จริง ๆ ผมไม่ได้มาอวดหรืออะไรนะครับ แต่มันเป็นแบบนี้มานานมากเหมือนกันครับ แต่ว่า นี่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรมากมายหรอกครับ จนกระทั่งผมได้เจอคนที่ผมแอบชอบจริง ๆ
ต้องบอกก่อนนะครับ ผมเองทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง หน้าที่งานของผมก็จะทำอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมตลอดทั้งวันและไม่ค่อยได้สนทนากับผู้คนมากนัก
พูดง่าย ๆ ตอนเช้าไปทำงาน ตกเย็นก็กลับ วนอยู่แบบนี้ สำหรับคนอื่นอาจจะดูเป็นเรื่องที่น่าเบื่อเอามาก ๆ แต่สำหรับผมแล้วการอยู่เงียบ ๆ มีเพลงคลอเบา ๆ และทำงานไปมันฆ่าเวลาไปไวมากแป๊ปเดียวก็เลิกงาน แต่ว่า ผมชอบนะ
แต่เรามาเข้าเรื่องกันเลย เวลาผมทำงานก็จะมีเพื่อนร่วมงานผู้หญิงเข้ามาป้อนงานให้ผมเป็นประจำ และที่ขาดไม่ได้ เธอมักจะซื้อกาแฟหรือไม่ก็ชาเย็นมาฝากผมอยู่เป็นประจำ
ดูท่าทีแล้วเธอเป็นคนที่นิสัยแฟนลี่ชอบเข้ามาตีสนิทกับผม และชอบที่จะตั้งคำถาม ถามผมอยู่เรื่อย ผมเองก็ไม่ค่อยอยากตอบอะไรกับใคร แต่ด้วยมารยาททางสังคมผมก็ต้องทำตัวมีอารมณ์ร่วมด้วยเพื่อเป็นมารยาท
ซึ่งมันขัดกับนิสัยผมมาก แรก ๆ ก็พอจะได้อยู่ แต่พอนาน ๆ ไป มันกลับรู้สึกเหนื่อยกับแค่พูดกับคนอื่น
วันนั้นผมจำได้ดี ผมเดินมาหยุดที่หน้ากระจกที่ห้องของผม ซึ่งสะท้อนใบหน้าและการแต่งกายที่ปกติเหมือนทุกวัน
พอมองดูดีๆแล้ว ผมเหมือนจะดูดีและเท่กว่าคนทั่วไปเมื่อเทียบกับที่ทำงาน เนื่องด้วยผมไม่ได้ใช้แรงหรืองานหนักอะไรแบบนั้น เสื้อผ้า หน้าผม มันก็ดูเท่อยู่ตลอดเวลา
ผมเดินเข้ามายังบริษัทเหมือนเช่นเคย และเธอ ผมขอตั้งชื่อเธอว่า มีนาละกัน คนที่ผมบอกก่อนหน้า
เธอเดินเข้ามาทักทายผมด้วยแววตาที่เป็นประกาย นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดนี้
เธอเป็นพนักมี่ถูกย้ายมาจากสาขาอื่น และเหมือนเธอจะมีข้อมูลของผมเป็นอย่างดี
ซึ่งก็ใช่ครับ เธอคือคนที่จะมาทำงานกับผมไปตลอด แบบว่า เป็นคนที่จะค่อยป้อนงานให้กันในบริษัท
ด้วยความที่ผมเป็นคนนิ่ง ๆ แต่เมื่อต้องพูดผมจะเรียบเรียงประโยค ถ้อยคำ การวางตัวออกมาดีที่สุด มันเลยทำให้ผมเท่กว่าปกติ
แต่ว่านี่ไม่ใช่การแสดงชั่วคราว แต่ผมมักจะเป็นแบบนี้อยู่ และสิ่งที่มันยากที่สุดของผมก็คือต้องแกล้งอารมณ์ดี พูดง่าย ๆ คือทำตัวให้ดูเข้าถึงง่ายเพื่อให้มีโอกาสได้ความรู้จากคนอื่นบ้าง
นึกภาพดูสิครับ ถ้าหากผมทำตัวนิ่ง ๆ แบบนี้เวลาที่ต้องเข้าหาใครหรือขอความรู้จากใคร มันคงเป็นเรื่องยากที่คนอื่นจะคิดว่าเราเก่งอยู่แล้ว
ตัดภาพมาที่ห้องทำงานของผม ผมมีหน้าที่ทำงาน ผมก็ทำไปตามปกติ ระหว่างนั้นไม่นาน คนที่ผมเจอเมื่อเช้าก็เข้ามาแนะนำตัวกับผม
"สวัสดีค่ะ หนูมาเป็นฝ่ายxxx ของรุ่นพี่ค่ะ ฝากรุ่นพี่สอนงานฉันด้วยนะคะ"
"...แบบนั้นหรอครับ"
บทสนทนาของผมมันก็จบแค่นั้นไปนาน ต้องบอกว่ามันกระทันหัน คนที่เจอเมื่อเช้า ไม่คิดว่าจะถูกส่งตัวมารับหน้าที่ช่วยงานผม
ไม่นานหัวหน้าที่บริษัทก็เดินเข้ามาที่ด้านหลังของเธอพร้อมกับฝากรุ่นน้องอย่างเธอไว้กับผม
เมื่อได้รับหน้าที่แบบนั้น ผมก็ไม่มีอะไรจะพูด เพราะผมก็เป็นคนง่าย ๆ ใครจะมาหรือใครจะไปก็ไม่กล้าปฏิเสธ
พูดตามตรงผมปฏิเสธไม่เป็นหรอก
ผมถอนหายใจ พร้อมกับรวบรวมพลังอยู่สักพัก ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าแววตาของตัวเอง พร้อมกับคำพูดในใจว่า นี่มันคงถึงเวลา ที่ผมต้องรับหน้าที่แบบนี้
"..งั้นมาเริ่มกันเลยครับ"
ผมบอกงาน และหน้าที่ปฏิบัติต่าง ๆ ที่เธอเองก้็หน้าจะศึกษามาก่อนหน้านี้
ตอนนี้เธอได้รับหน้าที่ที่ควรทำไปแล้วและเธอก็ต้องทำงานที่ห้องเดียวกันกับผม เธอจะนั่งอยู่มุมตรงข้ามกับผม เวลาเธอไม่เข้าใจงานอะไรเธอก็จะเดินมาถามผมที่โต๊ะ ตอนแรกเธอขอมานั่งที่โต๊ะข้าง ๆ ผมเพื่อที่จะไม่ต้องเดินมาหาผมบ่อย ๆ
แต่ด้วยความที่เหตุผลอย่างมีหลักการที่ว่า การทำงานควรจะต้องอยู่กับตัวเองและงานถึงจะมีสมาธิในการทำงาน ทำให้เธอเข้าใจได้ และยอมอยู่ตรงนั้น
แต่ว่า มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีซะทีเดียวเมื่อเธอสงสัยงานอยู่บ่อย ๆ แล้วเดินมาหาผม มันก็ทำให้ผมหลุดโฟกัสไปตลอด
ถึงจะเป็นแบบนั้นแต่เราก็ทำงานด้วยกันมาเรื่อย ๆ ทุก ๆ วันเธอก็จะถือถุงกาแฟหรือชาเย็นมาด้วยพร้อมกับยื่นมาให้ผมอยู่ทุกวัน ทำแบบนี้อยู่ทุกวัน
ทุก ๆวันเธอก็จะมีคำถามส่วนตัววันละคำถามมาถามผม ผมเองก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว โดยระยะเวลาหลายเดือนผมไม่เคยถามเธอเลยสักครั้งนอกจากเรื่องงาน
และก็เหมือนเช่นเคยครั้งนี้เธอมาพร้อมกับคำถามว่า
"เอ่อ..รุ่นพี่ มีแฟนยังคะ?"
สีหน้าเธอดูลังเลเล็กน้อย แต่ก็รวบรวมความกล้าพูดออกมา
พอมองดูแล้ว เธอก็เป็นผู้หญิงที่น่ารักคนหนึ่งเลยครับ ถึงจะเป็นคำถามที่พูดออกมาตรง ๆ แบบนั้นผมก็พอเดาออกว่าเธอน่าจะชอบผมแน่ ๆ และผมเองก็ไม่มีอะไรจต้องโกหก แค่บอกตามความจริงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรยังไงนี่ก็ไม่ใช่คำขอเป็นแฟนสักหน่อย
"..ไม่มีครับ"
ตอนนี้เธอเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับแก้วกาแฟที่มีคำว่า I Love you coffee
ตอนนี้สิ่งที่ผมคาดเดาไว้ มันเป็นเรื่องจริง ยังไงเธอ ก็น่าจะชอบผม
แต่ว่าถึงจะเป็นแบบนั้น เมื่อไม่นานมานี้ผมก็มีคนที่แอบชอบอยู่แล้ว ถึงจะไม่ได้มีฐานะการงานที่ดีเท่าเธอ แต่ส่วนตัวผมเองชอบความธรรมดาแบบนั้น
รุ่นน้องมีนาคนนี้มีทุกอย่างที่โอเคทุกอย่างแต่คำสารภาพแบบนี้ ผมเองก็ไม่กล้าจะปฏิเสธออกไปตรง ๆ แม่ผมเคยบอกผมว่า ต่อให้ผมมีหน้าตาที่ดูดีหรือเท่แค่ไหนก็ไม่ควรทำร้ายจิตใจใคร
ผมรู้ดีว่าการทำร้ายจิตใจคนอื่นตรง ๆ เป็นเรื่องที่ไม่ดี และผมก็ไม่อย่างมีปัญหาในที่ทำงานระหว่างเรา ผมควรจะทำไงดีครับ?
ผมเท่เกินไปจนเพื่อนร่วมงานเข้ามาจีบอยู่บ่อย ๆ ทำไงดีครับ?
ต้องบอกก่อนนะครับ ผมเองทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง หน้าที่งานของผมก็จะทำอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมตลอดทั้งวันและไม่ค่อยได้สนทนากับผู้คนมากนัก
พูดง่าย ๆ ตอนเช้าไปทำงาน ตกเย็นก็กลับ วนอยู่แบบนี้ สำหรับคนอื่นอาจจะดูเป็นเรื่องที่น่าเบื่อเอามาก ๆ แต่สำหรับผมแล้วการอยู่เงียบ ๆ มีเพลงคลอเบา ๆ และทำงานไปมันฆ่าเวลาไปไวมากแป๊ปเดียวก็เลิกงาน แต่ว่า ผมชอบนะ
แต่เรามาเข้าเรื่องกันเลย เวลาผมทำงานก็จะมีเพื่อนร่วมงานผู้หญิงเข้ามาป้อนงานให้ผมเป็นประจำ และที่ขาดไม่ได้ เธอมักจะซื้อกาแฟหรือไม่ก็ชาเย็นมาฝากผมอยู่เป็นประจำ
ดูท่าทีแล้วเธอเป็นคนที่นิสัยแฟนลี่ชอบเข้ามาตีสนิทกับผม และชอบที่จะตั้งคำถาม ถามผมอยู่เรื่อย ผมเองก็ไม่ค่อยอยากตอบอะไรกับใคร แต่ด้วยมารยาททางสังคมผมก็ต้องทำตัวมีอารมณ์ร่วมด้วยเพื่อเป็นมารยาท
ซึ่งมันขัดกับนิสัยผมมาก แรก ๆ ก็พอจะได้อยู่ แต่พอนาน ๆ ไป มันกลับรู้สึกเหนื่อยกับแค่พูดกับคนอื่น
วันนั้นผมจำได้ดี ผมเดินมาหยุดที่หน้ากระจกที่ห้องของผม ซึ่งสะท้อนใบหน้าและการแต่งกายที่ปกติเหมือนทุกวัน
พอมองดูดีๆแล้ว ผมเหมือนจะดูดีและเท่กว่าคนทั่วไปเมื่อเทียบกับที่ทำงาน เนื่องด้วยผมไม่ได้ใช้แรงหรืองานหนักอะไรแบบนั้น เสื้อผ้า หน้าผม มันก็ดูเท่อยู่ตลอดเวลา
ผมเดินเข้ามายังบริษัทเหมือนเช่นเคย และเธอ ผมขอตั้งชื่อเธอว่า มีนาละกัน คนที่ผมบอกก่อนหน้า
เธอเดินเข้ามาทักทายผมด้วยแววตาที่เป็นประกาย นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดนี้
เธอเป็นพนักมี่ถูกย้ายมาจากสาขาอื่น และเหมือนเธอจะมีข้อมูลของผมเป็นอย่างดี
ซึ่งก็ใช่ครับ เธอคือคนที่จะมาทำงานกับผมไปตลอด แบบว่า เป็นคนที่จะค่อยป้อนงานให้กันในบริษัท
ด้วยความที่ผมเป็นคนนิ่ง ๆ แต่เมื่อต้องพูดผมจะเรียบเรียงประโยค ถ้อยคำ การวางตัวออกมาดีที่สุด มันเลยทำให้ผมเท่กว่าปกติ
แต่ว่านี่ไม่ใช่การแสดงชั่วคราว แต่ผมมักจะเป็นแบบนี้อยู่ และสิ่งที่มันยากที่สุดของผมก็คือต้องแกล้งอารมณ์ดี พูดง่าย ๆ คือทำตัวให้ดูเข้าถึงง่ายเพื่อให้มีโอกาสได้ความรู้จากคนอื่นบ้าง
นึกภาพดูสิครับ ถ้าหากผมทำตัวนิ่ง ๆ แบบนี้เวลาที่ต้องเข้าหาใครหรือขอความรู้จากใคร มันคงเป็นเรื่องยากที่คนอื่นจะคิดว่าเราเก่งอยู่แล้ว
ตัดภาพมาที่ห้องทำงานของผม ผมมีหน้าที่ทำงาน ผมก็ทำไปตามปกติ ระหว่างนั้นไม่นาน คนที่ผมเจอเมื่อเช้าก็เข้ามาแนะนำตัวกับผม
"สวัสดีค่ะ หนูมาเป็นฝ่ายxxx ของรุ่นพี่ค่ะ ฝากรุ่นพี่สอนงานฉันด้วยนะคะ"
"...แบบนั้นหรอครับ"
บทสนทนาของผมมันก็จบแค่นั้นไปนาน ต้องบอกว่ามันกระทันหัน คนที่เจอเมื่อเช้า ไม่คิดว่าจะถูกส่งตัวมารับหน้าที่ช่วยงานผม
ไม่นานหัวหน้าที่บริษัทก็เดินเข้ามาที่ด้านหลังของเธอพร้อมกับฝากรุ่นน้องอย่างเธอไว้กับผม
เมื่อได้รับหน้าที่แบบนั้น ผมก็ไม่มีอะไรจะพูด เพราะผมก็เป็นคนง่าย ๆ ใครจะมาหรือใครจะไปก็ไม่กล้าปฏิเสธ
พูดตามตรงผมปฏิเสธไม่เป็นหรอก
ผมถอนหายใจ พร้อมกับรวบรวมพลังอยู่สักพัก ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าแววตาของตัวเอง พร้อมกับคำพูดในใจว่า นี่มันคงถึงเวลา ที่ผมต้องรับหน้าที่แบบนี้
"..งั้นมาเริ่มกันเลยครับ"
ผมบอกงาน และหน้าที่ปฏิบัติต่าง ๆ ที่เธอเองก้็หน้าจะศึกษามาก่อนหน้านี้
ตอนนี้เธอได้รับหน้าที่ที่ควรทำไปแล้วและเธอก็ต้องทำงานที่ห้องเดียวกันกับผม เธอจะนั่งอยู่มุมตรงข้ามกับผม เวลาเธอไม่เข้าใจงานอะไรเธอก็จะเดินมาถามผมที่โต๊ะ ตอนแรกเธอขอมานั่งที่โต๊ะข้าง ๆ ผมเพื่อที่จะไม่ต้องเดินมาหาผมบ่อย ๆ
แต่ด้วยความที่เหตุผลอย่างมีหลักการที่ว่า การทำงานควรจะต้องอยู่กับตัวเองและงานถึงจะมีสมาธิในการทำงาน ทำให้เธอเข้าใจได้ และยอมอยู่ตรงนั้น
แต่ว่า มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีซะทีเดียวเมื่อเธอสงสัยงานอยู่บ่อย ๆ แล้วเดินมาหาผม มันก็ทำให้ผมหลุดโฟกัสไปตลอด
ถึงจะเป็นแบบนั้นแต่เราก็ทำงานด้วยกันมาเรื่อย ๆ ทุก ๆ วันเธอก็จะถือถุงกาแฟหรือชาเย็นมาด้วยพร้อมกับยื่นมาให้ผมอยู่ทุกวัน ทำแบบนี้อยู่ทุกวัน
ทุก ๆวันเธอก็จะมีคำถามส่วนตัววันละคำถามมาถามผม ผมเองก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว โดยระยะเวลาหลายเดือนผมไม่เคยถามเธอเลยสักครั้งนอกจากเรื่องงาน
และก็เหมือนเช่นเคยครั้งนี้เธอมาพร้อมกับคำถามว่า
"เอ่อ..รุ่นพี่ มีแฟนยังคะ?"
สีหน้าเธอดูลังเลเล็กน้อย แต่ก็รวบรวมความกล้าพูดออกมา
พอมองดูแล้ว เธอก็เป็นผู้หญิงที่น่ารักคนหนึ่งเลยครับ ถึงจะเป็นคำถามที่พูดออกมาตรง ๆ แบบนั้นผมก็พอเดาออกว่าเธอน่าจะชอบผมแน่ ๆ และผมเองก็ไม่มีอะไรจต้องโกหก แค่บอกตามความจริงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรยังไงนี่ก็ไม่ใช่คำขอเป็นแฟนสักหน่อย
"..ไม่มีครับ"
ตอนนี้เธอเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับแก้วกาแฟที่มีคำว่า I Love you coffee
ตอนนี้สิ่งที่ผมคาดเดาไว้ มันเป็นเรื่องจริง ยังไงเธอ ก็น่าจะชอบผม
แต่ว่าถึงจะเป็นแบบนั้น เมื่อไม่นานมานี้ผมก็มีคนที่แอบชอบอยู่แล้ว ถึงจะไม่ได้มีฐานะการงานที่ดีเท่าเธอ แต่ส่วนตัวผมเองชอบความธรรมดาแบบนั้น
รุ่นน้องมีนาคนนี้มีทุกอย่างที่โอเคทุกอย่างแต่คำสารภาพแบบนี้ ผมเองก็ไม่กล้าจะปฏิเสธออกไปตรง ๆ แม่ผมเคยบอกผมว่า ต่อให้ผมมีหน้าตาที่ดูดีหรือเท่แค่ไหนก็ไม่ควรทำร้ายจิตใจใคร
ผมรู้ดีว่าการทำร้ายจิตใจคนอื่นตรง ๆ เป็นเรื่องที่ไม่ดี และผมก็ไม่อย่างมีปัญหาในที่ทำงานระหว่างเรา ผมควรจะทำไงดีครับ?