ภัยเงียบในปาก! หมากฝรั่งแอบปล่อย "พลาสติกจิ๋ว" นักวิจัยจาก UCLA เผยความจริงที่สายเคี้ยวต้องอึ้ง แค่ 8 นาทีแรก ไมโครพลาสติกหลุดลงคอกว่า 94%...
.
รู้หรือไม่ว่า หมากฝรั่งชิ้นโปรดที่เราเคี้ยวกันเพลินๆ อาจกำลังแอบปล่อย "พลาสติกจิ๋ว" ลงไปปะปนกับน้ำลายของเราอย่างเงียบๆ ในทุกๆ คำที่บดเคี้ยว !
.
เรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากงานวิจัยล่าสุดในปี 2025 โดยทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (University of California, Los Angeles) นำโดย ซานเจย์ โมฮันตี (Sanjay Mohanty) และ ลิซา โลว์ (Lisa Lowe)
.
พวกเขาได้ทำการทดลองโดยให้ผู้เข้าร่วมทดลองเคี้ยวหมากฝรั่งจากแบรนด์ยอดฮิตตามท้องตลาดถึง 10 ยี่ห้อ แล้วเก็บตัวอย่างน้ำลายที่ได้มาวิเคราะห์หาความจริง
.
ผลลัพธ์ที่ออกมาทำเอาหลายคนต้องตกใจ เพราะพวกเขาพบว่าหมากฝรั่งเพียง 1 กรัม สามารถปล่อย ไมโครพลาสติก (Microplastics) ออกมาได้เฉลี่ยราวๆ 100 ชิ้น และถ้าเป็นบางยี่ห้ออาจปล่อยออกมาได้มากสูงสุดถึง 637 ชิ้นต่อกรัมเลยทีเดียว!
.
ยิ่งไปกว่านั้น งานวิจัยยังพบว่าไมโครพลาสติกกว่า 94% จะหลุดลอกออกมาอย่างรวดเร็วภายใน 8 นาทีแรกของการเคี้ยว
.
ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจาก "แรงบดเคี้ยว" ของฟันเรานี่เองที่ไปบดขยี้เนื้อหมากฝรั่งจนเศษพลาสติกหลุดออกมา
.
แต่สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ประหลาดใจที่สุดก็คือ หมากฝรั่งสูตรธรรมชาติหลายยี่ห้อที่เคลมตัวเองว่าทำจากพืชและ "ปราศจากพลาสติก" กลับปล่อยไมโครพลาสติกออกมาในปริมาณที่แทบจะไม่ต่างอะไรกับหมากฝรั่งสังเคราะห์ทั่วไปเลย
.
โดยชนิดของพลาสติกจิ๋วที่พบกระจายอยู่ในน้ำลายมากที่สุดคือ พอลิโอเลฟินส์ (Polyolefins) ซึ่งเป็นพลาสติกที่มักใช้ทำบรรจุภัณฑ์อาหาร และ พอลิเทเรฟทาเลต (Polyterephthalates) หรือที่เราคุ้นเคยกันดีในชื่อพลาสติกขวดน้ำดื่ม (PET)
.
คำถามคือ พลาสติกเหล่านี้มาจากไหน? สาเหตุหลักซ่อนอยู่ในส่วนผสมที่เรียกว่า ตัวเบสของหมากฝรั่ง (Gum base) เพื่อให้หมากฝรั่งมีเนื้อสัมผัสที่เหนียวหนึบ เคี้ยวสนุก และกักเก็บความหวานรวมถึงกลิ่นหอมให้อยู่ได้นานๆ ผู้ผลิตส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องใช้สารกลุ่มพอลิเมอร์สังเคราะห์ ซึ่งพูดง่ายๆ ก็คือพลาสติกเกรดที่ใช้กับอาหาร ลงไปผสมเป็นโครงสร้างหลักนั่นเอง
.
แล้วถ้าเราเผลอกลืนพลาสติกจิ๋วเหล่านี้ลงไปทุกวัน มันจะอันตรายต่อร่างกายไหม หรือต้องสะสมมากแค่ไหนถึงจะเริ่มส่งผลเสีย?
.
ในปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปทางการแพทย์ที่แน่ชัดว่าต้องมีปริมาณพลาสติกเท่าใดถึงจะก่อให้เกิดโรคฉับพลัน
.
ทว่างานวิจัยต่างๆ ก็เริ่มชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่น่ากังวลอยู่เหมือนกัน เมื่อไมโครพลาสติกถูกกลืนและไปสะสมอยู่ในระบบทางเดินอาหาร สภาพที่มีความเป็นกรดสูงในกระเพาะอาหารจะยิ่งทำให้พลาสติกเหล่านี้แตกตัวเล็กลงไปอีก
.
ซึ่งอนุภาคที่เล็กมากๆ นี้อาจเข้าไปรบกวนการทำงานของผนังลำไส้ ขัดขวางการดูดซึมสารอาหารบางชนิด และทำให้สมดุลของจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ (Gut microbiome) เสียไป
.
ที่สำคัญคือ พลาสติกจิ๋วบางส่วนสามารถเล็ดลอดเข้าสู่กระแสเลือดมนุษย์ได้สำเร็จ ซึ่งมีการศึกษาที่พบความเชื่อมโยงระหว่างไมโครพลาสติกในหลอดเลือดกับการเพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย
.
[แหล่งอ้างอิง]
[1] Lowe, L., Leonard, J., & Mohanty, S. "Ingestion of microplastics during chewing gum consumption." Journal of Hazardous Materials Letters, 2025. DOI: 10.1016/j.hazl.2025.100164
[2] Lowe, L. "Ingestion Risk of Microplastics from Chewing Gum." UCLA Electronic Theses and Dissertations, 2025.
#ไมโครพลาสติก #สุขภาพ #วิทยาศาสตร์ #ความรู้รอบตัว #เรื่องแปลก #งานวิจัยล่าสุด #หมากฝรั่ง #รู้หรือไม่ #พลาสติก #รักษ์โลก
https://www.facebook.com/share/1D67xQK9dR/
🔬😵 อวสานหมากฝรั่ง แค่เคี้ยว ไมโครพลาสติกก็ลงคอ
.
รู้หรือไม่ว่า หมากฝรั่งชิ้นโปรดที่เราเคี้ยวกันเพลินๆ อาจกำลังแอบปล่อย "พลาสติกจิ๋ว" ลงไปปะปนกับน้ำลายของเราอย่างเงียบๆ ในทุกๆ คำที่บดเคี้ยว !
.
เรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากงานวิจัยล่าสุดในปี 2025 โดยทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (University of California, Los Angeles) นำโดย ซานเจย์ โมฮันตี (Sanjay Mohanty) และ ลิซา โลว์ (Lisa Lowe)
.
พวกเขาได้ทำการทดลองโดยให้ผู้เข้าร่วมทดลองเคี้ยวหมากฝรั่งจากแบรนด์ยอดฮิตตามท้องตลาดถึง 10 ยี่ห้อ แล้วเก็บตัวอย่างน้ำลายที่ได้มาวิเคราะห์หาความจริง
.
ผลลัพธ์ที่ออกมาทำเอาหลายคนต้องตกใจ เพราะพวกเขาพบว่าหมากฝรั่งเพียง 1 กรัม สามารถปล่อย ไมโครพลาสติก (Microplastics) ออกมาได้เฉลี่ยราวๆ 100 ชิ้น และถ้าเป็นบางยี่ห้ออาจปล่อยออกมาได้มากสูงสุดถึง 637 ชิ้นต่อกรัมเลยทีเดียว!
.
ยิ่งไปกว่านั้น งานวิจัยยังพบว่าไมโครพลาสติกกว่า 94% จะหลุดลอกออกมาอย่างรวดเร็วภายใน 8 นาทีแรกของการเคี้ยว
.
ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจาก "แรงบดเคี้ยว" ของฟันเรานี่เองที่ไปบดขยี้เนื้อหมากฝรั่งจนเศษพลาสติกหลุดออกมา
.
แต่สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ประหลาดใจที่สุดก็คือ หมากฝรั่งสูตรธรรมชาติหลายยี่ห้อที่เคลมตัวเองว่าทำจากพืชและ "ปราศจากพลาสติก" กลับปล่อยไมโครพลาสติกออกมาในปริมาณที่แทบจะไม่ต่างอะไรกับหมากฝรั่งสังเคราะห์ทั่วไปเลย
.
โดยชนิดของพลาสติกจิ๋วที่พบกระจายอยู่ในน้ำลายมากที่สุดคือ พอลิโอเลฟินส์ (Polyolefins) ซึ่งเป็นพลาสติกที่มักใช้ทำบรรจุภัณฑ์อาหาร และ พอลิเทเรฟทาเลต (Polyterephthalates) หรือที่เราคุ้นเคยกันดีในชื่อพลาสติกขวดน้ำดื่ม (PET)
.
คำถามคือ พลาสติกเหล่านี้มาจากไหน? สาเหตุหลักซ่อนอยู่ในส่วนผสมที่เรียกว่า ตัวเบสของหมากฝรั่ง (Gum base) เพื่อให้หมากฝรั่งมีเนื้อสัมผัสที่เหนียวหนึบ เคี้ยวสนุก และกักเก็บความหวานรวมถึงกลิ่นหอมให้อยู่ได้นานๆ ผู้ผลิตส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องใช้สารกลุ่มพอลิเมอร์สังเคราะห์ ซึ่งพูดง่ายๆ ก็คือพลาสติกเกรดที่ใช้กับอาหาร ลงไปผสมเป็นโครงสร้างหลักนั่นเอง
.
แล้วถ้าเราเผลอกลืนพลาสติกจิ๋วเหล่านี้ลงไปทุกวัน มันจะอันตรายต่อร่างกายไหม หรือต้องสะสมมากแค่ไหนถึงจะเริ่มส่งผลเสีย?
.
ในปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปทางการแพทย์ที่แน่ชัดว่าต้องมีปริมาณพลาสติกเท่าใดถึงจะก่อให้เกิดโรคฉับพลัน
.
ทว่างานวิจัยต่างๆ ก็เริ่มชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่น่ากังวลอยู่เหมือนกัน เมื่อไมโครพลาสติกถูกกลืนและไปสะสมอยู่ในระบบทางเดินอาหาร สภาพที่มีความเป็นกรดสูงในกระเพาะอาหารจะยิ่งทำให้พลาสติกเหล่านี้แตกตัวเล็กลงไปอีก
.
ซึ่งอนุภาคที่เล็กมากๆ นี้อาจเข้าไปรบกวนการทำงานของผนังลำไส้ ขัดขวางการดูดซึมสารอาหารบางชนิด และทำให้สมดุลของจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ (Gut microbiome) เสียไป
.
ที่สำคัญคือ พลาสติกจิ๋วบางส่วนสามารถเล็ดลอดเข้าสู่กระแสเลือดมนุษย์ได้สำเร็จ ซึ่งมีการศึกษาที่พบความเชื่อมโยงระหว่างไมโครพลาสติกในหลอดเลือดกับการเพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย
.
[แหล่งอ้างอิง]
[1] Lowe, L., Leonard, J., & Mohanty, S. "Ingestion of microplastics during chewing gum consumption." Journal of Hazardous Materials Letters, 2025. DOI: 10.1016/j.hazl.2025.100164
[2] Lowe, L. "Ingestion Risk of Microplastics from Chewing Gum." UCLA Electronic Theses and Dissertations, 2025.
#ไมโครพลาสติก #สุขภาพ #วิทยาศาสตร์ #ความรู้รอบตัว #เรื่องแปลก #งานวิจัยล่าสุด #หมากฝรั่ง #รู้หรือไม่ #พลาสติก #รักษ์โลก
https://www.facebook.com/share/1D67xQK9dR/