“ยศชนัน” ชี้ดราม่าเปิด “คณะแพทย์” เข้าใจคลาดเคลื่อน อว.ไม่ได้เร่งเปิด แต่เป็นการถกโอกาสกระจายแพทย์สู่ภูมิภาค ย้ำเปิดหลักสูตร ห้ามไม่ได้ เป็นสิทธิ แต่ควบคุมคุณภาพคู่ขนานร่วมกับแพทยสภา พร้อมหารือก.สาธารณสุข ถกปมแก้ปัญหาผลิตแพทย์ แต่ไม่อยู่ในระบบ ล่าสุดคุยกับ “รมว.พัฒนา” แล้ว ส่วนจะหารือตอบโจทย์ปัญหาถึงขั้นตั้ง “คกก.ระดับชาติ” หรือไม่ อาจมีหลายรูปแบบทำคู่ขนานกัน
ปมเปิด "คณะแพทย์" เข้าใจคลาดเคลื่อน
เมื่อวันที่ 2 ก.ค.2569 ที่แพทยสภา อาคารมหิตลาธิเบศร กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวตอนหนึ่งในการเสวนา “มุมมองและการเตรียมความพร้อมให้ได้มาตรฐานของสถาบันผู้ผลิต” ว่า เรื่องการเปิดคณะแพทย์แห่งใหม่เพิ่มมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งในการประชุมนโยบาย อว. มีเรื่องทุนการสนับสนุนแพทย์จากกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท) ที่กำลังจะหมด จึงจำเป็นต้องทำกรอบเรื่องนี้ไว้ก่อน เพื่อให้มีการสนับสนุน กสพท ต่อเป็นเวลา 10 ปี โดยพิจารณาจากเรื่องปริมาณแพทย์ที่เกษียณ แพทย์ที่ผลิตใหม่ ภาพรวมประเทศน่าสนับสนุน แต่ไม่ใช่ว่าจะเปิดโรงเรียนแพทย์ใหม่
อย่างไรก็ตาม เรื่องการเปิดหลักสูตรใหม่ สป.อว.จะดูแลหลักสูตรร่วมกับแพทยสภา โดยคำนึงคุณภาพเป็นหลัก แม้ สป.อว.จะเห็นว่าผ่านได้ ก็จำเป็นต้องผ่านแพทยสภาอนุมัติ จึงจะเปิดหลักสูตรได้ เพราะการประกอบวิชาชีพสำคัญมากในเชิงปฏิบัติ ส่วนอีกเรื่องที่พูดกันเยอะคือ การใช้ทุนในหน่วยงานต่างๆ และการกระจายแพทย์ มีการพูดเช่นกันว่า การเปิดโรงเรียนแพทย์อื่นๆ นอกจากพื้นที่ กทม. มีการพูดว่าหากมีโรงเรียนแพทย์อยู่ตามภูมิภาคต่างๆ แนวโน้มแพทย์ทำงานในพื้นที่จะมีเยอะหรือไม่ เลยทำให้คนอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า เราจะไปเปิดโรงเรียนแพทย์ที่ต่างๆ แค่เป็นการนำเสนอไอเดียจะกระจายแพทย์อย่างไร
"ยืนยันว่าเราไม่ลดเกณฑ์คุณภาพ ส่วนที่เราสนับสนุน คือโอกาสในการผลิต แต่การจะผลิตอย่างไรเป็นการพูดคุยระหว่างทีมทำหลักสูตรและแพทยสภา" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
เป็นสิทธิเปิดคณะแพทย์ แต่เข้มคุณภาพ
ศ.ดร.ยศชนัน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเสวนา ว่า ได้มีการหารือกับแพทยสภา เรื่องการควบคุมคุณภาพ เกี่ยวกับการเปิดหลักสูตรคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งมีการทำกันมาก่อนอยู่แล้ว แต่เน้นย้ำมากขึ้น ซึ่งมีทั้งคุณภาพของหลักสูตร และคุณภาพทางวิชาชีพของแพทยสภา โดยหารือกันว่า ทั้งการผลิต และความต้องการต้องมีบาลานซ์ โดยประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งแพทยสภาดูแลอยู่แล้ว เพียงแต่เราเน้นย้ำมากขึ้น ขอให้ไม่ต้องกังวลว่า แพทย์ที่ผลิตออกมามีคุณภาพตามมาตรฐาน
เมื่อถามว่ามีนโยบายอย่างไรหากกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ จะเปิดคณะแพทย์ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การเปิดคณะแพทย์เป็นสิทธิของทุกสถาบันที่มีความพร้อม เราจึงต้องเน้นเรื่องการควบคุมคุณภาพของหลักสูตรคณะแพทยศาสตร์ที่ออกมา ดังนั้น ทุกคนมีสิทธิเปิด แต่เรื่องคุณภาพ ทางกระทรวง อว. และแพทยสภา มีการหารือร่วมกันอยู่แล้ว เพื่อส่งมอบแพทย์ที่มีคุณภาพที่ดี โดยกระทรวงอว. พร้อมสนับสนุนทั้งหมดเพื่อให้สถาบันการการศึกษาทั้งรัฐและเอกชน ผลิตแพทย์ออกมาให้ได้คุณภาพเพื่อประชาชน
หารือร่วมสธ.และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแก้ปมผลิตหมอเพิ่ม แต่ยังขาด
ผู้สื่อข่าวถามกรณีการผลิตแพทย์อย่างมีคุณภาพเป็นเรื่องหนึ่ง แต่เมื่อผลิตออกมาแต่ขาดการคงอยู่ในภาครัฐ ก.อว.จะมีส่วนช่วยอย่างไร ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรี ในการบูรณาการ ทั้งกระทรวงอว.และกระทรวงสาธารณสุข ภาครัฐและเอกชน รวมถึงอัตรากำลัง การกระจายตัวแพทย์ ประเด็นนี้มีการพูดถึงกันเยอะ ว่า โปรแกรมที่จะมีการกระจายแพทย์จะต้องมีการพูดคุยกับหน่วยงานไหนบ้าง
“ขณะนี้ทุกฝ่ายมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโจทย์นี้ และจะมีการพูดคุยถึงการแก้ปัญหาประเด็นต่างๆ เป็นเรื่องๆ ไม่ต้องกังวล ทางรัฐบาลจะดูแลเรื่องนี้อย่างเต็มความสามารถ ผมได้หารือกับท่านรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน” รองนายกฯและรมว.อว.กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีการแต่งตั้งเป็น “คณะกรรมการระดับชาติ” เพื่อแก้ปัญหาแพทย์ของประเทศไทยหรือไม่ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้สามารถทำขนานกันได้หลายรูปแบบ บางเรื่องเป็นการพูดคุยภายในก็ทำได้ เราพูดคุยกับแพทยสภามาตลอด อย่างความต้องการแพทย์เฉพาะทางหลายเรื่อง รวมถึงต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน และงบประมาณ
เพิ่มจำนวนแพทย์ กระจายสู่ภูมิภาค
ทั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ได้โพสต์เฟชบุ๊กเพิ่มเติมว่า สิ่งที่เรากำลังขับเคลื่อนร่วมกันคือการ "เพิ่มจำนวนแพทย์" และ "กระจายหมอลงสู่ภูมิภาค" เพื่ออุดช่องว่างการรักษาและทดแทนคุณหมอที่กำลังจะเกษียณ โดยอิงจากตัวเลขและฐานข้อมูลจริงเป็นหลักครับ
การแก้ปัญหาสาธารณสุขไทย เราทำแบบแยกส่วน หรือเร่งผลิตเพื่อเน้นแค่ปริมาณไม่ได้ครับ เราต้องมองภาพรวมทั้งระบบ (Landscape) ซึ่งทางกระทรวง อว. ได้วางแนวทางคู่ขนานไว้ 4 ด้าน เพื่อสร้างความยั่งยืนครับ
1.
คุณภาพต้องมาก่อน (Quality First) แพทยสภาจะเป็นประตูด่านแรก : การเปิดหลักสูตรใดๆ ต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ทั้งจาก สป.อว. และที่สำคัญที่สุดคือ "แพทยสภา" ครับ หากประเมินแล้วสถาบันไหน "ไม่พร้อม" ขาดแคลนอาจารย์ หรือไม่มีโรงพยาบาลรองรับที่ได้มาตรฐาน ทางแพทยสภามีอำนาจเต็มในการชลอการอนุมัติได้ทันทีครับ หลักการของผมคือ Excellence Hub คนไทยต้องได้รับบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพดีที่สุดเท่านั้นครับ
2.
อุดหนุนงบประมาณผลิต "อาจารย์แพทย์" : วันนี้ผมได้รับฟังปัญหาจากท่านนายกแพทยสภาและอาจารย์หลายท่าน ทราบว่าที่ผ่านมาราชวิทยาลัยและสถาบันฝึกอบรมต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการฝึกแพทย์เฉพาะทางกันเองมาตลอด อว. ยินดีอย่างยิ่งที่จะช่วยผลักดันงบประมาณแผ่นดินมารองรับในส่วนนี้ครับ แต่เราต้องมาทำ Master Plan ร่วมกันให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดการลงทุนที่ตรงจุด
3.
สร้างแรงจูงใจ (Incentive) รั้งคุณหมอให้อยู่ในระบบ : ผมเห็นด้วยกับท่านประธานฝ่ายวิชาการ แพทยสภา ครับ ว่าแทนที่เราจะเอางบไปทุ่มเปิดคณะแพทย์ใหม่ที่อาจจะยังไม่พร้อม สู้เรานำงบประมาณมาสร้างแรงจูงใจและสวัสดิการที่ดี เพื่อรั้งคุณหมอที่เรียนจบแล้วให้อยู่ในระบบสาธารณสุขของรัฐต่อไป นี่คือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและรักษาคนเก่งไว้ในระบบได้จริงครับ
4.
ใช้นวัตกรรมลดภาระงานแพทย์ (Innovate Around Medicine) : เมื่อเรากำลังก้าวสู่ Wellness Economy เราต้องเอาเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระคุณหมอครับ ทั้ง AI ทางการแพทย์, หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด, การแพทย์แม่นยำ (Genomics) ประเทศเรายังต้องการนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรอีกมากที่จะมาสร้างสรรค์นวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนการทำงานของคุณหมอครับ
“สิ่งเหล่านี้มีการพูดคุยกันถึงความสามารถของแพทย์เฉพาะทางที่จะส่งไปยังแต่ละพื้นที่ หรือการใช้เทเลเมดิซีน หรือเศรษฐกิจเวลเนส รวมถึงจีโนมิกส์ต่างๆ มีการพูดถึงการรักษาขั้นสูง รักษาโรคมะเร็ง หรือโรคเกี่ยวกับผู้สูงอายุ จะมีการพูดคุยกันถึงแผนระยะยาว โดยทำเป็น Blueprint ดูความเป็นเลิศทางการแพทย์ของประเทศไทยเป็นหลัก พร้อมพิจารณาถึงกลไกการสนับสนุนต่างๆ ซึ่งเราจะทำงานกับแพทยสภา และกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
เมื่อถามว่จะมีนโยบายผลิตแพทย์ในกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏอย่างไรให้เหมาะสมกับประเทศ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ดูแลเรื่องท้องถิ่น ผลิตเพื่อตอบโจทย์ชุมชน ซึ่งเป็นไปตามพันธกิจ และ กระทรวง อว.จะสนับสนุน
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะหารือการแก้ปัญหาแพทย์ในระบบภาครัฐกับรมว.สาธารณสุข เมื่อไหร่ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวสั้นๆ ว่า “คุยกันตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ”
ด้าน ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา กล่าวว่า ทุกสถาบันที่จะเปิดคณะแพทยศาสตร์ จะต้องผ่านการพิจารณาหลักสูตรจากแพทยสภา ทั้งหมด ซึ่งมีการตรวจสอบตามขั้นตอนจำนวนมาก เพื่อรักษามาตรฐาน และแม้จะผ่านเกณฑ์สถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาแพทยศาสตร์ (สมพ.) แล้ว หากแพทยสภายังเห็นว่า ไม่เพียงพอ ก็จะลงพื้นที่ตรวจสอบอีก
--- อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่:
https://www.hfocus.org/content/2026/07/38580 ---
เว็บไซต์ Hfocus.org เจาะลึกระบบสุขภาพ
"ยศชนัน" รองนายกฯและรมว.อว. แจงดราม่าเปิด ‘คณะแพทย์’ เข้าใจคลาดเคลื่อน หารือ "รมว.สธ." แก้ปมผลิตแพทย์ แต่ไม่เคยพอ!!
ปมเปิด "คณะแพทย์" เข้าใจคลาดเคลื่อน
เมื่อวันที่ 2 ก.ค.2569 ที่แพทยสภา อาคารมหิตลาธิเบศร กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวตอนหนึ่งในการเสวนา “มุมมองและการเตรียมความพร้อมให้ได้มาตรฐานของสถาบันผู้ผลิต” ว่า เรื่องการเปิดคณะแพทย์แห่งใหม่เพิ่มมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งในการประชุมนโยบาย อว. มีเรื่องทุนการสนับสนุนแพทย์จากกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท) ที่กำลังจะหมด จึงจำเป็นต้องทำกรอบเรื่องนี้ไว้ก่อน เพื่อให้มีการสนับสนุน กสพท ต่อเป็นเวลา 10 ปี โดยพิจารณาจากเรื่องปริมาณแพทย์ที่เกษียณ แพทย์ที่ผลิตใหม่ ภาพรวมประเทศน่าสนับสนุน แต่ไม่ใช่ว่าจะเปิดโรงเรียนแพทย์ใหม่
อย่างไรก็ตาม เรื่องการเปิดหลักสูตรใหม่ สป.อว.จะดูแลหลักสูตรร่วมกับแพทยสภา โดยคำนึงคุณภาพเป็นหลัก แม้ สป.อว.จะเห็นว่าผ่านได้ ก็จำเป็นต้องผ่านแพทยสภาอนุมัติ จึงจะเปิดหลักสูตรได้ เพราะการประกอบวิชาชีพสำคัญมากในเชิงปฏิบัติ ส่วนอีกเรื่องที่พูดกันเยอะคือ การใช้ทุนในหน่วยงานต่างๆ และการกระจายแพทย์ มีการพูดเช่นกันว่า การเปิดโรงเรียนแพทย์อื่นๆ นอกจากพื้นที่ กทม. มีการพูดว่าหากมีโรงเรียนแพทย์อยู่ตามภูมิภาคต่างๆ แนวโน้มแพทย์ทำงานในพื้นที่จะมีเยอะหรือไม่ เลยทำให้คนอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า เราจะไปเปิดโรงเรียนแพทย์ที่ต่างๆ แค่เป็นการนำเสนอไอเดียจะกระจายแพทย์อย่างไร
"ยืนยันว่าเราไม่ลดเกณฑ์คุณภาพ ส่วนที่เราสนับสนุน คือโอกาสในการผลิต แต่การจะผลิตอย่างไรเป็นการพูดคุยระหว่างทีมทำหลักสูตรและแพทยสภา" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
เป็นสิทธิเปิดคณะแพทย์ แต่เข้มคุณภาพ
ศ.ดร.ยศชนัน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเสวนา ว่า ได้มีการหารือกับแพทยสภา เรื่องการควบคุมคุณภาพ เกี่ยวกับการเปิดหลักสูตรคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งมีการทำกันมาก่อนอยู่แล้ว แต่เน้นย้ำมากขึ้น ซึ่งมีทั้งคุณภาพของหลักสูตร และคุณภาพทางวิชาชีพของแพทยสภา โดยหารือกันว่า ทั้งการผลิต และความต้องการต้องมีบาลานซ์ โดยประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งแพทยสภาดูแลอยู่แล้ว เพียงแต่เราเน้นย้ำมากขึ้น ขอให้ไม่ต้องกังวลว่า แพทย์ที่ผลิตออกมามีคุณภาพตามมาตรฐาน
เมื่อถามว่ามีนโยบายอย่างไรหากกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ จะเปิดคณะแพทย์ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การเปิดคณะแพทย์เป็นสิทธิของทุกสถาบันที่มีความพร้อม เราจึงต้องเน้นเรื่องการควบคุมคุณภาพของหลักสูตรคณะแพทยศาสตร์ที่ออกมา ดังนั้น ทุกคนมีสิทธิเปิด แต่เรื่องคุณภาพ ทางกระทรวง อว. และแพทยสภา มีการหารือร่วมกันอยู่แล้ว เพื่อส่งมอบแพทย์ที่มีคุณภาพที่ดี โดยกระทรวงอว. พร้อมสนับสนุนทั้งหมดเพื่อให้สถาบันการการศึกษาทั้งรัฐและเอกชน ผลิตแพทย์ออกมาให้ได้คุณภาพเพื่อประชาชน
หารือร่วมสธ.และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแก้ปมผลิตหมอเพิ่ม แต่ยังขาด
ผู้สื่อข่าวถามกรณีการผลิตแพทย์อย่างมีคุณภาพเป็นเรื่องหนึ่ง แต่เมื่อผลิตออกมาแต่ขาดการคงอยู่ในภาครัฐ ก.อว.จะมีส่วนช่วยอย่างไร ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรี ในการบูรณาการ ทั้งกระทรวงอว.และกระทรวงสาธารณสุข ภาครัฐและเอกชน รวมถึงอัตรากำลัง การกระจายตัวแพทย์ ประเด็นนี้มีการพูดถึงกันเยอะ ว่า โปรแกรมที่จะมีการกระจายแพทย์จะต้องมีการพูดคุยกับหน่วยงานไหนบ้าง
“ขณะนี้ทุกฝ่ายมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโจทย์นี้ และจะมีการพูดคุยถึงการแก้ปัญหาประเด็นต่างๆ เป็นเรื่องๆ ไม่ต้องกังวล ทางรัฐบาลจะดูแลเรื่องนี้อย่างเต็มความสามารถ ผมได้หารือกับท่านรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน” รองนายกฯและรมว.อว.กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีการแต่งตั้งเป็น “คณะกรรมการระดับชาติ” เพื่อแก้ปัญหาแพทย์ของประเทศไทยหรือไม่ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้สามารถทำขนานกันได้หลายรูปแบบ บางเรื่องเป็นการพูดคุยภายในก็ทำได้ เราพูดคุยกับแพทยสภามาตลอด อย่างความต้องการแพทย์เฉพาะทางหลายเรื่อง รวมถึงต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน และงบประมาณ
เพิ่มจำนวนแพทย์ กระจายสู่ภูมิภาค
ทั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ได้โพสต์เฟชบุ๊กเพิ่มเติมว่า สิ่งที่เรากำลังขับเคลื่อนร่วมกันคือการ "เพิ่มจำนวนแพทย์" และ "กระจายหมอลงสู่ภูมิภาค" เพื่ออุดช่องว่างการรักษาและทดแทนคุณหมอที่กำลังจะเกษียณ โดยอิงจากตัวเลขและฐานข้อมูลจริงเป็นหลักครับ
การแก้ปัญหาสาธารณสุขไทย เราทำแบบแยกส่วน หรือเร่งผลิตเพื่อเน้นแค่ปริมาณไม่ได้ครับ เราต้องมองภาพรวมทั้งระบบ (Landscape) ซึ่งทางกระทรวง อว. ได้วางแนวทางคู่ขนานไว้ 4 ด้าน เพื่อสร้างความยั่งยืนครับ
1. คุณภาพต้องมาก่อน (Quality First) แพทยสภาจะเป็นประตูด่านแรก : การเปิดหลักสูตรใดๆ ต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ทั้งจาก สป.อว. และที่สำคัญที่สุดคือ "แพทยสภา" ครับ หากประเมินแล้วสถาบันไหน "ไม่พร้อม" ขาดแคลนอาจารย์ หรือไม่มีโรงพยาบาลรองรับที่ได้มาตรฐาน ทางแพทยสภามีอำนาจเต็มในการชลอการอนุมัติได้ทันทีครับ หลักการของผมคือ Excellence Hub คนไทยต้องได้รับบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพดีที่สุดเท่านั้นครับ
2. อุดหนุนงบประมาณผลิต "อาจารย์แพทย์" : วันนี้ผมได้รับฟังปัญหาจากท่านนายกแพทยสภาและอาจารย์หลายท่าน ทราบว่าที่ผ่านมาราชวิทยาลัยและสถาบันฝึกอบรมต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการฝึกแพทย์เฉพาะทางกันเองมาตลอด อว. ยินดีอย่างยิ่งที่จะช่วยผลักดันงบประมาณแผ่นดินมารองรับในส่วนนี้ครับ แต่เราต้องมาทำ Master Plan ร่วมกันให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดการลงทุนที่ตรงจุด
3. สร้างแรงจูงใจ (Incentive) รั้งคุณหมอให้อยู่ในระบบ : ผมเห็นด้วยกับท่านประธานฝ่ายวิชาการ แพทยสภา ครับ ว่าแทนที่เราจะเอางบไปทุ่มเปิดคณะแพทย์ใหม่ที่อาจจะยังไม่พร้อม สู้เรานำงบประมาณมาสร้างแรงจูงใจและสวัสดิการที่ดี เพื่อรั้งคุณหมอที่เรียนจบแล้วให้อยู่ในระบบสาธารณสุขของรัฐต่อไป นี่คือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและรักษาคนเก่งไว้ในระบบได้จริงครับ
4. ใช้นวัตกรรมลดภาระงานแพทย์ (Innovate Around Medicine) : เมื่อเรากำลังก้าวสู่ Wellness Economy เราต้องเอาเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระคุณหมอครับ ทั้ง AI ทางการแพทย์, หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด, การแพทย์แม่นยำ (Genomics) ประเทศเรายังต้องการนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรอีกมากที่จะมาสร้างสรรค์นวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนการทำงานของคุณหมอครับ
“สิ่งเหล่านี้มีการพูดคุยกันถึงความสามารถของแพทย์เฉพาะทางที่จะส่งไปยังแต่ละพื้นที่ หรือการใช้เทเลเมดิซีน หรือเศรษฐกิจเวลเนส รวมถึงจีโนมิกส์ต่างๆ มีการพูดถึงการรักษาขั้นสูง รักษาโรคมะเร็ง หรือโรคเกี่ยวกับผู้สูงอายุ จะมีการพูดคุยกันถึงแผนระยะยาว โดยทำเป็น Blueprint ดูความเป็นเลิศทางการแพทย์ของประเทศไทยเป็นหลัก พร้อมพิจารณาถึงกลไกการสนับสนุนต่างๆ ซึ่งเราจะทำงานกับแพทยสภา และกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
เมื่อถามว่จะมีนโยบายผลิตแพทย์ในกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏอย่างไรให้เหมาะสมกับประเทศ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ดูแลเรื่องท้องถิ่น ผลิตเพื่อตอบโจทย์ชุมชน ซึ่งเป็นไปตามพันธกิจ และ กระทรวง อว.จะสนับสนุน
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะหารือการแก้ปัญหาแพทย์ในระบบภาครัฐกับรมว.สาธารณสุข เมื่อไหร่ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวสั้นๆ ว่า “คุยกันตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ”
ด้าน ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา กล่าวว่า ทุกสถาบันที่จะเปิดคณะแพทยศาสตร์ จะต้องผ่านการพิจารณาหลักสูตรจากแพทยสภา ทั้งหมด ซึ่งมีการตรวจสอบตามขั้นตอนจำนวนมาก เพื่อรักษามาตรฐาน และแม้จะผ่านเกณฑ์สถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาแพทยศาสตร์ (สมพ.) แล้ว หากแพทยสภายังเห็นว่า ไม่เพียงพอ ก็จะลงพื้นที่ตรวจสอบอีก
--- อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่: https://www.hfocus.org/content/2026/07/38580 ---
เว็บไซต์ Hfocus.org เจาะลึกระบบสุขภาพ