รีวิว Gone Girl: หนังที่ทำให้ผมอยากถามแฟนว่า "ที่รัก...คุณเป็นใครกันแน่?" (สปอยล์น้อยๆ พอให้คัน)



สวัสดีครับชาวพันทิปทุกท่าน! วันนี้ผมขอมาป้ายยา เอ๊ย! มารีวิวหนังเรื่องนึงที่วนเวียนอยู่ในหัวผมมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา และล่าสุดได้มีโอกาสกลับไปดูซ้ำอีกรอบ ก็ยังรู้สึกขนลุกและต้องมาขอระบายความรู้สึกให้ทุกคนฟัง นั่นก็คือเรื่อง **Gone Girl (2014)** ครับ

ก่อนอื่นเลย ผมอยากจะบอกว่าถ้าใครที่ยังไม่เคยดูเรื่องนี้ และกำลังลังเลอยู่ว่าจะดูดีไหม ผมขอเชียร์ขาดใจเลยครับว่า "ไปดูเดี๋ยวนี้!" เพราะมันเป็นหนังที่ไม่ได้มีดีแค่พล็อตเรื่องที่น่าติดตาม แต่ยังกระตุ้นให้เรากลับมาตั้งคำถามกับความสัมพันธ์รอบตัวเรา โดยเฉพาะกับคนรักของเราเองได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ

เนื้อเรื่องคร่าวๆ จากที่ทาง TMDB ให้มาคือ "เมื่อการหายตัวไปของภรรยาตกเป็นเป้าความสนใจของสื่ออย่างหนัก ชายคนหนึ่งพบว่าตัวเองกลายเป็นจุดสนใจเมื่อถูกสงสัยว่าเขาอาจจะไม่บริสุทธิ์" ฟังดูธรรมดาใช่ไหมครับ? แต่เชื่อผมเถอะว่ามันไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย หนังเรื่องนี้เปิดเรื่องมาด้วยภาพลักษณ์ของชีวิตคู่ที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบของ "นิค ดันน์" และ "เอมี่ ดันน์" ทั้งสองคนดูเหมือนคู่รักในฝัน ที่มีชีวิตที่น่าอิจฉา แต่แล้วในวันครบรอบแต่งงานปีที่ 5 ของพวกเขา เอมี่ก็หายตัวไปอย่างลึกลับ ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความวุ่นวายในบ้าน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดครับ

สิ่งแรกที่ผมประทับใจมากๆ ใน Gone Girl คือการที่หนังพาเราดำดิ่งไปกับการสืบสวนการหายตัวไปของเอมี่อย่างช้าๆ แต่เต็มไปด้วยความตึงเครียด การเล่าเรื่องจะสลับไปมาระหว่างมุมมองของนิคในปัจจุบัน กับไดอารี่ของเอมี่ที่บันทึกเรื่องราวความรักของพวกเขาก่อนหน้า ทำให้เราเห็นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในหลากหลายมิติ ซึ่งตรงนี้แหละครับที่ทำให้เราเริ่มสงสัยในตัวละครแต่ละตัวมากขึ้นเรื่อยๆ

ตัวละคร "นิค ดันน์" ที่รับบทโดย Ben Affleck คือภาพสะท้อนของผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน เขาถูกสื่อมวลชนรุมกระหน่ำ ถูกสังคมตัดสินตั้งแต่ยังไม่รู้ความจริงทั้งหมด การแสดงของ Ben Affleck ทำให้ผมรู้สึกอินและสงสารนิคมากๆ ครับ เพราะเขาต้องแบกรับแรงกดดันมหาศาล และบางครั้งการแสดงออกของเขาก็ดูน่าสงสัยเสียจนคนดูอย่างเราก็อดคิดตามไม่ได้ว่า "เฮ้ย! หรือว่ามันจะเป็นฝีมือแกจริงๆ วะเนี่ย?"

แต่คนที่ทำให้ผมต้องอ้าปากค้างและยกนิ้วให้จริงๆ คือ "โรซามันด์ ไพค์" ในบทบาทของ "เอมี่ ดันน์" ครับ การแสดงของเธอคือระดับมาสเตอร์พีซ เธอสามารถถ่ายทอดอารมณ์ที่ซับซ้อนของเอมี่ได้อย่างไร้ที่ติ ตั้งแต่ภรรยาผู้อ่อนหวาน น่ารัก ไปจนถึง... เอาเป็นว่าผมไม่อยากสปอยล์มากไปกว่านี้ แต่บอกเลยว่าการแสดงของเธอทำให้ตัวละครเอมี่กลายเป็นหนึ่งในตัวละครหญิงที่น่าจดจำและน่ากลัวที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์เลยก็ว่าได้ครับ เธอทำให้ผมต้องกลับมานั่งคิดว่า "ที่เราเห็นในชีวิตคนอื่น หรือแม้แต่ในชีวิตคู่ของเราเองเนี่ย มันคือความจริงทั้งหมดแล้วจริงๆ เหรอ?"

Gone Girl ไม่ใช่แค่หนังสืบสวนสอบสวนธรรมดาๆ ครับ แต่มันเป็นหนังที่สำรวจความซับซ้อนของความสัมพันธ์ การแต่งงาน และจิตวิทยาของมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง มันเผยให้เห็นด้านมืดของความรัก ความคาดหวัง การแก้แค้น และการบงการ ที่บางครั้งเราอาจจะไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง หนังเรื่องนี้ทำให้ผมตระหนักว่าภายใต้ภาพลักษณ์ที่สวยงามหรือสมบูรณ์แบบที่เราเห็น อาจจะมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน

นอกจากพล็อตเรื่องและการแสดงอันยอดเยี่ยมแล้ว การกำกับของ "เดวิด ฟินเชอร์" ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Gone Girl กลายเป็นหนังที่ทรงพลัง ฟินเชอร์ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างบรรยากาศที่อึมครึม เย็นชา และเต็มไปด้วยความตึงเครียด และเขาก็ทำได้อย่างไร้ที่ติในเรื่องนี้ครับ การตัดต่อ การใช้แสง สี และดนตรีประกอบ ล้วนแล้วแต่มีส่วนช่วยเสริมให้หนังเรื่องนี้ดูน่าติดตามและชวนขนลุกตลอดทั้งเรื่อง

คะแนน 7.9/10 จาก TMDB ผมว่าสมเหตุสมผลแล้วครับ และบางทีสำหรับผมอาจจะให้สูงกว่านั้นด้วยซ้ำ เพราะมันเป็นหนังที่ทิ้งร่องรอยทางอารมณ์ไว้กับผมได้นานมากๆ หลังจากที่ดูจบ มันทำให้ผมกลับมานั่งคิดทบทวนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของตัวเอง กับคนรักของเรา ว่าเราได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาหรือเธอดีพอแล้วจริงๆ หรือยัง? เราเคยเปิดใจคุยกันทุกเรื่อง หรือมีอะไรที่เราแอบซ่อนกันและกันอยู่หรือเปล่า?

สรุปแล้ว Gone Girl เป็นหนังที่ผมอยากแนะนำให้ทุกคนได้ดูครับ โดยเฉพาะคนที่ชอบหนังสืบสวนสอบสวนแนวจิตวิทยา หรือคนที่กำลังมองหาหนังที่กระตุ้นความคิด มันไม่ใช่หนังที่จะทำให้คุณรู้สึกสบายใจ แต่มันจะทำให้คุณต้องคิดตาม สงสัย และอาจจะถึงขั้นระแวงคนข้างๆ ได้เลยทีเดียวครับ (อันนี้แซวเล่นนะครับ แต่ก็แอบจริงจังนิดๆ)

เอาเป็นว่าถ้าใครยังไม่เคยดู ไปหามาดูซะนะครับ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมผมถึงบอกว่ามันเป็นหนังที่ทำให้ผมอยากถามแฟนว่า "ที่รัก...คุณเป็นใครกันแน่?" แล้วถ้าใครดูแล้ว มาคุยกันได้นะครับว่ารู้สึกยังไงกันบ้าง ผมอยากฟังความเห็นจากทุกคนครับ!

ขอบคุณครับ!

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่