เงินเยนอ่อนค่าทุบสถิติรอบ 40 ปี! Yen Carry Trade กำลังถอนทุนครั้งใหญ่
เช้านี้ ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี (USD/JPY พุ่งทะลุ 162.7) นะครับ
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของญี่ปุ่นที่เดียวอีกต่อไป… แต่เป็น “เชือกดึง” ที่กำลังชักคะเย่อกระชากตลาดการเงินทั่วโลก
ให้นักลงทุนต้องกลับมามองกันอีกรอบ
วันนี้ผมจะพาไปเจาะลึกกลไกที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังภาพนี้แบบเข้าใจง่าย ๆ ครับ
--- เริ่มกันที่ Yen Carry Trade คืออะไร? เอาง่ายๆ มันคือ “ท่อส่งน้ำเลี้ยง” ของตลาดโลก มานานกว่า 30 ปี ครับ
จุดเริ่มต้น มันมาจากห้องสวีทที่โรงแรม Plaza ในปี 1985 ตอนนั้น ความแข็งแกร่งของภาคการผลิตญี่ปุ่นในยุค 80s
บีบให้สหรัฐฯ ต้องยื่นคำขาดจนนำไปสู่ "Plaza Accord" ในปี 1985 เพื่อกดดอลลาร์ให้อ่อนค่า และดันค่าเงินเยนให้แข็งขึ้นอย่างรวดเร็ว
" ... ทำให้ทุกครั้งที่น้ำมันแพงและดอลลาร์แข็ง ญี่ปุ่นจะยิ่งเลือดไหลออกมากขึ้นไปอีก แต่ในทางกลับกัน
บริษัทส่งออกในญี่ปุ่นอย่าง Toyota และอีกหลายๆบริษัท โดยเฉพาะที่อยู่ใน AI Hardware Supply Chain
ก็กำลังโกยกำไรมหาศาล (ประเมินว่าเงินเยนอ่อนค่าทุกๆ 1 เยน จะเพิ่มกำไรจากการดำเนินงานให้ Toyota ถึง 5 หมื่นล้านเยน) "
รายละเอียด

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ผลลัพธ์ในวันนั้นทำให้นักลงทุนที่ถือเงินเยน แห่ขนเงินกลับประเทศอย่างรวดเร็ว เอาไปลงทุนในประเทศ
ทั้งพันธบัตร ทั้งหุ้น และอสังหาฯในประเทศ ผลที่ตามมาหลังจากนั้นคือ ญี่ปุ่นสูญเสียความสามารถในการส่งออกทันทีครับ
เพราะเงินเยนแข็งค่าเร็วเกินไป และในตอนนั้น ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ต้องอัดฉีดเม็ดเงินและลดดอกเบี้ยจนเกิด
"ฟองสบู่" ครั้งใหญ่ในตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ และพอฟองสบู่ลูกนั้นแตก ญี่ปุ่นก็เข้าสู่ทศวรรษแห่งความซบเซา
จนต้องตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0% เป็นเวลากว่า 30 ปีทีเดียว ---
หลังจากนั้น นักลงทุนก็เริ่มเห็นช่องโอกาสในการลงทุนที่น่าสนใจ ผ่านกลไกที่เรียกว่า "Yen Carry Trade "
นักลงทุนทั่วโลกใช้สูตรสำเร็จนี้ครับ
1. กู้เงินเยนจากญี่ปุ่น (ดอกเบี้ยเกือบ 0%)
2. แปลงเป็นดอลลาร์หรือสกุลเงินอื่น
3. นำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง เช่น หุ้นสหรัฐฯ, พันธบัตร, ทองคำ, หรือคริปโต
เม็ดเงินหลายล้านล้านดอลลาร์ที่ไหลออกจากญี่ปุ่นนี้ คือหนึ่งในเครื่องยนต์หลักที่ผลักดันให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
และสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกพุ่งสูงในช่วง 10-15 ปีที่ผ่านมา ---
แล้วทำไมรอบนี้ ค่าเงินเยนถึงอ่อนค่าหนักที่สุดในรอบ 40 ปี? สาเหตุหลักมาจาก ส่วนต่างดอกเบี้ย
ที่กว้างมากระหว่างญี่ปุ่น (ดอกเบี้ยต่ำ) กับสหรัฐฯ (Fed Hawkish) ครับ ยิ่งเงินเฟ้อในสหรัฐฯ
สูงจากสงครามอิหร่าน และต้นทุนพลังงาน BOJ ยิ่งถูกกดดันให้ขึ้นดอกเบี้ยช้า ๆ
เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นช็อก ผลคือ
นักลงทุนเทเงินเยนออกไปหาดอลลาร์เป็นจำนวนมหาศาล จนเงินเยนอ่อนค่าทุบสถิติตั้งแต่ปี 1986
--- BOJ รับมือกับสถานการณ์ค่าเงินเยนอ่อนค่าอย่างไร? BOJ ก็ไม่ได้นั่งเฉย ๆ ครับ พวกเขาใช้ กระสุน 2 ลูกใหญ่ คือ
1. แทรกแซงตลาด ด้วยการเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาเป็นเงินก้อนโตกว่า 73 พันล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อเงินเยนกลับ
2. BOJ ขึ้นดอกเบี้ย เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี (โดย BOJ เพิ่งขยับขึ้นดอกเบี้ยไปถึง 1% เมื่อกลางเดือนมิถุนายน)
ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1995 สาเหตุเป็นเพราะ ถ้ามีแต่แทรกแซงด้วยการขายพันธบัตรเพียงอย่างเดียว
มันช่วยพยุงเงินเยนได้แค่ชั่วคราวครับ เปรียบไป ก็เหมือน “ตักน้ำออกจากเรือที่ยังรั่วอยู่”
ถ้าไม่แก้ที่ต้นเหตุ (ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่าง สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น) เงินก็จะไหลออกต่อเนื่องอยู่ดี ล่าสุด Bloomberg มีรายงานว่า
รัฐมนตรีคลังและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของญี่ปุ่น มีการออกมาขู่รายวันว่าจะเข้าแทรกแซงเพิ่มอีก
แต่ตลาดกลับเมินเฉยและเทขายเงินเยนอย่างต่อเนื่องครับ ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าจุดวัดใจหรือ "เส้นแดง"
เส้นใหม่ได้ขยับไปอยู่ที่ 163 ถึง 165 เยนต่อดอลลาร์แล้ว ผมมองว่า ทางการญี่ปุ่นอาจเรียนรู้จากอดีตครับ
การรีบแทรกแซงตอนที่ตลาดยังมี Momentum สูงๆ มักสูญเปล่า พวกเขาจึงน่าจะรอให้ฝั่งสะสมสถานะ Short
เงินเยนจนเต็มที่เสียก่อน เพื่อหวังผลให้การแทรกแซงครั้งต่อไปสร้างความเจ็บปวดและทำให้เกิดการบังคับขาย
(Short Squeeze) ได้รุนแรง ซึ่งจะหยุดการอ่อนค่าได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่า ส่วนฝั่งดอกเบี้ยนโยบาย
ตลาดกลับมองว่า การขึ้นดอกเบี้ยมาที่ระดับ 1% มันยัง "น้อยและช้าเกินไป" เมื่อเทียบกับท่าที Hawkish ของเฟด
มันเลยทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยที่กว้างแบบนี้ ยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้เงินทุนไหลออกอยู่ดี ---
อีกเรื่องที่เห็นปัญหาในเชิงโครงสร้างของญี่ปุ่น ก็คือ หนี้สาธารณะครับ BOJ ถูกมัดมือชกจากหนี้สาธารณะที่สูงลิ่ว
และรัฐบาลที่ต้องการให้ระมัดระวังการขึ้นดอกเบี้ย และเมื่อบวกกับปัญหาเชิงโครงสร้างอีก 2 เรื่องอย่าง
สังคมผู้สูงอายุ และการที่ญี่ปุ่นต้องนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง (ที่ต้องจ่ายเป็นดอลลาร์)
ทำให้ทุกครั้งที่น้ำมันแพงและดอลลาร์แข็ง ญี่ปุ่นจะยิ่งเลือดไหลออกมากขึ้นไปอีก แต่ในทางกลับกัน
บริษัทส่งออกในญี่ปุ่นอย่าง Toyota และอีกหลายๆบริษัท โดยเฉพาะที่อยู่ใน AI Hardware Supply Chain
ก็กำลังโกยกำไรมหาศาล (ประเมินว่าเงินเยนอ่อนค่าทุกๆ 1 เยน จะเพิ่มกำไรจากการดำเนินงานให้ Toyota ถึง 5 หมื่นล้านเยน)
และนี่คือเหตุผลสำคัญเลยครับ ที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงทำจุดสูงสุดใหม่ได้ ท่ามกลางวิกฤตค่าเงิน ---
ผลกระทบที่เรากำลังเห็น
1. ทองคำร่วง เพราะนักลงทุนที่เคยกู้เงินเยนถูกบังคับให้ขายทองคำเพื่อนำเงินไปปิดหนี้
2. หุ้นเทคสหรัฐฯ สะดุดบ้าง เพราะเงินจาก Carry Trade ไหลออก
3. พันธบัตรสหรัฐฯ ถูกเทขายจากญี่ปุ่น (เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของโลก) ทำให้ Yield พุ่งสูง
4. ราคาน้ำมันยังผันผวน เพราะดีลสันภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน ยังมีรายละเอียดและควาไมม่แน่นอนอีกเยอะ ---
มุมมอง Mr.Messenger Yen Carry Trade ที่เคยเป็นน้ำเลี้ยงราคาถูกให้ตลาดโลกมานานหลายสิบปี
กำลังถูกถอนออกอย่างเป็นระบบ นี่คือ Structural Liquidation - การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของกระแสเงินทุนโลก
และถ้าสัปดาห์นี้ ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ (Nonfarm Payrolls) ออกมาแข็งแกร่ง และดอลลาร์แข็งค่ากระชาก
เยนทะลุ 164 ทางการญี่ปุ่นอาจถูกบีบให้ต้องเปิดฉากเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ ล็อตใหญ่ระดับโลกอีกครั้ง
https://x.com/MrMessenger/status/2072158987496444019
ซึ่งนั่นจะไปเร่งปฏิกิริยา "Yen Carry Trade Unwind" ให้รุนแรงขึ้น และส่งแรงกระเพื่อมเชิงลบมาสู่สินทรัพย์
เสี่ยงทั่วโลกให้ยังมีแรงปรับฐานต่อก็ได้นะครับ ผมมองว่า ...
1. อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไปครับ แต่เราต้องเตรียมตัว
รับความผันผวนที่สูงขึ้นจากประเด็นนี้
2. ลดน้ำหนักสินทรัพย์เสี่ยง ที่เคยพึ่งพา Carry Trade
(หุ้นสหรัฐฯ, หุ้นเทค หรือ พวก Growth Play)
3. กระจายพอร์ต เพิ่มน้ำหนักสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากดอลลาร์แข็ง
(หุ้นธนาคาร, Healthcare หรือพวก Defensive Play)
4. ถือ Cash บางส่วนเพื่อรอจังหวะซื้อเหล่า Growth Play ในราคาที่ถูกกว่าเมื่อตลาดปรับฐาน
ประวัติศาสตร์สอนเราว่า ..
เมื่อ “เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของโลก” เริ่มทวงเงินคืน กระแสเงินทุนย่อมเปลี่ยนไปครับ
และตอนนี้… ญี่ปุ่นกำลังเริ่มทวงเงินแล้ว
Mr.Messenger รายงาน
ญี่ปุ่นกำลังละทิ้งแนวทางเดิมที่มักส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า และเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์ "ซุ่มโจมตี"
สกัดกลุ่มนักเก็งกำไรที่เปิดสถานะขาย Short เงินเยนโดยเฉพาะ เพื่อร่วมมือกันสกัดแรงเก็งกำไรเทขาย
จนเยนอ่อนค่าเกินไป ท่ามกลางส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่กว้างมาก
Announcer | พิภู พุ่มแก้วกล้า และ ไอลดา พิศสุวรรณ
ค่าเงินเยนอ่อนทุกๆ 1 เยน บ.โตโยต้า ก็โกยกำไรเพิ่มขึ้นทีละ 5 หมื่นล้านเยน
เช้านี้ ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี (USD/JPY พุ่งทะลุ 162.7) นะครับ
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของญี่ปุ่นที่เดียวอีกต่อไป… แต่เป็น “เชือกดึง” ที่กำลังชักคะเย่อกระชากตลาดการเงินทั่วโลก
ให้นักลงทุนต้องกลับมามองกันอีกรอบ
วันนี้ผมจะพาไปเจาะลึกกลไกที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังภาพนี้แบบเข้าใจง่าย ๆ ครับ
--- เริ่มกันที่ Yen Carry Trade คืออะไร? เอาง่ายๆ มันคือ “ท่อส่งน้ำเลี้ยง” ของตลาดโลก มานานกว่า 30 ปี ครับ
จุดเริ่มต้น มันมาจากห้องสวีทที่โรงแรม Plaza ในปี 1985 ตอนนั้น ความแข็งแกร่งของภาคการผลิตญี่ปุ่นในยุค 80s
บีบให้สหรัฐฯ ต้องยื่นคำขาดจนนำไปสู่ "Plaza Accord" ในปี 1985 เพื่อกดดอลลาร์ให้อ่อนค่า และดันค่าเงินเยนให้แข็งขึ้นอย่างรวดเร็ว
" ... ทำให้ทุกครั้งที่น้ำมันแพงและดอลลาร์แข็ง ญี่ปุ่นจะยิ่งเลือดไหลออกมากขึ้นไปอีก แต่ในทางกลับกัน
บริษัทส่งออกในญี่ปุ่นอย่าง Toyota และอีกหลายๆบริษัท โดยเฉพาะที่อยู่ใน AI Hardware Supply Chain
ก็กำลังโกยกำไรมหาศาล (ประเมินว่าเงินเยนอ่อนค่าทุกๆ 1 เยน จะเพิ่มกำไรจากการดำเนินงานให้ Toyota ถึง 5 หมื่นล้านเยน) "
รายละเอียด
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ซึ่งนั่นจะไปเร่งปฏิกิริยา "Yen Carry Trade Unwind" ให้รุนแรงขึ้น และส่งแรงกระเพื่อมเชิงลบมาสู่สินทรัพย์
เสี่ยงทั่วโลกให้ยังมีแรงปรับฐานต่อก็ได้นะครับ ผมมองว่า ...
1. อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไปครับ แต่เราต้องเตรียมตัว
รับความผันผวนที่สูงขึ้นจากประเด็นนี้
2. ลดน้ำหนักสินทรัพย์เสี่ยง ที่เคยพึ่งพา Carry Trade
(หุ้นสหรัฐฯ, หุ้นเทค หรือ พวก Growth Play)
3. กระจายพอร์ต เพิ่มน้ำหนักสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากดอลลาร์แข็ง
(หุ้นธนาคาร, Healthcare หรือพวก Defensive Play)
4. ถือ Cash บางส่วนเพื่อรอจังหวะซื้อเหล่า Growth Play ในราคาที่ถูกกว่าเมื่อตลาดปรับฐาน
ประวัติศาสตร์สอนเราว่า ..
เมื่อ “เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของโลก” เริ่มทวงเงินคืน กระแสเงินทุนย่อมเปลี่ยนไปครับ
และตอนนี้… ญี่ปุ่นกำลังเริ่มทวงเงินแล้ว
Mr.Messenger รายงาน
ญี่ปุ่นกำลังละทิ้งแนวทางเดิมที่มักส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า และเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์ "ซุ่มโจมตี"
สกัดกลุ่มนักเก็งกำไรที่เปิดสถานะขาย Short เงินเยนโดยเฉพาะ เพื่อร่วมมือกันสกัดแรงเก็งกำไรเทขาย
จนเยนอ่อนค่าเกินไป ท่ามกลางส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่กว้างมาก
Announcer | พิภู พุ่มแก้วกล้า และ ไอลดา พิศสุวรรณ