🩸 ชายอายุ 20 ปี เข้ายิมออกแบบหนักเลย 3 ชั่วโมงต่อวัน ไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน ไม่มีคนคอยดูแล กินน้ำไม่ค่อยพอ สุดท้ายปวดกล้ามเนื้อทั้งตัว ปัสสาวะแสบ และปัสสาวะสีดำเหมือนโคล่า
.
.
การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดที่เราทำให้ร่างกายได้เลยค่ะ ทั้งลดโรคหัวใจ เบาหวาน มะเร็งหลายชนิด ช่วยเรื่องอารมณ์ ความจำ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว
แต่ทุกอย่างมี “ขีดจำกัด”
หากร่างกายยังไม่พร้อม แล้วถูกบังคับให้ใช้งานหนักเกินไป โดยเฉพาะออกกำลังกายแบบสุดโต่ง ไม่มีการไต่ระดับ ดื่มน้ำไม่พอ หรือฝืนต่อเนื่องหลายวัน สิ่งที่ได้อาจไม่ใช่สุขภาพที่ดี แต่หายนะ
.
.
ชายอายุ 20 ปี สุขภาพเดิมแข็งแรง
ไม่มีโรคประจำตัวสำคัญ
ช่วงนั้นเขาใช้การออกกำลังกายเป็นวิธีจัดการอารมณ์ของตัวเอง
แรกๆ ก็เดินเล่นธรรมดา
หลังจากนั้นเห็นเพื่อนเข้ายิม ยกหนัก เล่นหนักตลอด
เข้าเลยเข้ายิมบ้าง แล้วพยายามเล่นหนัก
เล่นแทบทุกเครื่องในยิม
เข้าแทบทุกวัน เล่นทั้งเวทและคาร์ดิโอ
วันละประมาณ 3 ชั่วโมง ติดต่อกันเลย
โดยไม่มีผู้ฝึกสอนคอยดูแล
น้ำก็ไม่ค่อยกิน เพราะรู้สึกว่าทนได้
.
หลังจากนั้นเริ่มเมื่อยทุกวัน
ซึ่งก็คิดว่าเรื่องธรรมดาแหละ
แต่วันหนึ่ง ตื่นเช้ามาเริ่มปวดกล้ามเนื้อไปทั้งตัว
โดยเฉพาะต้นแขนและต้นขา
จากนั้นเริ่มปัสสาวะแสบ
แล้วสิ่งที่ทำให้ตกใจที่สุดก็คือ
ปัสสาวะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มคล้ายโคล่า
จึงรีบมาโรงพยาบาล
.
🏥 ที่ รพ.
ตรวจสัญญาณชีพ ความดงความดัน อุณหภูมิ ปกติหมด
มีเพียงกดเจ็บกล้ามเนื้อต้นแขน
และต้นขาแบบกระจายๆ ไม่มีอ่อนแรง
แต่ปัญหาคือ ตรวจปัสสาวะ ออกมาเป็นสีโค้กเลย
มีปฏิกิริยาเหมือนมีเม็ดเลือดแดงอยู่
แต่เมื่อส่องกล้องกลับแทบไม่พบเม็ดเลือดแดง
ทำให้แพทย์นึกถึงต้องมีสารที่คล้ายตัวขนส่ง
ในเม็ดเลือดแดงปนมาในปัสสาวะ
นั่นคือ “Myoglobin” ที่อยู่ในกล้ามเนื้อ
มันหลุดออกมาอยู่ในปัสสาวะแบบนี้
แสดงว่าต้องมีกล้ามเนื้อสลายจนรั่วออกมา
จึงรีบส่งตรวจเลือดทันที
.
🩸 ผลเลือดออกมาก็ช็อกสิ
✔️ ค่าเอนไซม์กล้ามเนื้อ (CPK) 128,986 U/L
ซึ่งสูงมากกกกกกกก
ค่าปกติอยู่เพียงหลักร้อย
แสดงว่ามีกล้ามเนื้อจำนวนมากกำลังแตก
และปล่อยสารภายในเซลล์ออกสู่กระแสเลือด
✔️ ค่าเอนไซม์ ALT และ AST สูง
แม้ค่านี้จะเดิมทีมองเป็นค่าตับ
แต่จริงๆ กล้ามเนื้อก็มีเอนไซม์สองตัวนี้
.
.
ในความโชคร้าย ดันมีความโชคดี
ปกติไตเจอสภาพ myoglobin ถล่มขนาดนี่
น่าจะวายไปเรียบร้อยแล้ว
✔️ แต่เขายังปัสสาวะออกดี ไม่มีลดลง
ค่าไต (Creatinine) ยังปกติดี
(แต่ช่วงแรกๆ ที่วาย อาจไม่ขึ้นได้นะ)
โพแทสเซียมปกติ
เกลือแร่ต่าง ๆ ปกติ
อัลตราซาวนด์ช่องท้อง ภาพเอกซเรย์
และคลื่นไฟฟ้าหัวใจก็ไม่พบความผิดปกติ
จึงวินิจฉัยว่าเป็นกล้ามเนื้อสลาย
จากการออกกำลังกายอย่างหนัก (Exertional rhabdomyolysis)
จึงให้น้ำเกลือทันที แล้วแอดมิทหลายวัน
แล้วเจาะดูค่าเอนไซม์
และค่าไตอย่างต่อเนื่อง เพราะบางที ค่าไตไปขึ้นทีหลังก็มี
สรุปก็โชคดีมาก ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
.
🧬 สุดท้ายแอดมิท 5-6 วันก็กลับบ้านได้
และอีกประมาณ 2 สัปดาห์ ผลเลือดกลับมาเป็นปกติทั้งหมดเลย
ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญเลยว่า
แรงใจอย่างเดียวไม่พอ ต้องระมัดระวัง
และมีความรู้ด้วย
ซึ่งต้องยอมรับว่าคนที่จะออกถึงขั้นนี้รุนแรงแบบนี้ได้
มีน้อยมาก หลายคนที่บอกออกหนักจนกลัว
มักจะออกไม่ถึงขั้นนี้ อันนี้เข้าขั้นบ้าระห่ำเลย
.
📌 เคสนี้สอนเราหลายอย่างค่ะ
ออกกำลังกายอย่างมีสติ มีแต่ผลดี
การออกแบบหนัก (Vigorous intensity) ไม่ใช่ข้อห้ามเลย ต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่จู่ๆ ไม่เคยออกก็จัดหนักหลายชั่วโมงแบบนี้ ที่สำคัญดื่มน้ำให้เพียงพอ มีวันพักฟื้นฟู กินโปรตีนเพียงพอ ให้ดีสุดคือ นอนพอด้วย
เคสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย แต่มีทีก็ลงข่าว
ลง case report แต่ที่เจอบ่อยกว่าและเงียบกว่า
คือไม่ออกกำลังกายเลย หรือออกหนักแต่ไม่ถึงขั้นนี้
แต่เป็นแนวกล้ามเนื้อบาดเจ็บมากกว่า
ดังนั้นออกดีกว่าไม่ออก
แต่ระหว่างออก ถ้าคิดจะออกหนักขึ้น
ใช้อุปกรณ์มากขึ้น ศึกษาวิธีการเสมอนะคะ
https://www.facebook.com/share/p/1EGLUEp6AK/
🏋️ ออกกำลังกายเป็นเรื่องดีแต่ต้องไม่มากไป จะเสี่ยงเป็นภาวะกล้ามเนื้อสลาย
.
.
การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดที่เราทำให้ร่างกายได้เลยค่ะ ทั้งลดโรคหัวใจ เบาหวาน มะเร็งหลายชนิด ช่วยเรื่องอารมณ์ ความจำ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว
แต่ทุกอย่างมี “ขีดจำกัด”
หากร่างกายยังไม่พร้อม แล้วถูกบังคับให้ใช้งานหนักเกินไป โดยเฉพาะออกกำลังกายแบบสุดโต่ง ไม่มีการไต่ระดับ ดื่มน้ำไม่พอ หรือฝืนต่อเนื่องหลายวัน สิ่งที่ได้อาจไม่ใช่สุขภาพที่ดี แต่หายนะ
.
.
ชายอายุ 20 ปี สุขภาพเดิมแข็งแรง
ไม่มีโรคประจำตัวสำคัญ
ช่วงนั้นเขาใช้การออกกำลังกายเป็นวิธีจัดการอารมณ์ของตัวเอง
แรกๆ ก็เดินเล่นธรรมดา
หลังจากนั้นเห็นเพื่อนเข้ายิม ยกหนัก เล่นหนักตลอด
เข้าเลยเข้ายิมบ้าง แล้วพยายามเล่นหนัก
เล่นแทบทุกเครื่องในยิม
เข้าแทบทุกวัน เล่นทั้งเวทและคาร์ดิโอ
วันละประมาณ 3 ชั่วโมง ติดต่อกันเลย
โดยไม่มีผู้ฝึกสอนคอยดูแล
น้ำก็ไม่ค่อยกิน เพราะรู้สึกว่าทนได้
.
หลังจากนั้นเริ่มเมื่อยทุกวัน
ซึ่งก็คิดว่าเรื่องธรรมดาแหละ
แต่วันหนึ่ง ตื่นเช้ามาเริ่มปวดกล้ามเนื้อไปทั้งตัว
โดยเฉพาะต้นแขนและต้นขา
จากนั้นเริ่มปัสสาวะแสบ
แล้วสิ่งที่ทำให้ตกใจที่สุดก็คือ
ปัสสาวะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มคล้ายโคล่า
จึงรีบมาโรงพยาบาล
.
🏥 ที่ รพ.
ตรวจสัญญาณชีพ ความดงความดัน อุณหภูมิ ปกติหมด
มีเพียงกดเจ็บกล้ามเนื้อต้นแขน
และต้นขาแบบกระจายๆ ไม่มีอ่อนแรง
แต่ปัญหาคือ ตรวจปัสสาวะ ออกมาเป็นสีโค้กเลย
มีปฏิกิริยาเหมือนมีเม็ดเลือดแดงอยู่
แต่เมื่อส่องกล้องกลับแทบไม่พบเม็ดเลือดแดง
ทำให้แพทย์นึกถึงต้องมีสารที่คล้ายตัวขนส่ง
ในเม็ดเลือดแดงปนมาในปัสสาวะ
นั่นคือ “Myoglobin” ที่อยู่ในกล้ามเนื้อ
มันหลุดออกมาอยู่ในปัสสาวะแบบนี้
แสดงว่าต้องมีกล้ามเนื้อสลายจนรั่วออกมา
จึงรีบส่งตรวจเลือดทันที
.
🩸 ผลเลือดออกมาก็ช็อกสิ
✔️ ค่าเอนไซม์กล้ามเนื้อ (CPK) 128,986 U/L
ซึ่งสูงมากกกกกกกก
ค่าปกติอยู่เพียงหลักร้อย
แสดงว่ามีกล้ามเนื้อจำนวนมากกำลังแตก
และปล่อยสารภายในเซลล์ออกสู่กระแสเลือด
✔️ ค่าเอนไซม์ ALT และ AST สูง
แม้ค่านี้จะเดิมทีมองเป็นค่าตับ
แต่จริงๆ กล้ามเนื้อก็มีเอนไซม์สองตัวนี้
.
.
ในความโชคร้าย ดันมีความโชคดี
ปกติไตเจอสภาพ myoglobin ถล่มขนาดนี่
น่าจะวายไปเรียบร้อยแล้ว
✔️ แต่เขายังปัสสาวะออกดี ไม่มีลดลง
ค่าไต (Creatinine) ยังปกติดี
(แต่ช่วงแรกๆ ที่วาย อาจไม่ขึ้นได้นะ)
โพแทสเซียมปกติ
เกลือแร่ต่าง ๆ ปกติ
อัลตราซาวนด์ช่องท้อง ภาพเอกซเรย์
และคลื่นไฟฟ้าหัวใจก็ไม่พบความผิดปกติ
จึงวินิจฉัยว่าเป็นกล้ามเนื้อสลาย
จากการออกกำลังกายอย่างหนัก (Exertional rhabdomyolysis)
จึงให้น้ำเกลือทันที แล้วแอดมิทหลายวัน
แล้วเจาะดูค่าเอนไซม์
และค่าไตอย่างต่อเนื่อง เพราะบางที ค่าไตไปขึ้นทีหลังก็มี
สรุปก็โชคดีมาก ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
.
🧬 สุดท้ายแอดมิท 5-6 วันก็กลับบ้านได้
และอีกประมาณ 2 สัปดาห์ ผลเลือดกลับมาเป็นปกติทั้งหมดเลย
ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญเลยว่า
แรงใจอย่างเดียวไม่พอ ต้องระมัดระวัง
และมีความรู้ด้วย
ซึ่งต้องยอมรับว่าคนที่จะออกถึงขั้นนี้รุนแรงแบบนี้ได้
มีน้อยมาก หลายคนที่บอกออกหนักจนกลัว
มักจะออกไม่ถึงขั้นนี้ อันนี้เข้าขั้นบ้าระห่ำเลย
.
📌 เคสนี้สอนเราหลายอย่างค่ะ
ออกกำลังกายอย่างมีสติ มีแต่ผลดี
การออกแบบหนัก (Vigorous intensity) ไม่ใช่ข้อห้ามเลย ต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่จู่ๆ ไม่เคยออกก็จัดหนักหลายชั่วโมงแบบนี้ ที่สำคัญดื่มน้ำให้เพียงพอ มีวันพักฟื้นฟู กินโปรตีนเพียงพอ ให้ดีสุดคือ นอนพอด้วย
เคสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย แต่มีทีก็ลงข่าว
ลง case report แต่ที่เจอบ่อยกว่าและเงียบกว่า
คือไม่ออกกำลังกายเลย หรือออกหนักแต่ไม่ถึงขั้นนี้
แต่เป็นแนวกล้ามเนื้อบาดเจ็บมากกว่า
ดังนั้นออกดีกว่าไม่ออก
แต่ระหว่างออก ถ้าคิดจะออกหนักขึ้น
ใช้อุปกรณ์มากขึ้น ศึกษาวิธีการเสมอนะคะ
https://www.facebook.com/share/p/1EGLUEp6AK/