อธิบดีตำรวจของกัมพูชา ม.จ.นโรดม วีระวัย เยือนกรมตำรวจไทย เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๙๖ (ในสมัยนั้นยังเป็นกรมตำรวจ ยังไม่ได้ยกฐานะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ซึ่งเป็นการเยือนก่อนที่กัมพูชาจะได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสเพียงเดือนเดียว คือได้รับเอกราชเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๙๖ ดังนั้นอธิบดีตำรวจกัมพูชาในสมัยนั้นจึงยังต้องทำงานภายใต้การบัญชาการของฝรั่งเศส
ในหนังสือระบุชื่อประเทศกัมพูชาว่า กัมพุช และชื่อของอธิบดีตำรวจกัมพุชนั้น คือ วีระวัย นามสกุล นโรดม มีศักดิ์ที่ทางไทยบันทึกว่า ม.จ.หรือ หม่อมเจ้า เท่าที่ค้นหาประวัติดูยังไม่พบว่าเป็นใคร แต่คงจะต้องเป็นคนในตระกูล นโรดม ของเจ้าสีหนุเป็นแน่
กิจการที่อธิบดีตำรวจกัมพุชได้ชมนั้น ประกอบไปด้วย แผ่นภาพคดีตัวอย่าง ห้องแผนประทุษกรรม การบันทึกแผนประทุษกรรม การตรวจหัวกระสุนและปลอกกระสุนปืน การดูตัวผู้ต้องหา ห้องดูตัวผู้ต้องหา แผนกพิมพ์ลายนิ้วมือ สมุดภาพอาชญากรรม หอวิทยาศาสตร์ เครื่องมือตรวจหาร่องราอยในสถานที่เกิดเหตุ การตรวจและบันทึกตำหนิรูปพรรณของผู้ต้องหา
ในพุทธศักราช ๒๔๙๖ นั้น วิทยาการในสมัยนั้นเมื่อเทียบกับยุคปัจจุบันถือว่าล้าสมัยมาก ลายนิ้วมือแทบจะเป็นวัตถุพยานเพียงอย่างเดียวที่จะชี้ชัดถึงตัวบุคคลได้ แม้แต่เลือดก็ยังคงตรวจได้เพียงหมู่เลือด ส่วนสารคัดหลั่ง DNA ยังไม่เป็นที่รู้จักกันเลย ไทยเราพัฒนาวิทยาการด้านตำรวจโดยได้รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ แต่กัมพูชาเองซึ่งยังคงเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสในวันนั้น คงรับได้แต่เศษความรู้ตามแต่ฝรั่งเศสจะโยนให้
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยไปเที่ยวกัมพูชาในสมัยยังเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส และท่านได้เขียนหนังสือ "ถกเขมร" เล่าเรื่องการไปเที่ยวในครั้งนั้นไว้อย่างสนุกสนาน มีตอนหนึ่งที่ท่านกล่าวถึงเจ้าหน้าที่ของกัมพูชาไว้ อย่างน่าสนใจว่า
ใครที่ไม่ดีใจว่าได้เกิดมาเป็นคนไทย ก็คงไม่เข้าใจความรู้สึกที่เขียนเอาไว้ในเรื่อง "ถกเขมร" นี้
เสร็จจากการเยี่ยมกองวิทยาการ อธิบดีตำรวจกัมพุชก็เดินทางไปเยี่ยม ๒๒๔๔๔ หรือ กองปราบปราม ซึ่งได้เยี่ยมชมกิจการ สุนัขตำรวจ รถวิทยุ และแผนประทุษกรรมในส่วนของกองปราบปราม จากภาพประวัติศาสตร์นี้บอกเราได้ว่า กิจการสุนัขตำรวจของไทยนี้มีมานานแล้ว แต่คงยังไม่ได้เรียกด้วยชื่อยอดนิยมในยุคนี้ว่า K9
ภาพการเยือนกรมตำรวจของอธิบดีตำรวจกัมพุช มาจากหนังสืออาชญากรรม หนังสือของโรงเรียนสืบสวนกรมตำรวจ ในยุคของอธิบดีเผ่า หรือ พล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ ราคาของหนังสือเล่มละ ๒.๕๐ บาท ในขณะที่ทองคำมีราคาบาทละ ๔๐๐ บาท ซึ่งเป็นยุคที่ราคาทองคำถูกผูกไว้กับดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา
ภาพชุดนี้เป็นประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งของไทยในยุคหลังสงครามโลกและยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของคณะราษฏร์ ก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอีกไม่กี่ปีต่อมา จนเป็นเหตุให้สิ้นสุดยุคทมิฬของคณะราษฏร์ไปในที่สุด
อธิบดีตำรวจกัมพูชา (เขมร) เยี่ยมกองวิทยาการ ตำรวจสอบสวนกลางของไทย
อธิบดีตำรวจของกัมพูชา ม.จ.นโรดม วีระวัย เยือนกรมตำรวจไทย เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๙๖ (ในสมัยนั้นยังเป็นกรมตำรวจ ยังไม่ได้ยกฐานะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ซึ่งเป็นการเยือนก่อนที่กัมพูชาจะได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสเพียงเดือนเดียว คือได้รับเอกราชเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๙๖ ดังนั้นอธิบดีตำรวจกัมพูชาในสมัยนั้นจึงยังต้องทำงานภายใต้การบัญชาการของฝรั่งเศส
ในหนังสือระบุชื่อประเทศกัมพูชาว่า กัมพุช และชื่อของอธิบดีตำรวจกัมพุชนั้น คือ วีระวัย นามสกุล นโรดม มีศักดิ์ที่ทางไทยบันทึกว่า ม.จ.หรือ หม่อมเจ้า เท่าที่ค้นหาประวัติดูยังไม่พบว่าเป็นใคร แต่คงจะต้องเป็นคนในตระกูล นโรดม ของเจ้าสีหนุเป็นแน่
กิจการที่อธิบดีตำรวจกัมพุชได้ชมนั้น ประกอบไปด้วย แผ่นภาพคดีตัวอย่าง ห้องแผนประทุษกรรม การบันทึกแผนประทุษกรรม การตรวจหัวกระสุนและปลอกกระสุนปืน การดูตัวผู้ต้องหา ห้องดูตัวผู้ต้องหา แผนกพิมพ์ลายนิ้วมือ สมุดภาพอาชญากรรม หอวิทยาศาสตร์ เครื่องมือตรวจหาร่องราอยในสถานที่เกิดเหตุ การตรวจและบันทึกตำหนิรูปพรรณของผู้ต้องหา
ในพุทธศักราช ๒๔๙๖ นั้น วิทยาการในสมัยนั้นเมื่อเทียบกับยุคปัจจุบันถือว่าล้าสมัยมาก ลายนิ้วมือแทบจะเป็นวัตถุพยานเพียงอย่างเดียวที่จะชี้ชัดถึงตัวบุคคลได้ แม้แต่เลือดก็ยังคงตรวจได้เพียงหมู่เลือด ส่วนสารคัดหลั่ง DNA ยังไม่เป็นที่รู้จักกันเลย ไทยเราพัฒนาวิทยาการด้านตำรวจโดยได้รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ แต่กัมพูชาเองซึ่งยังคงเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสในวันนั้น คงรับได้แต่เศษความรู้ตามแต่ฝรั่งเศสจะโยนให้
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยไปเที่ยวกัมพูชาในสมัยยังเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส และท่านได้เขียนหนังสือ "ถกเขมร" เล่าเรื่องการไปเที่ยวในครั้งนั้นไว้อย่างสนุกสนาน มีตอนหนึ่งที่ท่านกล่าวถึงเจ้าหน้าที่ของกัมพูชาไว้ อย่างน่าสนใจว่า
เสร็จจากการเยี่ยมกองวิทยาการ อธิบดีตำรวจกัมพุชก็เดินทางไปเยี่ยม ๒๒๔๔๔ หรือ กองปราบปราม ซึ่งได้เยี่ยมชมกิจการ สุนัขตำรวจ รถวิทยุ และแผนประทุษกรรมในส่วนของกองปราบปราม จากภาพประวัติศาสตร์นี้บอกเราได้ว่า กิจการสุนัขตำรวจของไทยนี้มีมานานแล้ว แต่คงยังไม่ได้เรียกด้วยชื่อยอดนิยมในยุคนี้ว่า K9
ภาพการเยือนกรมตำรวจของอธิบดีตำรวจกัมพุช มาจากหนังสืออาชญากรรม หนังสือของโรงเรียนสืบสวนกรมตำรวจ ในยุคของอธิบดีเผ่า หรือ พล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ ราคาของหนังสือเล่มละ ๒.๕๐ บาท ในขณะที่ทองคำมีราคาบาทละ ๔๐๐ บาท ซึ่งเป็นยุคที่ราคาทองคำถูกผูกไว้กับดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา
ภาพชุดนี้เป็นประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งของไทยในยุคหลังสงครามโลกและยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของคณะราษฏร์ ก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอีกไม่กี่ปีต่อมา จนเป็นเหตุให้สิ้นสุดยุคทมิฬของคณะราษฏร์ไปในที่สุด