สภาฯบรรจุวาระ กม.นิรโทษกรรม ลุ้นคลอด 8 ก.ค. ถ้าไม่เห็นด้วยกับที่วุฒิสภาแก้ ก็ต้องตั้งกมธ.ร่วม
https://www.matichon.co.th/politics/news_5791954
.

.
สภาฯบรรจุวาระ กม.นิรโทษกรรม ลุ้นคลอด 8 ก.ค.หากไม่เห็นด้วยกับที่วุฒิสภาแก้ไขก็ต้องตั้งกรรมาธิการร่วม
.
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 ก.ค.นี้ มีวาระการประชุมสำคัญคือ การพิจารณาเรื่องด่วน ร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีทางการเมือง ย้อนหลัง 20 ปี ที่นาย
โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมแล้ว ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯในวันที่ 11 ก.ค.
.
โดยร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว วุฒิสภามีมติแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. และส่งคืนให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาจะเห็นชอบกับเนื้อหาที่วุฒิสภาแก้ไขมาหรือไม่ หากสภาฯไม่เห็นชอบด้วยจะนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการร่วมสองสภาฯ เพื่อปรับปรุงแก้ไข จะทำให้การประกาศใช้ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ต้องเลื่อนออกไป แต่หากสภาฯเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไขมา จะนำร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป
.
โดยหนึ่งในเนื้อหาสำคัญที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมและส่งมาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาทบทวนคือ การไม่ให้นิรโทษกรรมแก่เด็กอายุต่ำกว่า 18ปี หากมีการกระทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากเดิมที่ร่างของสภาฯไม่มีเงื่อนไขเรื่องดังกล่าว
.
.
ทวี ร่ายยิบ ข้อสังเกต ขรก. 5 รายถูกฟันวินัย ปมโกงสอบ อาจเป็นเพียง ‘เหยื่อรับบาป’
https://www.matichon.co.th/politics/news_5791962
.
ทวี ร่ายยิบ ข้อสังเกต ขรก. 5 รายถูกฟันวินัย ปมโกงสอบ อาจเป็นเพียง ‘เหยื่อรับบาป’
.
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พันตำรวจเอก
ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กระบุถึง การใช้เทคนิคการตรวจพิสูจน์ดิจิทัลและมาตรการกันพยาน “เปิดยุทธการล้างบางผู้บงการโกงสอบท้องถิ่น” ว่า
.
จากกรณีมหากาพย์การทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568–2569 ที่กำลังสั่นสะเทือนระบบราชการไทยอยู่ในขณะนี้ หลังจากที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ออกมาแถลงผลการสอบสวนข้อเท็จจริงภายในกรอบเวลา 7 วัน ว่าพบข้าราชการระดับปฏิบัติการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทำความผิดวินัยร้ายแรงเบื้องต้นจำนวน 5 รายนั้น ในความเป็นจริง ข้าราชการระดับปฏิบัติการทั้ง 5 รายที่ถูกฟันวินัยเป็นเพียง “เหยื่อ” ที่ถูกผลักออกมารับบาปแทนขบวนการที่อุกอาจเท่านั้น
.
เพราะเมื่อเรานำคำแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ มศว มาวางยันกับความจริง จะพบคีย์เวิร์ดสำคัญที่ชี้ทิศทางของอาชญากรรมในทันที โดย มศว ได้แถลงลำดับขั้นตอนไว้ชัดเจน ว่า
.
หลังจากประมวลผลคะแนนดิบและส่งมอบแฟลชไดรฟ์ให้ทาง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหรือ สถ. แล้ว ทาง สถ. จะนำรายชื่อไปพิจารณา และส่งผลการพิจารณากลับมาให้ มศว ประทับตรา ก่อนที่ สถ. จะนำผลนั้นไปประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป
.
ความหมายตามคำแถลงนี้ ก็คือ ในระหว่างห้วงเวลาที่แฟลชไดรฟ์ข้อมูลคะแนนดิบตกอยู่ในความครอบครองของบุคคลใน สถ. ได้เกิดขบวนการลักลอบเปิดไฟล์ Excel เพื่อพิมพ์แก้ไขตัวเลขคะแนนวงใน เช่น เปลี่ยนคะแนนดิบจาก 37 คะแนน ให้งอกเป็น 74 คะแนน เพื่อช่วยผู้เข้าสอบที่จ่ายเงินซื้อตำแหน่ง ซึ่งพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องและจ่ายสินบนจองโควตาสูงถึงประมาณ 9,000 ราย ล้นเกินกว่าอัตราตำแหน่งที่เปิดรับจริงซึ่งมีอยู่เพียง 6,669 อัตรา โดยมีการเรียกรับผลประโยชน์หัวละ 350,000 ถึง 800,000 บาท
.
เทคนิคการสืบสวนสอบสวนเพื่อสาวให้ถึงผู้บงการ ใช้ จ้าง วาน ถึงที่สุดจะต้องเริ่มตลบหลังด้วยกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลอย่างเป็นระบบ โดยการนำไฟล์คะแนนดิบชุดสำรองที่ มศว ส่งมอบให้ ป.ป.ช. ส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล หรือ Digital Forensics ตรวจจับความเปลี่ยนแปลงตัวเลขคะแนนที่งอกเกินจริง ซึ่งในจำนวนผู้สมัครสอบทั้งหมดมากกว่า 400,000 คน จะได้ทราบว่ามีใครถูกแก้ไขเพิ่มคะแนนจำนวนกี่คน ที่น่าเชื่อว่ามีความผิดฐานให้สินบนเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามมาตรา 157 และความผิดอาญาอื่นจำนวนเท่าไหร่ ?
.
มีผู้ที่เป็นตัวกลางเรียกรับสินบนทางกฎหมายว่า “ความผิดฐานเป็นนายหน้าเรียกรับสินบน” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 จำนวนเท่าไหร่?
.
ขั้นตอนต่อไป คือ การใช้มาตรการทางกฎหมายในการพิจารณากันผู้สมัครสอบที่ใช้สินบน หรือเป็นนายหน้าคนกลางและข้าราชการระดับปฏิบัติการไว้เป็นพยาน ตามระเบียบของสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อให้กลุ่มคนที่จำนนต่อหลักฐานเหล่านี้ยอมเปิดปากซัดทอด ไล่สายจากผู้จ่ายเงิน ไปหาผู้ใช้ จ้าง วาน หรือผู้ทำหน้าที่เดินสายเรียกรับผลประโยชน์ และสาวขึ้นไปจนถึงตัวการใหญ่ที่เป็นผู้บงการ ใช้ จ้าง วาน อยู่เบื้องหลัง ที่สำคัญที่สุดผู้รับผลประโยชน์และการใช้อิทธิพลอยู่เหนือกฎหมาย ผู้มีอำนาจทางการเมืองกระทำอย่างเป็นขบวนการและเครือข่าย โดยรูปแบบการทุจริตมีทั้งการซื้อขายและการจัดสรรโควตาให้กับบุตรหลานของผู้มีอิทธิพลพวกพ้องอย่างเฉียบขาด
.
ในมิติของการบริหารราชการแผ่นดิน การนำกระบวนการ Digital Forensics มาใช้ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐในการแสวงหาความจริงด้วยวิธีการที่เป็นกลาง โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการสอบคัดเลือก และยืนยันว่าการดำเนินคดีเป็นไปบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักฐาน มิใช่ความเชื่อ ความเห็น หรือแรงกดดันทางสังคม
.
ท้ายที่สุด การคลี่คลายคดีทุจริตการสอบมิใช่เพียงการหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ แต่เป็นการปกป้องความศักดิ์สิทธิ์ของระบบคุณธรรมและความน่าเชื่อถือของสถาบันภาครัฐ การตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัลจึงมิใช่เพียงเครื่องมือทางเทคนิค หากแต่เป็นกลไกสำคัญในการรักษาความยุติธรรม สร้างความโปร่งใส และยืนยันต่อสังคมว่าความจริงสามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์และตรวจสอบได้ตามมาตรฐานสากล
.
ในคดีที่มีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตของทางราชการ การละเลยการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล อาจส่งผลให้พยานหลักฐานสำคัญสูญหาย และทำให้รัฐสูญเสียโอกาสในการค้นหาความจริงอย่างครบถ้วน ดังนั้น การบูรณาการผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Forensics เข้าสู่กระบวนการสืบสวนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จึงควรได้รับการพิจารณาเป็นมาตรการมาตรฐานสำหรับคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลดิจิทัลทุกประเภท
.
ระบบราชการส่วนท้องถิ่น คือองค์กรที่อยู่ใกล้ชิดและดูแลบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้พี่น้องประชาชนมากที่สุด ถ้าเราปล่อยให้ขบวนการอาชญากรรมเชิงนโยบายใช้เงินซื้อขายตำแหน่งข้าราชการได้ตั้งแต่วันแรก อนาคตของประเทศชาติจะพังพินาศ หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลประกอบกับการกันพยานตามระเบียบกฎหมาย จะสามารถโยงไปถึงตัวคนกลาง นายหน้า ผู้บงการ ใช้ จ้าง วาน และบุคคลตามตำแหน่งในสัญญาที่ละเว้นหน้าที่ มารับโทษตามกฎหมายขั้นเด็ดขาดและยึดทรัพย์ให้ถึงที่สุดครับ
.
https://www.facebook.com/TaweeSodsongOfficial/posts/pfbid02cJ4ijyvmoYB436odNJgwiuHAFJw5p27rqZRMhbmoog4quDrBCz8r9mGVG48No17Al
.
.
CAAT ออกประกาศคุมเข้ม ห้ามลูกเรือรับหิ้วของบุคคลอื่น หากฝ่าฝืนสั่งพักงานชั่วคราว
.
CAAT ออกประกาศคุมเข้ม สายการบินตรวจค้นสัมภาระ ห้ามลูกเรือรับหิ้วของบุคคลอื่น ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ความเชื่อมั่นต่อระบบการบินของไทย หากฝ่าฝืนสั่งพักงานชั่วคราว
.
วันนี้ (4 ก.ค.69) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออก “ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง มาตรการควบคุมการรับฝากหรือรับขนสิ่งของโดยสมาชิกลูกเรือของผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ พ.ศ. 2569” เพื่อยกระดับมาตรการกำกับดูแลสายการบินและการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกลูกเรือ ป้องกันการใช้สถานะหรือสิทธิของการเป็นสมาชิกลูกเรือในการรับฝาก รับหิ้ว หรือรับขนสิ่งของของบุคคลอื่นในทางที่มิชอบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย ความมั่นคงด้านการบิน และความน่าเชื่อถือของระบบการบินพลเรือนของประเทศไทย
.
การออกประกาศฉบับดังกล่าวเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 3 ก.ค.69 ซึ่งมีการกำหนดแนวทางยกระดับมาตรการกำกับดูแลสมาชิกลูกเรือ และป้องกันการใช้สถานะลูกเรือในทางที่ไม่เหมาะสม
.
พล.อ.อ. มนัท ชวนะประยูร ผอ.สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ภายหลังการประชุมรับข้อสั่งการ CAAT ได้เร่งดำเนินการออกประกาศฉบับนี้ เพื่อให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศทุกแห่งมีมาตรการควบคุมการรับฝากหรือรับขนสิ่งของโดยสมาชิกลูกเรืออย่างเป็นระบบ พร้อมกำหนดมาตรการตรวจสอบ การบริหารความเสี่ยง และการดำเนินการทางวินัยอย่างเคร่งครัด หากพบการฝ่าฝืน สายการบินจะต้องดำเนินการตามระเบียบของบริษัท และ CAAT จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตหรือใบรับรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัย และความเชื่อมั่นต่อระบบการบินพลเรือนของประเทศไทย
.
นอกจากนี้ CAAT จะยกระดับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการตรวจค้นและการรักษาความปลอดภัยการบิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสารและสมาชิกลูกเรือ ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับสายการบิน ผู้ดำเนินการสนามบิน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยการบินให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
.
โดยประกาศฉบับนี้กำหนดให้ผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (Air Operator Certificate: AOC) ทุกแห่ง ต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมสัมภาระของสมาชิกลูกเรือ (Crew Baggage Control) อย่างเป็นระบบ กำหนดประเภท ขนาด น้ำหนัก และเงื่อนไขของสิ่งของที่สมาชิกลูกเรือสามารถนำขึ้นอากาศยานได้ พร้อมกำหนดข้อห้ามมิให้ใช้สถานะสมาชิกลูกเรือในการรับฝาก รับหิ้ว รับขน หรือนำส่งสิ่งของของบุคคลอื่น ไม่ว่าจะได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ เว้นแต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่สายการบินมอบหมาย
.
นอกจากนี้ ยังให้สายการบินจัดให้มีระบบบริหารความเสี่ยง การสุ่มตรวจและตรวจค้นสัมภาระของสมาชิกลูกเรือ การฝึกอบรมเพื่อสร้างความตระหนัก ระบบรับแจ้งเบาะแส การสอบสวนข้อเท็จจริง และมาตรการทางวินัยอย่างชัดเจน รวมทั้งกำหนดให้บูรณาการมาตรการดังกล่าวไว้ในระบบบริหารจัดการ ระบบการจัดการด้านนิรภัย (SMS) ระบบกำกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance Monitoring System) และแผนรักษาความปลอดภัยของผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOSP)
.
ในกรณีที่พบเหตุอันควรสงสัยว่าสมาชิกลูกเรืออาจฝ่าฝืนประกาศ หรือเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย ผู้ดำเนินการเดินอากาศต้องประเมินความเสี่ยง พิจารณาระงับการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว รายงานต่อ CAAT โดยไม่ชักช้า และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย
JJNY : 5in1 สภาฯบรรจุวาระ กม.นิรโทษกรรม│ทวีร่ายข้อสังเกตขรก.│CAATคุมเข้ม│รัสเซียรุกโจมตีรถไฟ│คลื่นความร้อนเล่นงานสหรัฐ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5791954
.
.
สภาฯบรรจุวาระ กม.นิรโทษกรรม ลุ้นคลอด 8 ก.ค.หากไม่เห็นด้วยกับที่วุฒิสภาแก้ไขก็ต้องตั้งกรรมาธิการร่วม
.
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 ก.ค.นี้ มีวาระการประชุมสำคัญคือ การพิจารณาเรื่องด่วน ร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีทางการเมือง ย้อนหลัง 20 ปี ที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมแล้ว ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯในวันที่ 11 ก.ค.
.
โดยร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว วุฒิสภามีมติแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. และส่งคืนให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาจะเห็นชอบกับเนื้อหาที่วุฒิสภาแก้ไขมาหรือไม่ หากสภาฯไม่เห็นชอบด้วยจะนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการร่วมสองสภาฯ เพื่อปรับปรุงแก้ไข จะทำให้การประกาศใช้ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ต้องเลื่อนออกไป แต่หากสภาฯเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไขมา จะนำร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป
.
โดยหนึ่งในเนื้อหาสำคัญที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมและส่งมาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาทบทวนคือ การไม่ให้นิรโทษกรรมแก่เด็กอายุต่ำกว่า 18ปี หากมีการกระทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากเดิมที่ร่างของสภาฯไม่มีเงื่อนไขเรื่องดังกล่าว
.
.
ทวี ร่ายยิบ ข้อสังเกต ขรก. 5 รายถูกฟันวินัย ปมโกงสอบ อาจเป็นเพียง ‘เหยื่อรับบาป’
https://www.matichon.co.th/politics/news_5791962
.
ทวี ร่ายยิบ ข้อสังเกต ขรก. 5 รายถูกฟันวินัย ปมโกงสอบ อาจเป็นเพียง ‘เหยื่อรับบาป’
.
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กระบุถึง การใช้เทคนิคการตรวจพิสูจน์ดิจิทัลและมาตรการกันพยาน “เปิดยุทธการล้างบางผู้บงการโกงสอบท้องถิ่น” ว่า
.
จากกรณีมหากาพย์การทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568–2569 ที่กำลังสั่นสะเทือนระบบราชการไทยอยู่ในขณะนี้ หลังจากที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ออกมาแถลงผลการสอบสวนข้อเท็จจริงภายในกรอบเวลา 7 วัน ว่าพบข้าราชการระดับปฏิบัติการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทำความผิดวินัยร้ายแรงเบื้องต้นจำนวน 5 รายนั้น ในความเป็นจริง ข้าราชการระดับปฏิบัติการทั้ง 5 รายที่ถูกฟันวินัยเป็นเพียง “เหยื่อ” ที่ถูกผลักออกมารับบาปแทนขบวนการที่อุกอาจเท่านั้น
.
เพราะเมื่อเรานำคำแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ มศว มาวางยันกับความจริง จะพบคีย์เวิร์ดสำคัญที่ชี้ทิศทางของอาชญากรรมในทันที โดย มศว ได้แถลงลำดับขั้นตอนไว้ชัดเจน ว่า
.
หลังจากประมวลผลคะแนนดิบและส่งมอบแฟลชไดรฟ์ให้ทาง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหรือ สถ. แล้ว ทาง สถ. จะนำรายชื่อไปพิจารณา และส่งผลการพิจารณากลับมาให้ มศว ประทับตรา ก่อนที่ สถ. จะนำผลนั้นไปประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป
.
ความหมายตามคำแถลงนี้ ก็คือ ในระหว่างห้วงเวลาที่แฟลชไดรฟ์ข้อมูลคะแนนดิบตกอยู่ในความครอบครองของบุคคลใน สถ. ได้เกิดขบวนการลักลอบเปิดไฟล์ Excel เพื่อพิมพ์แก้ไขตัวเลขคะแนนวงใน เช่น เปลี่ยนคะแนนดิบจาก 37 คะแนน ให้งอกเป็น 74 คะแนน เพื่อช่วยผู้เข้าสอบที่จ่ายเงินซื้อตำแหน่ง ซึ่งพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องและจ่ายสินบนจองโควตาสูงถึงประมาณ 9,000 ราย ล้นเกินกว่าอัตราตำแหน่งที่เปิดรับจริงซึ่งมีอยู่เพียง 6,669 อัตรา โดยมีการเรียกรับผลประโยชน์หัวละ 350,000 ถึง 800,000 บาท
.
เทคนิคการสืบสวนสอบสวนเพื่อสาวให้ถึงผู้บงการ ใช้ จ้าง วาน ถึงที่สุดจะต้องเริ่มตลบหลังด้วยกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลอย่างเป็นระบบ โดยการนำไฟล์คะแนนดิบชุดสำรองที่ มศว ส่งมอบให้ ป.ป.ช. ส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล หรือ Digital Forensics ตรวจจับความเปลี่ยนแปลงตัวเลขคะแนนที่งอกเกินจริง ซึ่งในจำนวนผู้สมัครสอบทั้งหมดมากกว่า 400,000 คน จะได้ทราบว่ามีใครถูกแก้ไขเพิ่มคะแนนจำนวนกี่คน ที่น่าเชื่อว่ามีความผิดฐานให้สินบนเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามมาตรา 157 และความผิดอาญาอื่นจำนวนเท่าไหร่ ?
.
มีผู้ที่เป็นตัวกลางเรียกรับสินบนทางกฎหมายว่า “ความผิดฐานเป็นนายหน้าเรียกรับสินบน” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 จำนวนเท่าไหร่?
.
ขั้นตอนต่อไป คือ การใช้มาตรการทางกฎหมายในการพิจารณากันผู้สมัครสอบที่ใช้สินบน หรือเป็นนายหน้าคนกลางและข้าราชการระดับปฏิบัติการไว้เป็นพยาน ตามระเบียบของสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อให้กลุ่มคนที่จำนนต่อหลักฐานเหล่านี้ยอมเปิดปากซัดทอด ไล่สายจากผู้จ่ายเงิน ไปหาผู้ใช้ จ้าง วาน หรือผู้ทำหน้าที่เดินสายเรียกรับผลประโยชน์ และสาวขึ้นไปจนถึงตัวการใหญ่ที่เป็นผู้บงการ ใช้ จ้าง วาน อยู่เบื้องหลัง ที่สำคัญที่สุดผู้รับผลประโยชน์และการใช้อิทธิพลอยู่เหนือกฎหมาย ผู้มีอำนาจทางการเมืองกระทำอย่างเป็นขบวนการและเครือข่าย โดยรูปแบบการทุจริตมีทั้งการซื้อขายและการจัดสรรโควตาให้กับบุตรหลานของผู้มีอิทธิพลพวกพ้องอย่างเฉียบขาด
.
ในมิติของการบริหารราชการแผ่นดิน การนำกระบวนการ Digital Forensics มาใช้ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐในการแสวงหาความจริงด้วยวิธีการที่เป็นกลาง โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการสอบคัดเลือก และยืนยันว่าการดำเนินคดีเป็นไปบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักฐาน มิใช่ความเชื่อ ความเห็น หรือแรงกดดันทางสังคม
.
ท้ายที่สุด การคลี่คลายคดีทุจริตการสอบมิใช่เพียงการหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ แต่เป็นการปกป้องความศักดิ์สิทธิ์ของระบบคุณธรรมและความน่าเชื่อถือของสถาบันภาครัฐ การตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัลจึงมิใช่เพียงเครื่องมือทางเทคนิค หากแต่เป็นกลไกสำคัญในการรักษาความยุติธรรม สร้างความโปร่งใส และยืนยันต่อสังคมว่าความจริงสามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์และตรวจสอบได้ตามมาตรฐานสากล
.
ในคดีที่มีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตของทางราชการ การละเลยการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล อาจส่งผลให้พยานหลักฐานสำคัญสูญหาย และทำให้รัฐสูญเสียโอกาสในการค้นหาความจริงอย่างครบถ้วน ดังนั้น การบูรณาการผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Forensics เข้าสู่กระบวนการสืบสวนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จึงควรได้รับการพิจารณาเป็นมาตรการมาตรฐานสำหรับคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลดิจิทัลทุกประเภท
.
ระบบราชการส่วนท้องถิ่น คือองค์กรที่อยู่ใกล้ชิดและดูแลบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้พี่น้องประชาชนมากที่สุด ถ้าเราปล่อยให้ขบวนการอาชญากรรมเชิงนโยบายใช้เงินซื้อขายตำแหน่งข้าราชการได้ตั้งแต่วันแรก อนาคตของประเทศชาติจะพังพินาศ หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลประกอบกับการกันพยานตามระเบียบกฎหมาย จะสามารถโยงไปถึงตัวคนกลาง นายหน้า ผู้บงการ ใช้ จ้าง วาน และบุคคลตามตำแหน่งในสัญญาที่ละเว้นหน้าที่ มารับโทษตามกฎหมายขั้นเด็ดขาดและยึดทรัพย์ให้ถึงที่สุดครับ
.
https://www.facebook.com/TaweeSodsongOfficial/posts/pfbid02cJ4ijyvmoYB436odNJgwiuHAFJw5p27rqZRMhbmoog4quDrBCz8r9mGVG48No17Al
.
.
.
วันนี้ (4 ก.ค.69) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออก “ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง มาตรการควบคุมการรับฝากหรือรับขนสิ่งของโดยสมาชิกลูกเรือของผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ พ.ศ. 2569” เพื่อยกระดับมาตรการกำกับดูแลสายการบินและการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกลูกเรือ ป้องกันการใช้สถานะหรือสิทธิของการเป็นสมาชิกลูกเรือในการรับฝาก รับหิ้ว หรือรับขนสิ่งของของบุคคลอื่นในทางที่มิชอบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย ความมั่นคงด้านการบิน และความน่าเชื่อถือของระบบการบินพลเรือนของประเทศไทย
.
การออกประกาศฉบับดังกล่าวเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 3 ก.ค.69 ซึ่งมีการกำหนดแนวทางยกระดับมาตรการกำกับดูแลสมาชิกลูกเรือ และป้องกันการใช้สถานะลูกเรือในทางที่ไม่เหมาะสม
.
พล.อ.อ. มนัท ชวนะประยูร ผอ.สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ภายหลังการประชุมรับข้อสั่งการ CAAT ได้เร่งดำเนินการออกประกาศฉบับนี้ เพื่อให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศทุกแห่งมีมาตรการควบคุมการรับฝากหรือรับขนสิ่งของโดยสมาชิกลูกเรืออย่างเป็นระบบ พร้อมกำหนดมาตรการตรวจสอบ การบริหารความเสี่ยง และการดำเนินการทางวินัยอย่างเคร่งครัด หากพบการฝ่าฝืน สายการบินจะต้องดำเนินการตามระเบียบของบริษัท และ CAAT จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตหรือใบรับรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัย และความเชื่อมั่นต่อระบบการบินพลเรือนของประเทศไทย
.
นอกจากนี้ CAAT จะยกระดับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการตรวจค้นและการรักษาความปลอดภัยการบิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสารและสมาชิกลูกเรือ ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับสายการบิน ผู้ดำเนินการสนามบิน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยการบินให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
.
โดยประกาศฉบับนี้กำหนดให้ผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (Air Operator Certificate: AOC) ทุกแห่ง ต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมสัมภาระของสมาชิกลูกเรือ (Crew Baggage Control) อย่างเป็นระบบ กำหนดประเภท ขนาด น้ำหนัก และเงื่อนไขของสิ่งของที่สมาชิกลูกเรือสามารถนำขึ้นอากาศยานได้ พร้อมกำหนดข้อห้ามมิให้ใช้สถานะสมาชิกลูกเรือในการรับฝาก รับหิ้ว รับขน หรือนำส่งสิ่งของของบุคคลอื่น ไม่ว่าจะได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ เว้นแต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่สายการบินมอบหมาย
.
นอกจากนี้ ยังให้สายการบินจัดให้มีระบบบริหารความเสี่ยง การสุ่มตรวจและตรวจค้นสัมภาระของสมาชิกลูกเรือ การฝึกอบรมเพื่อสร้างความตระหนัก ระบบรับแจ้งเบาะแส การสอบสวนข้อเท็จจริง และมาตรการทางวินัยอย่างชัดเจน รวมทั้งกำหนดให้บูรณาการมาตรการดังกล่าวไว้ในระบบบริหารจัดการ ระบบการจัดการด้านนิรภัย (SMS) ระบบกำกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance Monitoring System) และแผนรักษาความปลอดภัยของผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOSP)
.
ในกรณีที่พบเหตุอันควรสงสัยว่าสมาชิกลูกเรืออาจฝ่าฝืนประกาศ หรือเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย ผู้ดำเนินการเดินอากาศต้องประเมินความเสี่ยง พิจารณาระงับการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว รายงานต่อ CAAT โดยไม่ชักช้า และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย