Amartya Sen

หลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ของฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล วิเคราะห์พัฒนาการของแนวคิดจากการปฏิบัติจริง เปรียบเทียบกับ Capability Approach ของ Amartya Sen 

บทนำ
การพัฒนาเศรษฐกิจในศตวรรษที่ 20 ได้เปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไปสู่แนวคิดที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนามนุษย์ (human development) คุณภาพชีวิต (quality of life) และการเพิ่มศักยภาพของประชาชน (human capability) ในฐานะเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนา แนวคิดดังกล่าวได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากผลงานของ Amartya Sen ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปี พ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998) จากการพัฒนาแนวคิดด้านเศรษฐศาสตร์สวัสดิการ ความยากจน และศักยภาพของมนุษย์ (Capability Approach)

ระหว่าง พ.ศ, 2538 -2540 หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยชี้ให้เห็นว่า ก่อนการได้รับรางวัลโนเบลของ Sen ประเทศไทยได้มีการกำหนดและดำเนินนโยบายการพัฒนาที่มีลักษณะให้ความสำคัญกับการพัฒนามนุษย์ การลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างโอกาสทางการศึกษา การเรียนรู้ตลอดชีวิต การกระจายอำนาจ และการสร้างคุณภาพชีวิตผ่านการปฏิรูปเชิงสถาบัน ภายใต้การนำของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและรองนายกรัฐมนตรี ด้วยการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ซึ่งได้รับการเผยแพร่ผ่านเอกสารขององค์การระหว่างประเทศ เช่น UNESCO และ SEAMEO

หลักคิดดังกล่าวมิได้จำกัดอยู่เฉพาะการปฏิรูปการศึกษา หากแต่สะท้อนกรอบปรัชญาการพัฒนาที่ครอบคลุมหลายมิติ ทั้งการศึกษา สุขภาพ ความมั่นคง ความยุติธรรม อุตสาหกรรมการเกษตร เกษตรกรรม ความพยายามในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจฐานรากด้วยมาตรการต่างๆ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพของประชาชนให้สามารถพัฒนาตนเอง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และร่วมกันพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน หลักคิดนี้ได้รับการสถาปนา ในปัจจุบันว่า ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ซึ่งเกิดจากการสังเคราะห์ประสบการณ์การบริหารและการพัฒนาประเทศของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ตลอดหลายทศวรรษ

เอกสารสำคัญระหว่างปี พ.ศ. 2538–2540 แสดงให้เห็นว่า ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ได้พัฒนาหลักคิด เรื่อง “Learning Society”, “Lifelong Learning”, “Learning How to Learn”, “Human Resource Development”, “Quality of Life”, “Equal Access to Education” และ “Human Potential” อย่างเป็นระบบ 

พร้อมทั้งนำไปสู่การดำเนินนโยบายจริงในระดับประเทศ นอกจากนี้ ในการประชุมสภารัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMEO Council Conference) ณ กรุงมะนิลา เมื่อปี พ.ศ. 2540 ยังได้เสนอหลักการสำคัญว่า เสถียรภาพของประเทศต้องตั้งอยู่บน “สี่เสาหลัก” ได้แก่ การศึกษา สุขภาพ ความมั่นคง และความยุติธรรม ซึ่งสะท้อนการบูรณาการการพัฒนามนุษย์เข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นองค์รวม

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนวรรณกรรมและหลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ วิเคราะห์พัฒนาการของแนวคิดจากการปฏิบัติจริง เปรียบเทียบกับ Capability Approach ของ Amartya Sen ในเชิงประวัติศาสตร์และเชิงแนวคิด และประเมินว่าปรัชญาดังกล่าวมีลักษณะเป็นสำนักคิดทางเศรษฐศาสตร์การพัฒนาซึ่งพัฒนาขึ้นอย่างอิสระจากบริบทของประเทศไทยเรื่อง ทั้งนี้ การศึกษามุ่งเสนอข้อค้นพบบนพื้นฐานของหลักฐานเอกสารและข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยหลีกเลี่ยงการสรุปเชิงคุณค่าที่เกินกว่าหลักฐานรองรับ และมุ่งเปิดพื้นที่สำหรับการศึกษาต่อยอดในวงวิชาการเศรษฐศาสตร์การพัฒนาและนโยบายสาธารณะในระดับนานาชาติ


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่