ชอบกินชะอมต้องรู้! 4 กลุ่มเสี่ยงที่ไม่ควรกิน เสี่ยงกระทบสุขภาพโดยไม่รู้ตัว
"ชะอม" เป็นผักพื้นบ้านยอดนิยมของคนไทย ไม่ว่าจะนำมาทอดไข่ แกงส้ม หรือกินคู่กับน้ำพริกก็อร่อย แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ สารต้านอนุมูลอิสระ และใยอาหารที่ดีต่อร่างกาย
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีประโยชน์ แต่ชะอมก็
ไม่เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะคนใน 4 กลุ่มต่อไปนี้
1. ผู้ป่วยโรคเกาต์ หรือผู้ที่มีกรดยูริกสูง
ชะอมมีสารพิวรีนในระดับปานกลางถึงสูง เมื่อร่างกายย่อยจะเปลี่ยนเป็นกรดยูริก หากรับประทานมาก อาจกระตุ้นให้อาการโรคเกาต์กำเริบ ทำให้ปวดข้อและข้ออักเสบได้
2. คุณแม่ที่กำลังให้นมบุตร
ตามข้อมูลทางการแพทย์และภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ชะอมอาจส่งผลให้น้ำนมลดลง อีกทั้งกลิ่นของชะอมอาจส่งผ่านทางน้ำนม ทำให้ทารกบางรายไม่ยอมดูดนม
3. ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
ชะอมเป็นผักที่มีโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสค่อนข้างสูง ผู้ป่วยโรคไต โดยเฉพาะระยะที่ 3-5 ควรจำกัดการรับประทาน เพราะหากระดับโพแทสเซียมในเลือดสูง อาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจได้
4. ผู้ที่แพ้ชะอม
แม้พบไม่บ่อย แต่บางคนอาจแพ้ชะอม หากรับประทานแล้วมีอาการผื่นคัน ปากบวม คันคอ คลื่นไส้ หรือหายใจลำบาก ควรหยุดรับประทานทันที และหากอาการรุนแรงควรรีบพบแพทย์
ข้อควรระวังสำหรับทุกคน
- ควรล้างชะอมให้สะอาดก่อนปรุงอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อน
- ควรรับประทานแบบปรุงสุก ไม่ควรกินดิบ
- ในช่วงฤดูฝน ชะอมอาจมีกลิ่นฉุนและรสเปรี้ยวมากขึ้น ซึ่งบางคนอาจเกิดอาการท้องอืดหรือปวดท้องได้ง่าย
- แม้ชะอมจะเป็นผักที่มีประโยชน์ แต่การเลือกรับประทานให้เหมาะกับสภาพร่างกายก็เป็นเรื่องสำคัญ หากมีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคเกาต์หรือโรคไต ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนรับประทานเป็นประจำ
ที่มา
MSN
ชอบกินชะอมต้องรู้! 4 กลุ่มเสี่ยงที่ไม่ควรกิน เสี่ยงกระทบสุขภาพโดยไม่รู้ตัว
"ชะอม" เป็นผักพื้นบ้านยอดนิยมของคนไทย ไม่ว่าจะนำมาทอดไข่ แกงส้ม หรือกินคู่กับน้ำพริกก็อร่อย แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ สารต้านอนุมูลอิสระ และใยอาหารที่ดีต่อร่างกาย
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีประโยชน์ แต่ชะอมก็ ไม่เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะคนใน 4 กลุ่มต่อไปนี้
1. ผู้ป่วยโรคเกาต์ หรือผู้ที่มีกรดยูริกสูง
ชะอมมีสารพิวรีนในระดับปานกลางถึงสูง เมื่อร่างกายย่อยจะเปลี่ยนเป็นกรดยูริก หากรับประทานมาก อาจกระตุ้นให้อาการโรคเกาต์กำเริบ ทำให้ปวดข้อและข้ออักเสบได้
2. คุณแม่ที่กำลังให้นมบุตร
ตามข้อมูลทางการแพทย์และภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ชะอมอาจส่งผลให้น้ำนมลดลง อีกทั้งกลิ่นของชะอมอาจส่งผ่านทางน้ำนม ทำให้ทารกบางรายไม่ยอมดูดนม
3. ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
ชะอมเป็นผักที่มีโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสค่อนข้างสูง ผู้ป่วยโรคไต โดยเฉพาะระยะที่ 3-5 ควรจำกัดการรับประทาน เพราะหากระดับโพแทสเซียมในเลือดสูง อาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจได้
4. ผู้ที่แพ้ชะอม
แม้พบไม่บ่อย แต่บางคนอาจแพ้ชะอม หากรับประทานแล้วมีอาการผื่นคัน ปากบวม คันคอ คลื่นไส้ หรือหายใจลำบาก ควรหยุดรับประทานทันที และหากอาการรุนแรงควรรีบพบแพทย์
ข้อควรระวังสำหรับทุกคน
- ควรล้างชะอมให้สะอาดก่อนปรุงอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อน
- ควรรับประทานแบบปรุงสุก ไม่ควรกินดิบ
- ในช่วงฤดูฝน ชะอมอาจมีกลิ่นฉุนและรสเปรี้ยวมากขึ้น ซึ่งบางคนอาจเกิดอาการท้องอืดหรือปวดท้องได้ง่าย
- แม้ชะอมจะเป็นผักที่มีประโยชน์ แต่การเลือกรับประทานให้เหมาะกับสภาพร่างกายก็เป็นเรื่องสำคัญ หากมีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคเกาต์หรือโรคไต ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนรับประทานเป็นประจำ
ที่มา MSN