เมื่อ "หุ้นส่วนครอบครัว" กลายเป็นเจ้ากรรมนายเวร: ถึงเวลาที่ไทยต้องอนุญาตให้จดบริษัท "คนเดียว" ได้หรือยัง?

แชร์ประสบการณ์ชีวิตจริงที่จ่ายด้วยความสัมพันธ์ในครอบครัว  เพียงเพราะกฎหมายไทยยังไม่เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กๆ เริ่มจาก0จริงแบบผม จดทะเบียนบริษัทด้วยตัวคนเดียวได้ ใครกำลังวางแผนทำธุรกิจหรืออยู่ในสถานการณ์นี้บ้างครับ ผมอยากให้เพื่อนอ่านโพสต์นี้เถอะครับ มันคือบทเรียนราคาแพงที่สุดในชีวิตผมแล้ว

พาร์ท 1: ผมสร้างธุรกิจจากศูนย์ ท่ามกลางอคติของคนในบ้าน
ย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ผมตัดสินใจขยับจากการทำฟรีแลนซ์มาเปิดบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยี  ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากครอบครัวข้าราชการหัวโบราณที่มองว่างานผมมันไม่มั่นคง แต่ผมก็ดื้อดึงจดบริษัทจนสำเร็จ โดยขอให้พ่อกับน้องมาเป็น "หุ้นลม" .. ใครจะไปคิดว่าความดื้อรั้นเพื่อคว้าโอกาสในวันนั้น จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์ปัญหาที่ผมจะเล่าให้ฟังในพาร์ทต่อไป!


พาร์ท 2: เมื่อ "ความลับ" ถูกเปิดโปง... และหายนะก็มาเยือน
ในจังหวะที่ธุรกิจผมกำลังไปได้สวย ปีที่3ผมก็ทำกำไรหลักล้านได้สำเร็จ ผลตอบรับดีมาก ลูกค้าพูดปากต่อปาก จนขยายสาขา และแตกไลน์ธุรกิจใหม่เพิ่ม จะบอกว่าช่วงนั้นผมรายได้เยอะมากครับ เรื่องที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นตอนนั้นพ่อผมก็เกษียณอายุราชการพอดี แทนที่จะใช้ชีวิตเรียบง่าย พ่อกลับนำเงินก้อนใหญ่ไปปรนเปรอเมียน้อยหลายคนจนมือเติบ โดยที่ครอบครัวไม่เคยระแคะระคาย แต่เมื่อเงินหมดลง ปัญหาใหญ่ก็บังเกิด... พ่อเลือกที่จะ "ปั่นหัว" บรรดาเมียน้อยเหล่านั้นด้วยการกุเรื่องว่า เขาคือผู้สร้างธุรกิจนี้ให้ผมจนรวยมหาศาล ทำให้เมียน้อยเหล่านั้นบุกเข้ามาทวงสิทธิ์ในหุ้นลมนั้นถึงที่ พาร์ทนี้เหมือนหนังเลยครับไว้มีโอกาสผมจะมาเล่าเป็น Spin off นะครับ !

พาร์ท 3: วิกฤตครอบครัว... มรสุมที่ผมไม่ได้ก่อ
หลังพ่อแม่เกษียณ การเงินที่บ้านเริ่มทรุดลง แต่น้องชายผมที่เรียนไม่จบ  ชอบเที่ยวราตรี อยู่ดีๆก็ได้เข้าไปทำงานในหน่วยงานนึงอย่างน่าอัศจรรย์ แม้เงินเดือนจะหมื่นกลางๆ แต่เขากลับมีรถราคาแพง และประกาศลงโซเชียลว่าบ้านและที่ดินเป็นของเขาหมดแล้ว ซึ่งเขาก็บอกเองว่าที่เขาได้ทุกวันนี้เพราะคนในครอบครัวนี่แหละสนับสนุนทั้งเรื่องการเงินทั้งเรื่องวิ่งเต้น ผมก็คิดว่าโอเคเราก็ต้องยินดีกับเขา แต่ที่ไหนได้

จู่ๆ วันนึงน้องชายบุกมาทวงส่วนแบ่งธุรกิจ 60% โดยอ้างว่าเป็น "ธุรกิจกงสี" เพราะในทะเบียนบริษัทมีชื่อพ่อและชื่อเขาถือหุ้นอยู่ เขาจึงอ้างสิทธิ์ทันที ทั้งที่ตัวเขาเองกวาดสมบัติที่ดินและบ้านไปจนหมดแล้ว  แต่ยังจะมารุมทึ้งธุรกิจที่ตัวเองไม่เคยลงทุนแม้แต่บาทเดียว ซึ่งตอนนี้คุยกันไม่ลงตัวและทะเลาะกันใหญ่โตจนตัดขาดกันไปหมดแล้ว และผมไม่เคยคิดที่อยากจะกลับไปขอโทษหรือคืนดีเลยครับ ยิ่งคุยยิ่งบานปลาย Toxic เหลือเกิน

พาร์ท 4: ระเบิดเวลา 0.01% ที่ต้องเคลียร์
ตอนนี้ปัญหาที่ค้างอยู่คือ "หุ้น 0.01%" ที่ตอนนี้ผมปรับให้มาอยู่ที่พ่อคนเดียว(จากเมื่อก่อนที่มีน้องถือร่วมกับพ่อ) นี่คือระเบิดเวลาที่ผมกลัวมาก  ดูทรงแล้วพ่อผมบั้นปลายคงให้เมียน้อยหมด แล้วถ้าพ่อผมไม่อยู่เป็นมรดก ตกไปอยู่ที่ไหนก็บรรลัย ทั้งพ่อ เมียน้อย น้อง  ซวยจริงๆผมเนี่ย

บทสรุป ชีวิตผม เมื่อกฎหมายไทย "ล้าหลัง" กลายเป็นระเบิดเวลาทำลายชีวิต
ทำไมกฎหมายไทยถึงยังบังคับให้ต้องมีหุ้นส่วนอย่างน้อย 2 คนครับ? ในขณะที่ต่างประเทศอย่าง สหรัฐฯ, อังกฤษ, ฮ่องกง หรือเวียดนาม เขาให้เจ้าของถือหุ้น 100% ได้มานานแล้ว  ซึ่งระบบเขาตรวจสอบเก่งมาก โกงนิดเดียวไม่กี่เดือนก็จับได้! ทำไมบ้านเราไม่ทำอย่างนั้นบ้างครับ!

บอกตรงๆ ว่าถ้ากฎหมายเอื้อให้จดบริษัทคนเดียวได้เมื่อไหร่ ผมจะรีบไปแก้ให้จบไวที่สุด เพราะสิ่งที่ผมต้องการคือความเป็นเจ้าของ 100% โดยไม่ต้องมีใครมาอ้างสิทธิ์เหนือน้ำพักน้ำแรงของผมอีกครับ"
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่