"ไส้เลื่อน" ของผม

กระทู้สนทนา
ขอแบ่งปัน ประสบการณ์ ”ไส้เลื่อน” ครับ
สวัสดีครับ  ผมมีประสบการณ์การรักษาไส้เลื่อนอยากมาแบ่งปันให้กัน ใครที่กำลังคิดจะผ่าตัดรักษา
หลังอ่านเรื่องราวของผม น่าจะได้ข้อมูลอะไรไปบ้างก่อนตัดสินใจผ่าตัดด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งจาก2วิธีที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้
ก่อนอื่น  นี่เป็นครั้งแรกครับ ที่ผมลงโพสต์ในพันทิปดอทคอม ยังไม่ค่อยสันทัดเท่าไร และเรื่องราวของผมค่อนข้างยาว
(แต่น่าสนใจ; ..คิดว่านะ)  ผมจำเป็นต้องแบ่งเรื่องออกเป็น4ช่วงเพื่อให้ลงโพสต์ได้
ผมต้องขออภัยด้วยครับ ที่อาจมีการใช้บางคำเป็นภาษาพูดตรงๆ เนื่องจากสื่ออารมณ์ความรู้สึกได้ดี ตรงไปตรงมา
ผมเป็นไส้เลื่อนมาทั้งหมด3ครั้ง: ครั้งที่1 ปี2530, ครั้งที่2 ประมาณปี2549, ครั้งที่3 ปี2568
ครั้งที่1 ปี2530:  ตอนนั้นเรียนอยู่ปี3เทอม2 วันหนึ่งสังเกตเห็นท้องน้อยด้านขวาใกล้ๆถุงอัณฑะโป่งนูนนิดหน่อย สมัยนั้น
ไม่มีอินเตอร์เน็ต ไม่มีมือถือ ไม่มีGoogle มีแต่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะราคาก็แพง แต่ผมพอจะเดาเอาเองว่าเป็นไส้เลื่อนจาก
การบอกเล่าอาการจากผู้ใหญ่ ผมทนรอจนสอบFinal เสร็จปิดเทอมใหญ่ ไส้เลื่อนลงถุงอัณฑะไปแล้วแต่ไม่ใหญ่มาก
จึงเข้าโรงพยาบาลของรัฐรักษา ไม่ซับซ้อนอะไรมาก แอดมิดก่อน1วัน ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ  X-Ray ฯลฯ
คืนนั้นมีบุรุษพยาบาลโกนขนตรงนั้นให้ (อายมาก ไม่รู้มาก่อน จะได้โกนมาเอง)  ดึกมากๆก็งดอาหารงดน้ำ
วันถัดมา ผ่าตอนสายๆ ไม่ได้นึกกลัวการผ่าตัดเลย รู้สึกเหมือนผจญภัยท้าทายประมาณนั้น แค่บอกที่บ้านว่าจะไปค้างคืน
ที่บ้านเพื่อน ก่อนเข้าห้องผ่าตัดก็มีหมอหญิงท่านหนึ่งฉีดยาบล็อกหลังให้ พอเข้าห้องผ่าตัด ก็ถูกย้ายเตียง (มีพยาบาล
หลายคนช่วยกันยกข้ามมาเตียงผ่า) ผมเลือกที่จะหลับเพราะเมื่อคืนนอนดึกมาก ตื่นแต่เช้ามืด (เป็นห้องผู้ป่วยรวม
ไม่ใช่ห้องเดี่ยว) และแอร์ในห้องผ่าตัดเย็นมาก
ระหว่างผ่าตัด มีรู้สึกตัวบ้าง แค่ชาครึ่งตัวล่าง รู้ว่ามีการทำอะไรกับบริเวณท้องของผมแต่ไม่เจ็บเลย และที่สำคัญ มองไม่เห็น
เพราะมีม่านกั้นกลางไม่ให้เราดู ฉะนั้น ถึงไม่หลับก็ไม่เห็นอะไร
ตื่นอีกทีหลังผ่าเสร็จกำลังถูกย้ายข้ามเตียงเพื่อพากลับมาเตียงตัวเองในห้องคนไข้รวม
ผมตรวจดูตัวเอง เห็นมีผ้าปิดแผลตรงที่เป็นไส้เลื่อน (หลังจากเอาผ้าปิดแผลออกได้ เป็นแผลเย็บไหม
แผลยาวประมาณ7cm ทุกวันนี้แผลเป็นแทบดูไม่ออก เพราะมันจางๆไปแล้ว)
บอกตรงๆ เวลาปกติแทบไม่เจ็บแผลเลย จะเจ็บแผลก็ตอนที่เราทำให้เจ็บเอง เช่น ไอ/จาม, เปลี่ยนจากนอนเป็นนั่ง/นั่งเป็นยืน
หรือนั่งเป็นนอน หรือ เราชนแผลเองเช่นเดินชนขอบโต๊ะ
ผมนอนพักต่ออีก1คืน กลับบ้านในวันถัดมา การดูแลแผลก็ง่าย อาบน้ำได้ปกติ แต่เบาๆกับแผล แกะผ้าปิดแผลออกได้
เพราะต้องการให้แผลแห้ง  ครบ7วันก็กลับมาตัดไหม
ครั้งที่2 ประมาณปี2549:  สังเกตเห็นท้องน้อยด้านซ้ายโป่งนูนนิดๆ สังเกตดูอยู่หลายสัปดาห์ มั่นใจว่าเป็นไส้เลื่อนจึงไป
ตรวจที่โรงพยาบาลเอกชน (ตอนนั้นมีประกันสุขภาพ) หมอยืนยันและนัดวันผ่าได้เลย
ขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยาก ก็เหมือนครั้งแรก แอดมิด1วันก่อนวันผ่า
วันผ่า ก็บล็อกหลังและผ่าแบบเปิดแผล(หรือเปิดหน้าท้อง) ตื่นมาตอนบ่ายๆไม่ค่อยเจ็บแผลใดๆ จะมีก็แต่ปัสสาวะไม่ออก
ลุกเดินได้ เดินไปห้องน้ำเองได้ (อยู่ห้องเดี่ยวแบบพัดลม) แต่ฉี่ไม่ออก ยังไงก็ไม่ออก ลองอยู่หลายครั้ง ผ่านไปเป็นชั่วโมงก็ยัง
ฉี่ไม่ออก จึงบอกพยาบาล แล้วก็โดนสวนปัสสาวะ หลังจากนั้นทุกอย่างก็ปกติ ฉี่เองได้ เดินได้ ไม่เจ็บแผล (ถ้าไม่ทำให้เจ็บ
แผลเอง) ไม่ต้องมีการสวนคาสายท่อปัสสาวะหิ้วถุงปัสสาวะใดๆ ผมพักฟื้นต่ออีก1คืน และออกจากโรงพยาบาลในวันถัดมา
การดูแลแผลก็ง่าย อาบน้ำได้ปกติ ครบ7วันกลับมาตัดไหม แผลหายเร็วไม่ได้กินยาแก้ปวดแต่อย่างใด เริ่มออกกำลังกายได้บ้าง
(ผมเล่นฟิตเนส) บางท่าที่เล่นไม่ได้เราจะรู้เองเช่นท่าSIT-UP  เดิน/วิ่งเร็วๆ  ท่าที่ใช้กล้ามท้อง ประมาณนี้
ผมลูบคลำบริเวณรอบๆแผล รู้สึกเหมือนผิวหนังแข็งๆเหมือนมีแผ่นบางๆอะไรสักอย่างอยู่ใต้ชั้นผิวหนังหน้าท้อง
(ลักษณะเหมือนตาข่ายถี่ๆ) ซึ่งตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร หมอที่ผ่าก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังก่อนออกจากโรงพยาบาล
(ครั้งนี้แผลยาวประมาณ6cm ตอนนี้แผลเป็นดูแทบไม่ออกแล้ว)
ครั้งที่3 ประมาณเดือน8ปี2568:  เริ่มสังเกตเห็นท้องน้อยด้านขวาใกล้ถุงอัณฑะโป่งนูนนิดๆ (ใกล้ๆกับตำแหน่งครั้งที่1)
รู้เลย ไส้เลื่อนอีกแล้ว จึงหาข้อมูลในINTERNET :
-  มีเทคนิคการผ่ารักษาแบบใหม่คือ “ผ่าแบบส่องกล้อง”
-  อ้างว่า “แผลเล็กกว่า”, “ไม่เป็นรอยแผลเป็นใหญ่เหมือนผ่าแบบเดิม”, “ฟื้นตัวไว”, “วันเดียวกลับบ้านได้”,
   “กลับไปทำงานได้ตามปกติ”, “เจ็บน้อยกว่า”  ฯลฯ
-  แต่ ค่าใช้จ่าย แพงกว่ามาก
-  การผ่าแบบส่องกล้องใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง แต่ผ่าแบบเปิดแผลใช้เวลาประมาณ40นาที
ผมไม่มีประกันสุขภาพ จึงเข้าตรวจรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐ ไปตรวจอยู่4ครั้ง; ครั้งที่1 เจอหมอทั่วไป  ครั้งที่2-4 เจอหมอ
เฉพาะทาง (แต่ไม่ใช่ระดับหมอที่ลงมือผ่าตัด)
ทุกครั้งที่ไปตรวจ  หมอพูดประโยคประมาณนี้อย่างเดียวเลยคือ “ต้องผ่าแบบส่องกล้องนะ”
ไม่ได้เสนอให้ผมเลือกระหว่าง ”ส่องกล้อง” หรือ “เปิดแผล” นะครับ
จนผมคิดว่า ใครเป็นไส้เลื่อนทุกวันนี้ ต้องผ่าแบบส่องกล้องเท่านั้น เขาเลิกผ่าแบบเปิดแผลกันแล้ว และถ้าหาข้อมูลในมือถือ
ก็จะพูดถึง(นำเสนอ) แต่วิธีผ่าแบบส่องกล้อง เชียร์ว่าดีอย่างนั้นดีอย่างนี้
แต่ในใจผมอยากผ่าแบบเปิดแผลมากกว่า เพราะถูกกว่า
การผ่าแบบเปิดแผล ค่าใช้จ่าย(หลังใช้สิทธิเบิกลดหย่อน) ประมาณหมื่น (+/-)
การผ่าแบบส่องกล้อง ค่าใช้จ่าย(หลังใช้สิทธิเบิกลดหย่อน) ประมาณ+25,xxxบาท
ผมได้แต่ “ครับ” ตามหมอบอก
ได้คิวผ่าประมาณปลายปี แต่ผมขอเลื่อนเป็น 02/2569 เพราะติดธุระ
หมอจึงนัด: ADMID-24/02, ผ่า-25/02, และพักฟื้นต่อ …..
02/2569  ไส้เลื่อนยังไม่ลงถุงอัณฑะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่