กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยก่อนที่เซนเข้ามายังญี่ปุ่น เด็กนักเรียนจากลัทธิเทนได (Tendai) ได้เรียนรู้การทำสมาธิอย่างจริงจัง พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทที่เรียนรู้ร่วมกันและมีความมุ่งมั่นในการฝึกฝนทางจิตใจ
วันหนึ่งพวกเขาตัดสินใจที่จะท้าทายตัวเองด้วยการตั้งปณิธานที่จะอยู่ในความเงียบสงบเป็นเวลาเจ็ดวัน
ในวันที่หนึ่ง ทุกคนเริ่มต้นการทำสมาธิในความเงียบได้อย่างราบรื่น พวกเขานั่งอยู่ในห้องที่มีแสงจากตะเกียงน้ำมันที่ค่อย ๆ หรี่ลงตามเวลาผ่านไป
ความเงียบในห้องเต็มไปด้วยการทำสมาธิของพวกเขา แม้จะมีความรู้สึกของความเงียบสงบ แต่ก็ยังคงมีความรู้สึกของการรอคอยสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันถัดไป
ในค่ำคืนของวันแรก ขณะที่ตะเกียงน้ำมันเริ่มหรี่แสงลงอย่างช้า ๆ และความมืดเริ่มเข้ามาแทนที่ ความเงียบสงบที่ยืดเยื้อก็ถูกทำลายเมื่อหนึ่งในนักเรียนไม่สามารถทนความเงียบที่น่าอึดอัดได้ เขาจึงเอ่ยปากพูดขึ้นว่า “ช่วยเติมน้ำมันตะเกียงหน่อย” ทำให้ทุกคนตกใจและหันมามองเขา
นักเรียนคนที่สองตกใจและพูดขึ้นว่า “เราไม่ได้พูดกันนี่นา เราตั้งปณิธานที่จะเงียบกันไม่ใช่เหรอ?” เขากระซิบเบา ๆ ให้เพื่อน ๆ ฟัง
นักเรียนคนที่สามพูดตอบกลับว่า “พวกเจ้าโง่กันทั้งคู่ ทำไมถึงพูดออกมา?” เขาแสดงออกถึงความประหลาดใจที่เพื่อนสองคนละเมิดความเงียบของการปฏิบัติ
ในที่สุด นักเรียนคนที่สี่พูดขึ้นว่า “ข้าคือคนเดียวที่ยังไม่พูด” เขามองทุกคนด้วยท่าทางที่เหมือนจะภูมิใจในตัวเองที่สามารถรักษาความเงียบไว้ได้
ในตอนเช้าของวันถัดไป ทั้งสี่คนมานั่งทำสมาธิด้วยความตั้งใจอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะยังมีความเงียบในห้อง แต่ภายในใจของแต่ละคนต่างเต็มไปด้วยคำถามและการสะท้อนถึงการกระทำของตนเองในคืนที่ผ่านมา
ทุกคนยังคงพยายามรักษาความเงียบเพื่อให้การฝึกสมาธิเป็นไปตามที่ตั้งใจไว้
นักเรียนคนแรกที่พูดออกไปในคืนแรกเริ่มรู้สึกถึงความผิดที่ทำไป และสงสัยในตัวเองว่า ทำไมเขาถึงไม่สามารถยับยั้งความอยากพูดออกมาได้
ในขณะที่นักเรียนคนที่สองก็เริ่มคิดถึงสิ่งที่ตนเองพูดและเริ่มรู้สึกอึดอัดที่ไม่สามารถรักษาความเงียบได้ตามปณิธานที่ตั้งใจ
นักเรียนคนที่สามเริ่มเข้าใจว่าความเงียบที่แท้จริงนั้นไม่ได้มาจากการไม่พูดเท่านั้น แต่คือการเข้าใจถึงภายในตัวเองและการปล่อยวางความคิดที่ค้างคา
ขณะที่นักเรียนคนที่สี่ก็เริ่มสงสัยในความภูมิใจที่ตนเองมีว่าเขาคือผู้ที่ไม่พูดแต่กลับลืมไปว่าเขาก็ยังคงมีความคิดและการตัดสินภายในใจ
เมื่อถึงวันที่เจ็ด พวกเขาได้เรียนรู้จากการฝึกฝนครั้งนี้ พวกเขาตระหนักว่า ความเงียบไม่ได้แค่หมายถึงการไม่พูดเท่านั้น แต่คือการรู้จักฟังตัวเองและปล่อยวางสิ่งที่ไม่จำเป็น การรักษาความเงียบจึงไม่ใช่แค่การห้ามพูด แต่คือการเข้าใจถึงความคิดและอารมณ์ที่เกิดขึ้นในใจและการปล่อยให้มันผ่านไปโดยไม่ยึดติด
ในตอนท้าย นักเรียนทั้งสี่ต่างยิ้มให้กันและเห็นด้วยว่า แม้จะมีการพูดออกไปบ้างในระหว่างการฝึก แต่พวกเขาก็ได้เรียนรู้บทเรียนที่สำคัญจากการฝึกฝนนี้ การรู้จักหยุดคิดและฟังตัวเองจริง ๆ คือการเรียนรู้ที่ลึกซึ้งที่สุด
*** (นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การฝึกฝนความเงียบไม่ใช่แค่การไม่พูด แต่คือการเรียนรู้ที่จะปล่อยวางความคิดและอารมณ์ที่ไม่จำเป็น การรู้จักฟังตัวเองและปล่อยให้สิ่งต่าง ๆ ผ่านไปอย่างไม่ยึดติด คือการตื่นรู้ที่แท้จริงในชีวิต)
การฝึกฝนเงียบนั้น ..... พึงจำ
มิใช่ไม่พูดคำ ..... จบแท้
แต่คือปล่อยวางดำ- ..... ริคิด,
สิ่งมิจำเป็นแล้ ..... และรู้จักฟัง ตนเอย.
Kitaro - Silence
🤍🤍🤍 นิทานเซน: เรียนรู้ที่จะเงียบ 🤍🤍🤍