): แยกงบออกมารองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ให้ผลลัพธ์ทางคลินิกดีกว่า โดยไม่เบียดเบียนงบเหมาจ่ายรายหัวปกติ



       นวัตกรรมที่ดีคือสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่ของแบรนด์เนมที่ต้องจ่ายแพงเสมอไปค่ะ! แล้วเพื่อนๆ ชาว Pantip ล่ะคะ? เคยมีประสบการณ์พาผู้ใหญ่ที่บ้านไปรักษาแล้วเจอค่าใช้จ่ายแฝงแปลกๆ นอกสิทธิ 30 บาทบ้างไหม? ลองมาแชร์ มาเม้ามอยแลกเปลี่ยนกันในคอมเมนต์ได้เลยนะคะ รออ่านของทุกคนอยู่ค่าาา! 👇✨

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่