🇺🇸​ มี Data Centers 37 แห่งแล้วไม่พอเลยขอให้โรงเรียน​ประหยัดไฟเพื่อสร้างเพิ่ม

เทศมณฑลแห่งหนึ่งในรัฐเวอร์จิเนียที่มี Data Centers ถึง 37 แห่ง กำลังขอความร่วมมือให้โรงเรียนต่างๆ "ประหยัดไฟฟ้า" ! เนื่องจากค่าไฟได้ปรับตัวสูงขึ้นถึง 25% ทั้งนี้ทางเมืองยังมีแผนที่จะสร้างศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้นอีก 17 แห่ง!...
.

เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน ปี 2026 ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ตลกร้ายขึ้นที่เทศมณฑลเฮนริโก (Henrico County) รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา เรื่องเริ่มต้นจากการที่ จอห์น วิทูคัส (John Vithoulkas) ผู้จัดการของเทศมณฑลแห่งนี้ เคยใช้นโยบายหั่นภาษีเพื่อดึงดูดกลุ่มนายทุนให้เข้ามาสร้าง ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขนาดใหญ่ในพื้นที่ถึง 37 แห่ง และยังมีแผนจะสร้างเพิ่มอีกถึง 17 แห่ง
.

แต่ความย้อนแย้งคือ ในเวลาต่อมาเขาคนนี้กลับต้องส่งอีเมลไปขอความร่วมมือจากครูในโรงเรียนและพนักงานของรัฐ ให้ช่วยกันถอดปลั๊กที่ชาร์จแบตเตอรี่ ปิดไฟ ปิดคอมพิวเตอร์ และงดใช้เครื่องทำความร้อนขนาดเล็กในที่ทำงาน สาเหตุก็เพราะว่าตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นมา บิลค่าไฟฟ้าสำหรับอาคารของรัฐและโรงเรียนทั้งหมด พุ่งกระฉูดขึ้นไปถึง 24.9%
.

การขึ้นค่าไฟครั้งนี้ทำให้เทศมณฑลมีค่าใช้จ่ายบานปลายเพิ่มขึ้นถึง 5 ล้านดอลลาร์ต่อปี เบื้องหลังของบิลค่าไฟที่พุ่งทะยานนี้ เกิดจากการก่อตั้งของศูนย์ข้อมูลระดับใหญ่ยักษ์ หรือ ไฮเปอร์สเกล (Hyperscale Data Center) ในพื้นที่ ซึ่งพบว่าเพียงแค่ 1 แห่ง ก็ผลาญพลังงานไฟฟ้าไปมากกว่า 100 เมกะวัตต์ (Megawatt) แล้ว หรือเทียบเท่ากับปริมาณการใช้ไฟของบ้านเรือนทั่วไปหลายหมื่นหลังรวมกัน!
.

การดึงไฟไปใช้จำนวนมหาศาลขนาดนี้ ทำให้หน่วยงานตรวจสอบตลาดอิสระด้าน โครงข่ายไฟฟ้า (Power Grid) ในภูมิภาคออกมาระบุชัดเจนว่า ความต้องการพลังงานที่พุ่งสูงอย่างมหาศาลจากศูนย์ข้อมูลเหล่านี้แหละ คือ "ตัวการหลัก" ที่ทำให้ราคาประมูลกำลังการผลิตไฟฟ้าแพงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต้นปีที่ผ่านมา
.

เรื่องราวยังน่ากังวลลงไปอีก เมื่อรายงานจากคณะกรรมาธิการตรวจสอบของรัฐเวอร์จิเนียระบุว่า ต้นทุนมหาศาลในการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านสายส่งไฟฟ้า เพื่อมารองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) และเทคโนโลยีเหล่านี้ จะถูกผลักไปเป็น "ภาระ" ของประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยทุกคนในระบบด้วย โดยมีการประเมินว่า ภายในปี 2030 บิลค่าไฟของบ้านเรือนทั่วไปอาจพุ่งสูงขึ้นถึง 276 ดอลลาร์ต่อปี (ราว 10,000 บาท) และอาจทะลุ 444 ดอลลาร์ต่อปี (ราว 16,000 บาท) ภายในปี 2040
.

เหตุการณ์นี้จึงทิ้งคำถามตัวโตๆ ไว้ให้สังคมคิดต่อว่า หากรัฐบาลท้องถิ่นยอมลดแลกแจกแถมภาษีเพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีให้เข้ามาลงทุน แต่สุดท้ายคนที่ต้องมานั่งแบกรับภาระค่าไฟที่แพงหูฉี่ แถมยังต้องมาคอยรัดเข็มขัดประหยัดไฟ กลับกลายเป็นประชาชนตาดำๆ และครูในพื้นที่อย่างนั้นหรือ... แล้วสรุปว่าใครกันแน่ ที่ควรเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่ซ่อนอยู่เหล่านี้?
.

[แหล่งอ้างอิง]

[1] Joint Legislative Audit and Review Commission. "Data Centers in Virginia." Virginia General Assembly, 2024.
[2] Monitoring Analytics. "State of the Market Report for PJM." The Independent Market Monitor for PJM, 2026.
[3] Fearn, G. "They Welcomed 37 Data Centers to Town. Now Their Schools Have to Dim the Lights to Cut Energy Costs." Inc Magazine, 2026.
[4] American Action Forum. "Virginia’s New Data Center Electricity Rate Class." AAF Insights, 2026.
[5] Jones, N. "How to stop data centres from gobbling up the world’s electricity." Nature, 2018. DOI: 10.1038/d41586-018-06610-y

#DataCenter #เทคโนโลยี #ค่าไฟแพง #ปัญญาประดิษฐ์ #สิ่งแวดล้อม #พลังงาน #ข่าวต่างประเทศ #AI #ความรู้ทั่วไป #เศรษฐกิจ
https://www.facebook.com/share/1EbAZsVhgf/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่