ทางรอดของรถเมล์ในกรุงเทพ เมื่อรถไฟฟ้าครอบคลุมทั่วเมืองและค่าโดยสารถูกลง 1 เจ้าแบ่งรถวิ่ง 2 ประเภท

ถ้าค่าโดยสารรถไฟฟ้าถูกลงและเส้นทางรถไฟฟ้าครอบคลุมทั่วกรุงเทพมากกว่าเดิม รถเมล์ก็จะอยู่แบบยากลำบากขึ้นอีก เพราะจะต้องมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่หันไปใช้รถไฟฟ้าแทนรถเมล์ รายได้รถเมล์ก็จะหดลงอีก ซึ่งวิธีการให้รถเมล์อยู่รอดมากขึ้นก็มีอยู่ ต้องทำให้การบริการตอบโจทย์สังคม ทันยุคสมัย ก็คือ
1.ให้บริการรถวิ่งทางไกลแบบถี่ๆ
2.ให้บริการแบบรถ feeder ต่อ 1-2 สถานีรถไฟฟ้า

   ขอยกตัวอย่างซัก 2 เจ้า ได้แก่ สาย 145 และสาย 92
     สาย 145 จะวิ่งจากหมอชิต 2 ถึงแพรกษา
สาย 145 จะวิ่งจากหมอชิต 2 ถึงแพรกษา สมุทรปราการ ต่อไปก็ควรเพิ่มการลงทุนทำรถ feeder เชื่อมสถานีรถไฟฟ้าซัก 1-2 สถานี เช่น ทำรถ feeder เชื่อมสายสีเหลืองสถานีบางกะปิ
  รถวิ่งจากสถานีบางกะปิ (ถนนลาดพร้าว) -> เลี้ยวเข้าถนนแฮปปี้แลนด์ -> ผ่านเคหะคลองจั่น -> ออกถนนนวมินทร์ -> แยกลำสาลี -> กลับมาที่สถานีบางกะปิ (รวมระยะทางราว 2.5 - 3 กิโลเมตร)
       รถ feeder วิ่งทุก 10 นาที ค่าบริการ 10 บาท
     รถเมล์ 145 ก็จะมีทั้งรถวิ่ง 2 ประเภท
1.วิ่งทางไกลตั้งแต่แพรกษา-หมอชิต 2
2.วิ่งเป็นวงกลมในย่านสถานีสายสีเหลืองบางกะปิ

      สาย 92 วิ่งจากเคหะร่มเกล้า ถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ต่อไปก็ควรเพิ่มการลงทุนทำรถ feeder เชื่อมสถานีรถไฟฟ้าซัก 1-2 สถานีด้วย เช่น ทำรถ feeder เชื่อมสถานึ arl หัวหมาก รถ feeder จะคอยรับส่งคนตามจุดต่างๆดังนี้
•จุดตัดถนนกำแพงเพชร 7 (หน้าคอนโดและแยกคลองตัน): รับผู้โดยสารจากคอนโดมิเนียมและผู้ใช้บริการรถไฟสายตะวันออกจุดตัดถนนรามคำแหง •(แยกรามคำแหง): จุดเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารหลัก เชื่อมต่อรถเมล์และเรือโดยสารคลองแสนแสบ
•ม.รามคำแหง (หัวหมาก) / ราชมังคลากีฬาสถาน: จุดที่มีนักศึกษาและผู้คนอยู่อาศัยหนาแน่น
•ตลาดและห้างสรรพสินค้า: จุดจอดบริเวณตลาดใกล้ ม.รามฯ หรือห้างสรรพสินค้า เพื่อรองรับการจับจ่ายใช้สอย
     รถเมล์ 92 ก็จะมีทั้งรถวิ่ง 2 ประเภท
1.วิ่งทางไกลตั้งแต่เคหะร่มเกล้า-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
2.วิ่งไป-กลับในย่านสถานี arl รามคำแหง

       อนาคตรถเมล์ 1 สายก็จะมีรถวิ่ง 2 ประเภท 2 เส้นทาง ทำให้ตอบโจทย์ยุคสมัยที่รถไฟฟ้าวิ่งครอบคลุมทั่วเมือง
1.รถวิ่งทางไกลไปตามทางถนนใหญ่ ไม่เชื่อมชุมชน
2.รถ feeder รับส่งคนขึ้นรถไฟฟ้า เชื่อมชุมชน
    ซึ่งจะต้องมีวิธีบริหารจัดการรถทั้ง 2 ประเภทนี้อย่างมีประสิทธิภาพ รถเมล์วิ่งทางไกลแบบไม่เชื่อมชุมชนก็ต้องวิ่งให้ถี่ด้วย ผู้โดยสารไม่ต้องรอนาน ถ้าให้คนรอนาน ต่อไปเขาคงไปหาซื้อรถส่วนตัว เช่น มอเตอร์ไซด์ รถมือสอง เพราะสะดวกกว่า

      ทุกวันนี้ ภาครัฐยังแก้ปัญหารถเมล์ไม่ดีเท่าไร ถึงจะซื้อรถเมล์คันใหม่ ปฏิรูปเส้นทางก็แล้ว แต่คนไม่พอใจการบริการของรถเมล์ก็ยังมีเยอะอยู่ ปัญหาหนักๆคือ คอยรถนาน ซึ่งก็ยังเป็นปัญหาอยู่ในตอนนี้ ควรจะเร่งแก้ปัญหาที่ประชาชนบ่นกันเยอะๆอย่างจริงจัง ไม่งั้นต่อให้ซื้อรถเมล์คันใหม่ซักกี่คัน ปฏิรูปเส้นทางอีกกี่รอบ คนก็ยังไม่นิยมใช้บริการถเมล์อยู่ดี

      รถเมล์ที่รัฐจะซื้อเอามาให้บริการประชาชน ไม่ต้องเป็นคันใหญ่ ไม่ต้องซื้อแพง แต่ขอให้วิ่งถี่ 10-15 นาทีต่อคัน อย่างในภาพนี้แค่ 1.96 ล้านบาท


     ของที่รัฐซื้อมาคันเฉลี่ย 6 ล้านบาท/คัน 35 ที่นั่ง สู้ซื้อมา 2 ล้านบาท/คัน 20 ที่นั่ง แต่ให้บริการถี่ขึ้นดีกว่า ราคาซื้อรถเมล์ถูกลงหลายล้าน รถประหยัดพลังงานมากขึ้นต้นทุนพลังงานลดลง เพราะกินไฟน้อยกว่า ตอบโจทย์ประชาชนผู้ใช้บริการจริงๆ

      ส่วนรถ feeder ที่คอยรับส่งคนขึ้นรถไฟฟ้า ก็น่าจะเป็นรถสองแถว เอาแบบสองแถวแปลงร่าง สเป็ครถแบบคันละ 12 ที่นั่ง น่าจะพอดี เหมาะแก่การให้บริการมาก


      ก็แนะนำตามนี้ รอดูว่าอนาคตของรถเมล์ในกรุงเทพจะเป็นอย่างไรต่อไป จะรุ่ง หรือจะร่วง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่