ทำไมตัวเลขที่รัฐฯประกาศเงินเฟ้อโต 2.42% แต่บางคนรู้สึกว่าค่าครองชีพขึ้นเป็น10% มีใครรู้สึกแบบนี้บ้างคะ

ช่วงนี้เห็นข่าวประกาศว่าเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 2.42% แต่แอบสงสัยว่า...ทำไมหลายคน (รวมถึงตัวเราเอง) กลับรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายจริงเพิ่มขึ้นมากกว่านั้น
อย่างบางคนบอกว่าค่าน้ำมันแพงขึ้น ค่าอาหารขึ้น ค่าไฟขึ้น จนรู้สึกเงินเดือนเท่าเดิมแต่ใช้ไม่พอ ขณะที่บางคนกลับบอกว่าแทบไม่รู้สึกอะไร
เลยไปหาข้อมูลต่อถึงได้รู้ว่า ตัวเลขเงินเฟ้อที่ประกาศเป็น "ค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศ" แต่ชีวิตจริงของแต่ละคนใช้เงินไม่เหมือนกันเลย
คนที่ขับรถไปทำงานทุกวัน อาจได้รับผลกระทบจากค่าน้ำมันมาก
คนทำงานที่บ้าน อาจเจอค่าไฟและค่าอาหารสูงกว่า
ครอบครัวที่มีลูกหรือผู้สูงอายุ ก็มีค่าใช้จ่ายอีกแบบ
ส่วนคนโสดที่อยู่คอนโดและนั่งรถไฟฟ้า อาจได้รับผลกระทบน้อยกว่า
ทำให้หลายคนเรียกสิ่งนี้ว่า "เงินเฟ้อของตัวเอง" คือค่าครองชีพที่แต่ละคนเจอจริง ซึ่งอาจไม่เท่ากับตัวเลขเงินเฟ้อของประเทศ

อ่านเจอบทความของเคทีซีเค้าแนะนำให้ลองสำรวจตัวเอง 4 เรื่อง คือ
1. รายจ่ายจำเป็นกินสัดส่วนรายได้มากแค่ไหน
2. มีรายจ่ายอะไรที่พอลดหรือเลื่อนได้บ้าง
3. ถ้าค่าครองชีพเพิ่มขึ้นอีก 10–15% จะยังรับไหวไหม
4. รายจ่ายส่วนใหญ่อยู่ในหมวดที่ราคาผันผวนหรือเปล่า เช่น อาหาร พลังงาน หรือค่าเดินทาง

อ่านแล้วรู้สึกว่า หลายครั้งเราเอาแต่ดูตัวเลขเศรษฐกิจ แต่ไม่เคยลองดูเลยว่า "เงินเฟ้อของตัวเอง" เป็นเท่าไร
เลยอยากถามเพื่อน ๆ ในห้องนี้ค่ะ

ช่วงนี้รู้สึกว่าค่าใช้จ่ายหมวดไหนขึ้นชัดที่สุด?
คิดว่าตัวเองได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อมากกว่าหรือน้อยกว่าที่ตัวเลขประกาศ?
แล้วมีวิธีรับมือหรือปรับการใช้จ่ายกันอย่างไรบ้าง
อยากฟังมุมมองของแต่ละคนค่ะ เพราะคิดว่าคำตอบคงไม่เหมือนกันจริง ๆเพี้ยนปูเสื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่